
‘อธิบดีกรมสรรพสามิต’ สั่ง ‘สนง.สรรพสามิตพื้นที่ฯ’ ทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มข้นตรวจสอบการเคลื่อนย้าย ‘น้ำมัน’ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมประสาน ‘กองทัพเรือไทย-ศรชล.’ สกัดกั้นลักลอบขนส่งแนวชายฝั่งฯ
……………………………………..
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้มีข้อสั่งการด่วนไปยังหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศให้เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุม กำกับ และตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงทันที ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในการเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมเปิดปฏิบัติการเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกการกักตุน และการกระทำผิดกฎหมายที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 ลงวันที่ 6 มี.ค.2569 โดยกรมสรรพสามิตได้เร่งขับเคลื่อนมาตรการในเชิงปฏิบัติอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การกำกับดูแลน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
นายพรชัย ระบุว่า สำหรับมาตรการเร่งด่วนนั้น กรมสรรพสามิตได้สั่งการให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ครอบคลุมคลังน้ำมัน โรงกลั่น ผู้ประกอบการขนส่งน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมัน โดยเน้นการตรวจสอบการเคลื่อนย้ายน้ำมันและคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใกล้ชิด เพื่อลดช่องว่างการกระทำผิดและสกัดกั้นการนำน้ำมันออกนอกระบบ
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังได้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมธุรกิจพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขยายมาตรการเฝ้าระวังทางทะเลโดยประสานความร่วมมือกับ กองทัพเรือไทย (ทร.) และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนส่งน้ำมันตามแนวชายฝั่งและเส้นทางทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสำคัญ
นายพรชัย กล่าวว่า ในด้านการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันนั้น กรมสรรพสามิตได้นำรถตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเคลื่อนที่ (Cell Lab) ลงปฏิบัติการในพื้นที่ เพื่อสุ่มตรวจคุณภาพน้ำมัน ณ จุดจำหน่ายและพื้นที่เฝ้าระวังแบบหน้างาน สามารถตรวจพิสูจน์ได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่ามีการควบคุมมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเข้มงวด
“กรมสรรพสามิตจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตั้งแต่ต้นทางเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ และปกป้องประชาชน” นายพรชัย กล่าว
ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังติดตามสถานการณ์สถานการณ์พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งดำเนินมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออก การกักตุน และการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง
ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง สั่งการให้กรมสรรพสามิตเร่งแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยยกระดับการเฝ้าระวังและตรวจสอบเชิงรุกในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน













