น้ำมันจะหมดไทยใน 60 วันจริงไหม ราคาจะพุ่งขึ้นไปเท่าไหร่ ?

ที่มาของภาพ : Getty Photography

“ถ้าน้ำมัน ประเทศไทยเรานำเข้าประมาณ 85% ของความต้องการใช้ทั้งหมดของประเทศ ตรงนี้ต้องบอกว่าเกือบทั้งหมดมาจากตะวันออกกลาง”
Article Data
    • Author, ปณิศา เอมโอชา
    • Characteristic, ผู้สื่อข่าว.
  • เวลาอ่าน: 13 นาที

ไม่เพียงข่าวการสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ณ ใจกลางกรุงเตหะราน เมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 จะส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังแวดวงภูมิรัฐศาสตร์ การทหาร และความมั่นคงทั่วโลก แต่เหตุการณ์นี้ยังสร้างความกังวลไหวต่อแวดวงธุรกิจ เศรษฐกิจ และชีวิตประจำของผู้คนทั่วโลกที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนด้วย

สื่อด้านเศรษฐกิจของไทยรายงานข่าวในวันเดียวกันว่า กระทรวงพลังงานของไทยสั่งความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ซึ่งถูกใช้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสูงถึงราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของปริมาณการใช้น้ำมันและของเหลวปิโตรเลียมอื่น ๆ ทั่วโลก ตามข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐอเมริกาในปี 2024

.ยังพบด้วยว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางมีความสำคัญกับผู้ซื้อน้ำมันในเอเชียอย่างมาก ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของรัฐสภาสหรัฐฯ ชี้ว่าน้ำมันส่งออกส่วนใหญ่จากภูมิภาคนี้ถูกบรรทุกจากบริเวณอ่าวเปอร์เซีย และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อส่งมอบให้ผู้ซื้อในเอเชีย

“ถ้าน้ำมัน ประเทศไทยเรานำเข้าประมาณ 85% ของความต้องการใช้ทั้งหมดของประเทศ ตรงนี้ต้องบอกว่าเกือบทั้งหมดมาจากตะวันออกกลาง” ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวกับ.

ตามข้อมูลในปี 2568 จากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เมื่อดูแหล่งการจัดหาน้ำมันดิบเพื่อเข้ากลั่นต่อวัน พบว่าราว 57% มาจากตะวันออกกลาง โดยในภูมิภาคนี้ ไทยจัดหาน้ำมันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สูงสุดถึง 39.4% ของปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่นทั้งหมด ขณะที่ซาอุดิอาระเบีย รั้งอันดับที่สองในสัดส่วน 11.3%

แม้ประเทศไทยจะไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านโดยตรง แต่เพราะเส้นทางการขนส่งน้ำมันดิบที่ผลิตจากภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีพื้นที่ติดกับอิหร่านและโอมาน ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในดินแดนนี้จึงส่งผลต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ

เพียงหนึ่งวันหลังเหตุสังหารผู้นำอิหร่าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สั่งระงับการส่งออกน้ำมัน พร้อมเปิดศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานโดยทันที รวมทั้งเตรียมใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชยราคาน้ำมันเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น

กระทรวงพลังงานของไทยยังเปิดเผยด้วยว่า ปริมาณสำรองน้ำมันของไทย ณ วันที่ 1 มี.ค. 2569 มีน้ำมันคงเหลือ (น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป) 4,877 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 38 วัน

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุด

Cease of ได้รับความนิยมสูงสุด

อีกทั้งยังมีน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง (ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว) 1,666 ล้านลิตร และจากแหล่งอื่น 1,117 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 22 วัน รวมปริมาณน้ำมันคงเหลือ 7,660 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ 60 วัน

.สนทนากับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน 3 ราย เพื่อตอบคำถามว่า ราคาน้ำมันกำลังจะพุ่งสูงขึ้นแค่ไหนและยาวนานเท่าไหร่ มีโอกาสที่น้ำมันจะหมดประเทศไทยหรือไม่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเป็นกลไกที่เข้ามาช่วยผู้บริโภคได้แค่ไหน

ราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร ?

ที่มาของภาพ : Getty Photography

“ราคาจะส่งกันมาเป็นทอด ๆ ซึ่งในที่สุดแล้ว จะกระทบทั้งราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่จำหน่าย เพราะฉะนั้นเต็มที่คือสามเท่า ไม่เกินนี้แน่นอน” รศ.ดร.คมสัน ชี้

รศ.ดร.คมสัน สุริยะ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์โทรคมนาคมและพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า น้ำมันดิบที่ไทยนำเข้านั้นจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งติดกับประเทศอิหร่านราว 40% ขณะที่อีก 60% จะมาจากช่องทางอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง

ตามข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เส้นทางการขนส่งน้ำมันดิบมายังไทยนอกจากที่เริ่มต้นในตะวันออกกลางและต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังประกอบไปด้วย :

  • เส้นทางการผลิตที่เริ่มต้นจากกลุ่มประเทศตะวันออกไกล (A long way East) ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งจะตรงเข้ามายังอ่าวไทย
  • เส้นทางที่เริ่มต้นจากกลุ่มประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา บราซิล หรือไนจีเรีย ผ่านเข้ามาทางแหลมกู้ดโฮป ก่อนจะเข้ามาที่ช่องแคบมะละกา แล้วจึงเข้าอ่าวไทย
  • เส้นทางที่เริ่มต้นผลิตในลิเบียและซูดาน ก่อนจะผ่านคลองสุเอซ ทะเลแดง แล้วจึงเข้าช่องแคบมะละกา และเข้าอ่าวไทย

รศ.ดร.คมสัน อธิบายต่อไปว่า จากสถานการณ์ข้างต้นนี้ เมื่อใช้แบบจำลองสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมัน (Oil Shock Simulator) ที่ทีมศูนย์วิจัยฯ พัฒนาขึ้นมา ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือ ไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเหลือเพียง 38 วัน และไม่สามารถได้รับน้ำมันจากฝั่งตะวันออกกลางเข้ามาเติมได้ หรือหมายความว่า ไทยจะมีน้ำมันดิบเข้ามาเติมแค่เพียง 60% ของความต้องการทั้งหมดต่อวัน นั่นจะส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความตระหนกและส่งให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงสุด 3 เท่าจากราคาปกติได้

อย่างไรก็ดี เขาย้ำว่า “ในประวัติศาสตร์ มันไม่ขึ้นถึงขนาดนั้น ขึ้นประมาณสองเท่าก็ว่าแย่แล้ว”

“ราคาจะส่งกันมาเป็นทอด ๆ ซึ่งในที่สุดแล้ว จะกระทบทั้งราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่จำหน่าย เพราะฉะนั้นเต็มที่คือสามเท่า ไม่เกินนี้แน่นอน” รศ.ดร.คมสัน ชี้

สำหรับกรณีที่ดีขึ้นมา คือไทยมีปริมาณน้ำมันสำรอง 60 วัน รศ.ดร.คมสัน อธิบายว่าเมื่อใช้ฐานคิดเดิมว่าจะไม่มีน้ำมันจากฝั่งตะวันออกกลางเข้ามายังไทยได้เลย แต่ยังมีน้ำมันจากแหล่งอื่น ๆ เข้ามาได้อยู่ ราคาน้ำมันอาจปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นราว 76% จากราคาก่อนเกิดวิกฤตเท่านั้น

“เราคงจะคาดหวังไม่ได้ว่าราคาน้ำมันจะคงที่ มันคงจะขยับสูงขึ้นไป แต่ถ้ามีการลดการบริโภค ราคาน้ำมันก็จะไม่ได้สูงขึ้นเป็นสามเท่าอย่างที่เราคิดในตอนแรก มันจะแค่ประมาณ 76%”

ด้าน ผศ.ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายพลังงาน อธิบายเพิ่มว่า ต้นทนุการนำเข้าน้ำมันกับราคาขายหน้าปั๊มไม่ได้เป็นตัวเลขเดียวกันอย่างที่หลายคนเข้าใจ

เขาชี้ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งหรือสถานการณ์ที่ทำให้อุปทานน้ำมันถูกขัดขวาง น้ำมันดิบซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์โลกก็จะมีราคาแกว่งขึ้นลงได้ตามกลไกตลาด แต่สำหรับราคาน้ำมันที่ขายให้กับประชาชนนั้น นอกจากต้นทุนเนื้อน้ำมันนำเข้าที่กล่าวไปแล้ว ยังมีส่วนประกอบอย่างภาษี เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าการตลาด เพิ่มอีก

“ส่วนที่เรากังวลคือ ต้นทุนเนื้อน้ำมัน มันผันผวนไปตามราคาตลาดโลก แล้วเราเป็นประเทศนำเข้า ดังนั้นมันไม่มีทางเลือกเลยเพราะเราไม่ได้เป็นคนกำหนดราคาเอง” ผศ.ดร.ปิติ ชี้

น้ำมันจะหมดประเทศไทยไหม ?

เมื่อใช้แบบจำลองสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมัน (Oil Shock Simulator) ตัวเดิม ที่ทีมศูนย์วิจัยฯ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาขึ้นมา รศ.ดร.คมสัน ชี้ว่า ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด หรือกรณีที่ไทยมีน้ำมันสำรองเพียง 38 วัน และไม่ได้รับน้ำมันเข้ามาเติมจากฝั่งตะวันออกกลางเลย แต่ยังมีน้ำมันจากแหล่งอื่น ที่เหลืออยู่อีก 60% ของความต้องการทั้งหมดของประเทศต่อวัน ไทยจะยังมีน้ำมันเชื้อเพลิงให้ใช้ได้ต่อเนื่องอีก 130 วัน ส่วนกรณีที่เรามีน้ำมันสำรอง 60 วันนั้น จะสามารถยืดออกได้เป็น 190 วัน

“ในกรณีที่เลวร้ายจริง ๆ น้ำมันจะหมดใน 130 วัน ซึ่งนานมาก นานมากพอที่สถานการณ์การสู้รบจะคลี่คลาย ไม่มีการรบไหนหรอกที่เกินหนึ่งเดือนขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรบใหญ่ ๆ ขนาดนี้ ฉะนั้นท่านเชื่อมั่นได้เลยว่าประเทศไทยยังมีความมั่นคงเรื่องพลังงาน ท่านไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือว่ากักตุนน้ำมัน” อาจารย์เศรษฐศาสตร์พลังงาน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ย้ำ

เขายังเสริมอีกว่า หากประชาชนมีการปรับตัวใช้พลังงานลดลง “ภายใน 365 วัน น้ำมันของเราจะยังคงมีใช้ตามปกติอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับการลดการบริโภคของประชาชนด้วย”

“เรายังมีน้ำมันเข้ามาเติม วันนึง 60% ของปริมาณในอดีต เพราะฉะนั้น คิดง่าย ๆ ว่าถ้าทุกคนลดปริมาณการใช้ลงคนละนิดคนละหน่อย มันก็ยังจะสามารถใช้ 60% ได้ เพราะฉะนั้น เกินกว่า 365 วัน แน่นอน” รศ.ดร.คมสัน แสดงความเห็น

ที่มาของภาพ : Getty Photography

“ในกรณีที่เลวร้ายจริง ๆ น้ำมันจะหมดใน 130 วัน ซึ่งนานมาก นานมากพอที่สถานการณ์การสู้รบจะคลี่คลาย ไม่มีการรบไหนหรอกที่เกินหนึ่งเดือนขึ้นไป” อาจารย์เศรษฐศาสตร์พลังงาน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ย้ำ

น้ำมันจะราคาแพงไปนานแค่ไหน ?

รศ.ดร.คมสัน ชี้ว่า โดยมากแล้วภาวะช็อคที่เกิดขึ้นจะส่งผลสูงสุดในช่วง 2-3 วันแรก และภายในสัปดาห์แรกราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นแบบ “สะดุ้ง เป็นการพุ่งขึ้นตามธรรมชาติของทุกวิกฤตใหญ่ คนจะแห่กันหาสต็อกน้ำมัน ราคาจึงเด้งแรงช่วงต้น ก่อนจะค่อย ๆ ปรับตัวลงหลังผ่านไปราวสองสัปดาห์”

เขาเสริมว่า ถ้าสถานการณ์คลี่คลาย ราคาก็จะทยอยลด และโดยมากภายใน 6 เดือนระดับราคาจะกลับมาใกล้ภาวะปกติ

ด้าน ผศ.ดร.ปิติ เสริมว่า นอกจากมิติเรื่องราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ผู้บริโภคอาจรู้สึกได้ทันทีเมื่อราคาขึ้นหรือลง เขาเสริมด้วยว่า เพราะราคาพลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจแทบทั้งหมด ผลกระทบอาจไปอยู่ในรูปของราคาสินค้าหรือบริการที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกัน

“ต้นทุนค่าขนส่งคือต้นทุนของสินค้าบริการทั้งหมด มันอาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้เพราะว่าของที่มาถึงคุณ อาจจะเติมน้ำมันจากวันก่อนแล้ว แต่เดี๋ยวมันจะทยอยมา” เขากล่าวเสริม

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคืออะไร จะช่วยผู้บริโภคได้จริงไหม ?

จุดเริ่มต้นกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทย เกิดขึ้นในปี 2516 ในรูปแบบของพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 โดยมีสาระสำคัญกำหนดให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งเพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงให้ทันต่อเหตุการณ์ต่างๆ

ตอนนั้นเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น จนกลายเป็นวิกฤตราคาน้ำมันโลก โดยมีต้นกำเนิดมาจากความขัดแย้งระหว่างองค์การประเทศผู้ส่งออกปิโตรเลียมอาหรับ (OAPEC) กับสหรัฐอเมริกา จนทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า จากระดับ 2.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 11.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

จากนั้นจึงมีวิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ อาทิ ถูกตั้งเป็นกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตามคำสั่งนายกที่ 178/2520 ลงวันที่ 19 ก.ย. 2520 ก่อนที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบันนั้นจะจัดตั้งขึ้นมาตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้้ามันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านน้้ามันเชื้อเพลิง

ที่มาของภาพ : Getty Photography

“นอกจากลดแล้ว อาจจะต้องสนับสนุนด้วย คือเอาเงินในกองทุนเข้ามาช่วย ไม่ให้ราคาน้ำมันมันพุ่งสูงเกินไป” ดร.อารีพร เสนอแนะ

ตาม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 มาตราที่ 28 กำหนดให้ ผู้ที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ ประกอบไปด้วย 3 ฝ่าย ได้แก่ :

  • ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายน้ำมันที่เป็นโรงกลั่นในประเทศ ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ ผ่านกรมสรรพสามิต ตามปริมาณเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่าย
  • ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ ผ่านกรมศุลกากร ตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า
  • ผู้ซื้อหรือผู้ได้มาซึ่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) จากการแยกก๊าซธรรมชาติ ส่งเงินเข้ากองทุนฯ ผ่านกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตามปริมาณ LPG ที่ซื้อหรือได้รับมา

สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ดร.อารีพร แห่งทีดีอาร์ไอ เสริมว่า เมื่อราคาน้ำมันดิบที่ไทยต้องนำเข้าอาจได้รับผลกระทบและสูงขึ้น สิ่งที่รัฐบาลทำได้คือการลดการเรียกเก็บเงินกองทุนตรงนี้ลงเพื่อลดภาระต้นทุน

“นอกจากลดแล้ว อาจจะต้องสนับสนุนด้วย คือเอาเงินในกองทุนเข้ามาช่วย ไม่ให้ราคาน้ำมันมันพุ่งสูงเกินไป” ดร.อารีพร เสนอแนะ

ผศ.ดร.ปิติ มีความเห็นคล้ายคลึงกันว่าสถานการณ์เช่นนี้รัฐบาลสามารถใช้ศักยภาพของเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลข ณ วันที่ 1 มี.ค. 2569 เป็นบวก ที่ 2,459 ล้านบาท เมื่ออ้างอิงข้อมูลจากสำนักการเงินและบัญชีส้านักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

“กองทุนฯ มีคีย์เวิร์ดสำคัญคือคำว่า ‘steadiness' เสถียรภาพ เวลาที่ราคาน้ำมันมันผันผวน ประชาชนไม่ควรจะรับแรงสะบัดมาก เลยมีกองทุนฯ เข้ามาช่วย คืออย่าให้ราคาสะบัดจนหัวฟาด แต่ถ้ารถมันเขย่า ยังไงคุณก็ต้องรับแรงสั่นบ้าง” อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายพลังงานเสริม

.พบว่า ในรายงานจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำปี 2567 ระบุว่า กองทุนฯ จะใช้เงินกองทุนฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานการณ์ดังนี้

  • ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีการปรับขึ้นเกินระดับที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน (ระดับวิกฤต) คือ น้ำมันดีเซลสูงกว่า 30 บาท/ลิตร และราคาขายปลีก LPG เกิน 363 บาท/ ถัง 15 กิโลกรัม
  • ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างรุนแรง คือ ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นใน 1 สัปดาห์ มากกว่า 5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกปรับขึ้นมากกว่า 1 บาท/ลิตร และ ราคา LPG ตลาดโลกเปลี่ยนแปลงในสองสัปดาห์ เฉลี่ยมากกว่า 35 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และราคา LPG ขายปลีก เปลี่ยนแปลงในสองสัปดาห์ รวมกัน มากกว่า 1 บาท/กิโลกรัม
  • สถานการณ์ที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอาจจจะขาดแคลนและไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ

นอกจากนี้ยังเคยมีกรณีตัวอย่างที่ กองทุนฯ นำเงินไปตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค. 2567 โดยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาท/ลิตร ก่อนจะขยายต่อไปอีก 19 วัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยใช้วิธีการลดภาษีสรรพสามิตรและลดเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยอุดหนุน จนทำให้สถานะกองทุนติดลบเกือบแสนล้านบาทไปช่วงหนึ่งเช่นเดียวกัน

ตอนนี้ประชาชนทำอะไรได้ รัฐต้องวางแผนอย่างไร ?

ดร.อารีพร ชี้ว่า สำหรับประชาชน ในระยะสั้นเธอแนะนำให้หันไปใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะวิกฤตหรือไม่

“ทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊ส ทั้งไฟฟ้า ประหยัดให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่ใช่ว่าต้องรอให้เกิดวิกฤต คนไทยเราควรที่จะมีการสนับสนุนเรื่องนี้” นักวิจัยจากทีดีอาร์ไอ กล่าว

ในส่วนของภาครัฐนั้น เธอชี้ว่า ต้องกลับมาทบทวนเรื่องการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศให้มากขึ้น เพราะเหตุการณ์ภายนอกเช่นนี้อาจกระทบต่อราคาพลังงานได้ตลอดเวลา และส่งผลสะท้อนมาถึงภาระค่าครองชีพของประชาชน

“สิ่งที่ภาครัฐควรจะต้องทำก็คือมองว่าเราควรที่จะมีเครื่องมืออะไรในการที่จะลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศได้บ้าง”

ที่มาของภาพ : Getty Photography

ด้าน ผศ.ดร.ปิติ เสริมว่า นอกจากจะมองจากฝั่งการอุดหนุนราคาต้นทุนพลังงานจากภาครัฐแล้ว เขายังอยากมองไปที่ผู้เล่นที่ต้องไปลงสนามจริงเพื่อค้นหาพลังงานเชื้อเพลิงอย่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ด้วย

ผศ.ดร.ปิติ ตั้งข้อสังเกตว่า เดิมที ปตท. ถูกตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2521 ในช่วงเวลาเดียวกับวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันโลกครั้งที่สอง ด้วยเหตุนี้ ภารกิจหลักของ ปตท. ในตอนนั้นจึงคือการเร่งจัดหาน้ำมันให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเขาชี้ว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับสถานการณ์ในตอนนี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายพลังงานชี้ว่า แม้ ปตท. ในปัจจุบันจะมีสถานะเป็นบริษัทมหาชน แต่ก็ยังมีกระทรวงการคลังถือหุ้นเกินครึ่งหนึ่งอยู่ ดังนั้น เขาจึงอยากเห็นบทบาทของ ปตท.ในการช่วยหาแหล่งพลังงานที่ราคาเข้าถึงได้ และเป็นประโยชน์กับประเทศไทย

“เรามีคนเก่ง เรามีคนเก่งที่เคยทำสำเร็จแล้วในอดีต” เขาจึงอยากให้ ปตท. เข้ามามีบทบาทในการช่วยแก้วิกฤตครั้งนี้ในฝั่งการหาอุปทานด้วยเช่นเดียวกัน