
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 6 พิพากษาจำคุก ‘อดีต ผู้อำนวยการสกสค.ตาก’ 72 เดือน คดีนำ ‘รถยนต์ส่วนกลาง’ไปใช้ในการส่วนตัว เบิก‘ค่าน้ำมัน-ค่าบำรุงรักษารถฯ’ โดยมิชอบ
……………………………………..
เมื่อวันที่ 18 ส.ค.สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 101/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 23/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายประทุม เกตุกิตติกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จ.ตาก นำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้ในการส่วนตัว และเบิกค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษารถยนต์ดังกล่าวโดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาสรุปได้ว่า จำเลย (นายประทุม เกตุกิตติกุล) มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 9 กระทง
คำให้การและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละหนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 8 เดือน รวม 9 กระทง เป็นจำคุก 72 เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก
ทั้งนี้ คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว เห็นชอบที่จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายประทุม เกตุกิตติกุล มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นายประทุม จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติครั้งที่ 105/2567 เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2567 ชี้มูลความผิดนายประทุม เกตุกิตติกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จ.ตาก นำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้ในการส่วนตัว และเบิกค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษารถยนต์ดังกล่าวโดยมิชอบ โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 151 และ 157 ประกอบมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบ ป.อ. มาตรา 91













