
เหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์เมื่อเดือน พ.ค. 69 สน.มักกะสันสั่งฟ้องแล้ว ‘พนักงานกั้นถนน-คนขับรถไฟ-คนขับรถเมล์' อ่วม 3 ข้อหาหนัก ขณะที่รถยนต์-มอเตอร์ไซด์-กระบะอีก 20 คันที่จอดคร่อมทางรถไฟจ่อโดนดำเนินคดีฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นความผิดว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 16 ส.ค. 2569 มีรายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาล (สน.) มักกะสัน โดยคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่ 117/2569 ตามคำสั่ง กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา และส่งสำนวนให้อัยการแล้ว เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 ต่อมาทางอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อศาลแล้ว ดังนี้
@คนขับรถไฟ-คนขับรถเมล์-พนักงานกั้นถนน อ่วม 3 ข้อหา
ผู้ต้องหาที่ 1 – 3 ประกอบด้วย พนักงานขับรถไฟ, พนักงานกั้นถนน และพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้มีการกล่าวโทษ และสั่งฟ้องในฐานความผิดดังนี้
พนักงานขับรถไฟ ผู้ต้องหาที่ 1 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความเสียชีวิต, ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 104, 162
พนักงานกั้นถนน ผู้ต้องหาที่ 2 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความเสียชีวิต ,ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300,390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560
พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ผู้ต้องหาที่ 3 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความเสียชีวิต, ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายและกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการขีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
@มอเตอร์ไซด์-รถยนต์-กระบะ จอดคร่อมรางโดนด้วย
ผู้ต้องหาที่ 4 – 6 ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ รถกระบะ ที่จอดคร่อมเครื่องหมายห้ามคร่อมทางรถไฟ คือ เส้นตารางไขว้สีเหลือง กรมการขนส่งทางราง ได้มอบอำนาจให้ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางรางมาร้องทุกข์กล่าวโทษ และได้สั่งฟ้องในฐานความผิด ดังนี้
รถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาที่ 4 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการขีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
รถยนต์กระบะ ผู้ต้องหาที่ 5 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายและกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการขีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
รถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาที่ 6 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการขีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
สำหรับผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นความผิดว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน จะได้เรียกผู้ขับขี่ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จำนวนรถที่เสียหาย ได้แก่ รถไฟ 1 คัน รถเมล์ 1 คัน รถยนต์ 7 คัน สามล้อ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 10 คัน รวม 20 คัน
อนึ่ง สำหรับกรณีรถไฟชนรถเมล์ เกิดขึ้นที่บริเวณถนนอโศก-ดินแดง เมื่อบ่ายวันที่ 16 พ.ค. 2569 โดยขบวนรถสินค้าที่ 2126 (เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง-บางซื่อ) ชนกับรถประจำทางสาย 206 เมกาบางนา-บางเขน แรงกระแทกทำให้รถเมล์เกิดเพลิงลุกไหม้เสียหายหนัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย













