วิธีสังเกตอาการมะเร็งลำไส้ และสาเหตุที่คนหนุ่มสาวเป็นโรคนี้กันมากขึ้น ?

ที่มาของภาพ : Getty Footage

เวลาอ่าน: 5 นาที

เจมส์ แวน เดอร์ บีค นักแสดงผู้โด่งดังจากบทบาทในซีรีส์วัยรุ่นอเมริกันเรื่อง ดอว์สัน ครีก (Dawson's Creek) เสียชีวิตด้วยวัย 48 ปี จากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

ครอบครัวของเขาแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “เจมส์ เดวิด แวน เดอร์ บีค ผู้เป็นที่รักของเราจากไปอย่างสงบ เขาเผชิญวันสุดท้ายด้วยความกล้าหาญ ศรัทธา และความสง่างาม”

เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 แต่เปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะในเดือน พ.ย. 2024

ในการให้สัมภาษณ์กับบิสสิเนส อินไซเดอร์ (Industry Insider) เขาบอกว่าเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในระบบขับถ่าย ซึ่งเป็นอาการทั่วไปของมะเร็งลำไส้ใหญ่ เขาจึงหยุดดื่มกาแฟก่อนจะเข้ารับการตรวจคัดกรอง

ผลการตรวจพบว่าเขาเป็นมะเร็งระยะที่สาม หมายความว่ามะเร็งได้ลุกลามไปยังต่อมน้ำเห-ืองที่อยู่บริเวณใกล้เคียงแล้ว

กรณีของแวน เดอร์ บีค ไม่ใช่กรณีเดียว แต่โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือที่รู้จักกันในชื่อมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก กำลังมีกลุ่มคนอายุน้อยลงเรื่อย ๆ ที่ป่วยเป็นโรคนี้

มะเร็งลำไส้คืออะไร ?

มะเร็งลำไส้ใหญ่พัฒนามาจากเนื้องอกที่ผิดปกติในเยื่อบุของลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก และสามารถแพร่กระจายได้หากไม่ได้รับการรักษา

การตรวจคัดกรองช่วยให้ตรวจพบโรคได้เร็วและลดอัตราการเสียชีวิต แต่จำนวนผู้ป่วยในกลุ่มอายุต่ำกว่า 50 ปีกลับเพิ่มขึ้น

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and proceed studyingได้รับความนิยมสูงสุด

Cease of ได้รับความนิยมสูงสุด

อาการสำคัญที่ควรสังเกตได้แก่:

  • มีเลืoดปนในอุจจาระ
  • การเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่ายอย่างต่อเนื่อง เช่น ถ่ายอุจจาระบ่อยขึ้น หรืออุจจาระเหลวหรือแข็งขึ้น
  • ปวดท้องหรือท้องอืดอย่างต่อเนื่อง
  • อาการอื่น ๆ เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ และรู้สึกว่าถ่ายอุจจาระไม่หมด

อย่างไรก็ตาม การมีอาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นมะเร็งเสมอไป ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรไปพบแพทย์หากเกิดอาการเหล่านี้เกิดขึ้นนานกว่าสามสัปดาห์ หรือหากรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ในกรณีร้ายแรง ลำไส้อาจอุดตันได้ และทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องผูก และอาเจียน ซึ่งในกรณีที่เกิดอาการเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

มะเร็งลำไส้ใหญ่มักรักษาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยวิธีการรักษาก็แตกต่างกันไป ซึ่งอาจใช้วีธีการผ่าตัดหรือการใช้เคมีบำบัดและรังสีรักษาร่วมกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี

จากข้อมูลของสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักรระบุว่า ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นมากกว่า 90% จะมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 5 ปี เทียบกับ 44% ของผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยในระยะสุดท้าย

ผู้ป่วยในกลุ่มคนหนุ่มสาวมีจำนวนเพิ่มขึ้น

ที่มาของภาพ : Getty Footage

ผู้เชี่ยวชาญยังคงพยายามทำความเข้าใจว่า เหตุใดผู้ป่วยในกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 50 ปีจึงมีเพิ่มขึ้นทั่วโลก

ศาสตราจารย์เควิน โมนาฮาน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารประจำโรงพยาบาลเซนต์มาร์กในสหราชอาณาจักร กล่าวในการสัมภาษณ์กับบีบีซีเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า “มะเร็งลำไส้ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงในสหราชอาณาจักร และกำลังกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ”

“เราจำเป็นต้องพัฒนาวิธีการป้องกันมะเร็งเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ” เขาเสริม

งานวิจัยที่นำโดยสมาคมมะเร็งแห่งอเมริกา โดยใช้ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกจนถึงปี 2017 และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารแลนเซ็ต (The Lancet) เมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่า อัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ในวัยผู้ใหญ่ที่อายุน้อยลงกำลังเพิ่มขึ้นใน 27 จาก 50 ประเทศที่ศึกษา โดยเป็นครั้งแรกที่มีการสังเกตและพบการเพิ่มขึ้นนี้ในบางส่วนของละตินอเมริกา แคริบเบียน ยุโรปตะวันออก และเอเชีย

ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้น แต่โรคนี้ยังคงพบได้น้อยในกลุ่มคนหนุ่มสาว

ทว่ายังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนสำหรับจำนวนที่เพิ่มขึ้นนี้ โรคอ้วน อาหารแปรรูปขั้นสูง ยาปฏิชีวนะ การเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลำไส้ มลภาวะทางอากาศ และไมโครพลาสติก ล้วนถูกเสนอว่าเป็นหนึ่งในปัจจัย

แม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ามีหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ ได้แก่

  • อายุ (ส่วนใหญ่ยังคงพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี)
  • บริโภคเนื้อแดงและเนื้อแปรรูปในปริมาณมาก
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก
  • โรคอ้วน
  • ประวัติการเป็นติ่งเนื้อในลำไส้

มะเร็งลำไส้ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกถ่ายทอดทางพันธุกรรม อย่างไรก็ตาม ภาวะทางพันธุกรรมบางอย่าง เช่น กลุ่มอาการลินช์ (Lynch syndrome) จะเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของกรณีทั้งหมดสามารถป้องกันได้ด้วยใช้ชีวิตแบบรักษาสุขภาพมากขึ้น รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูงและไขมันต่ำ การดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว และการรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

เพื่อทำความเข้าใจการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น นักวิจัยที่โรงพยาบาลเซนต์มาร์กกำลังวิเคราะห์ตัวอย่างมะเร็งลำไส้ที่เก็บรักษาไว้นานถึงหนึ่งศตวรรษ เนื้อเยื่อที่เก็บรักษาไว้ซึ่งกำลังไถูกศึกษาวิจัยโดยใช้เทคนิคทางโมเลกุลขั้นสูง ซึ่งอาจช่วยอธิบายได้ว่าทำไมจึงพบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้อายุน้อยมากขึ้น