
‘ศาลฎีกาฯนักการเมือง’ พิพากษาจำคุก ‘ธิติวัฒน์ โควสุรัตน์’ อดีตสมาชิก ‘องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี’ ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ เท็จ ปกปิดบัญชีเงินฝาก 2 บัญชี-ที่ดิน 1 แปลง ‘รับสารภาพ-ไม่เคยติดคุก’ โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
…………………………………..
เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีหมายเลขดำที่ อม 39/2568 ดดีหมายเลขแดงที่ อม 16/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) ผู้ร้อง กับนายธิติวัฒน์ โควสุรัตน์ อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (องค์การบริหารส่วนจังหวัด) อุบลราชธานีผู้ถูกกล่าวหา เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
คดีนี้ ศาลพิพากษาว่า พฤติการณ์ที่นายธิติวัฒน์ โควสุรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหา ไม่แสดงรายการบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวม 2 บัญชี และที่ดิน 1 แปลง ดังกล่าว ส่อแสดงให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินไม่ตรงต่อความเป็นจริง เพื่อหลบเสี่ยงการตรวจสอบเปรียบเทียบทรัพย์สินในช่วงระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่ง ซึ่งเป็นมาตรการที่กฎหมายบัญญัติเพื่อให้เกิดการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ใช้อำนาจของรัฐ
เมื่อผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ( ป.ป.ช. ) กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินและหนี้สินนั้นตามคำร้อง
พิพากษาว่า นายธิติวัฒน์ โควสุรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นกรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม
กับมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้ถึงหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30
“…ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า ผู้ถูกกล่าวหา (นายธิติวัฒน์ โควสุรัตน์) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ( ป.ป.ช. ) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี หรือไม่
เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามที่มีอยู่จริงต่อผู้ร้อง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 102 (9) และมาตรา 105
ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 (9) พ.ศ.2561 การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้ตรงต่อความเป็นจริงเป็นหน้าที่สำคัญที่เจ้าหน้าที่ของรัฐพึงต้องปฏิบัติ อันเป็นมาตรการในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ใช้อำนาจรัฐ
ได้ความจากสำนวนการไต่สวนว่า บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเซนทรัลอุบล เลขที่บัญชี XXX-X-XXXXX-X จำนวนเงิน 344,310.21 บาท เป็นเงินฝากที่ผู้ถูกกล่าวหาเก็บเงินสะสมใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
และบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเขมราฐ อุบลราชธานี เลขที่บัญชี XXX-X-XXXXX-X จำนวนเงิน 44.48 บาท แม้มียอดเงินฝากคงเหลือเล็กน้อย แต่ปรากฏรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีอยู่เป็นประจำ โดยมีรายการฝาก- ถอนเงิน จำนวนมากหลายรายการต่อเนื่องจนถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2563 ที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง โดยวันที่ 26 ตุลาคม 2563 ปรากฏรายการโอนเงินออกจากบัญชี 300,000 บาท
ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 23229 ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่ 87.6 ตารางวา มูลค่า 166,440 บาท ผู้ถูกกล่าวหาได้กรรมสิทธิ์เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2558 ในระหว่างที่ผู้ถูกล่าวหาดำรงตำแหน่ง ซึ่งตามบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ผู้ถูกกล่าวหายื่นแสดงรายการที่ดินแปลงอื่นเพียงแปลงเดียว
พฤติการณ์ที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงรายการบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวม 2 บัญชี และที่ดิน 1 แปลง ดังกล่าว ส่อแสดงให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินไม่ตรงต่อความเป็นจริง เพื่อหลบเสี่ยงการตรวจสอบเปรียบเทียบทรัพย์สินในช่วงระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่ง ซึ่งเป็นมาตรการที่กฎหมายบัญญัติเพื่อให้เกิดการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ใช้อำนาจของรัฐ
เมื่อผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ( ป.ป.ช. ) กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินและหนี้สินนั้นตามคำร้อง
พิพากษาว่า นายธิติวัฒน์ โควสุรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นกรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม
กับมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้ถึงหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 39/2568 ดดีหมายเลขแดงที่ อม 16/2569 ลงวันที่ 26 มิ.ย.2569 ระบุ













