
คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ ชี้มูล “นายอุดม” อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กรณีถูกกล่าวหาทุจริตในการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หลังอนุญาตรับย้ายนักเรียนจำนวน 11 ราย ทั้งที่ไม่มีนักเรียนเดิมย้ายออก ส่งผลให้จำนวนผู้เรียนเกินเกณฑ์ห้องละ 40 คน
จากการไต่สวนพบว่า โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยดำเนินการรับนักเรียนชั้น ม.1 รอบปกติตามประกาศและปฏิทินของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระบวนการรับนักเรียนสิ้นสุดตั้งแต่การมอบตัวในเดือนเมษายน 2566
แต่ภายหลังเปิดภาคเรียน ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2566 นายอุดมในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียน ได้อนุมัติรับย้ายนักเรียนเข้ามาเรียนจำนวน 11 ราย ทั้งที่ไม่มีนักเรียนย้ายออก ทำให้นักเรียนชั้น ม.1 ห้องเรียนทั่วไปมีจำนวนเกินห้องละ 40 คน ซึ่งไม่เป็นไปตามนโยบายและแนวปฏิบัติของ สพฐ. รวมถึงแผนการรับนักเรียนของโรงเรียน
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ระบุว่า การรับย้ายควรดำเนินการเมื่อมีที่นั่งว่างจากการย้ายออก แต่กรณีดังกล่าวไม่พบว่ามีนักเรียนย้ายออก ขณะเดียวกันการตั้งคณะกรรมการพิจารณารับย้ายตามคำสั่งที่ 616/2566 ยังถูกตั้งข้อสังเกตจากพยานซึ่งเป็นกรรมการว่า ไม่ได้นำข้อมูลนักเรียนมาให้พิจารณา และไม่มีการประชุมกลั่นกรองตามที่ตกลงกันไว้ โดยผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ตัดสินใจรับนักเรียนทั้งหมดด้วยตนเอง
นอกจากนี้ จากการไต่สวนยังพบว่า นักเรียนที่ได้รับย้ายส่วนใหญ่จบจากโรงเรียนเอกชนที่มีค่าใช้จ่ายสูง จึงไม่สอดคล้องกับข้ออ้างเรื่องปัญหาเศรษฐกิจของผู้ปกครอง และที่สำคัญพบว่า นักเรียน 10 ราย จากทั้งหมด 11 ราย เคยเข้าสอบคัดเลือกในรอบปกติของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย แต่ไม่ผ่านการคัดเลือก
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ให้แก่ผู้อื่น แม้จากการไต่สวนจะไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการรับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนก็ตาม
มติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในการประชุมคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ครั้งที่ 57/2569 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมมีมติ เป็นเอกฉันท์ ว่า นายอุดม ชูลีวรรณ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172
นอกจากนี้ยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติให้ส่งสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยัง อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย และส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป
ทั้งนี้ การชี้มูลของคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นขั้นตอนในกระบวนการดำเนินคดี ผู้ถูกกล่าวหายังคงมีสิทธิต่อสู้คดีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ปปชสงขลา อดีตผอญว ทุจริตรับนักเรียน #ญว ข่าวหาดใหญ่ หาดใหญ่นิวส์
RSS) ——— ข่าวอัพเดทจาก : หาดใหญ่นิวส์ ——— www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย 🇹🇭











