
‘สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ-สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ จับ ‘อดีตเจ้าพนักงานการเงิน’ สำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ทุจริตแก้ไขข้อความ ‘ตั๋วเงิน’ ให้ ‘ตนเอง-พวก’ เป็นผู้มีสิทธิรับเงิน
………………………………….
เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักพันธกรณีและความร่วมมือระหว่างประเทศ และสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับกุมตัวนางสาวนพรัตน์ คำพิไล ซึ่งคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติชี้มูลความผิด เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและการบัญชีชำนาญงาน สำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดหนองบัวลำภู
กรณีเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ในการแก้ไขข้อความในตั๋วเงินซึ่งใช้ในราชการให้ตนเองกับพวกเป็นผู้มีสิทธิรับเงิน โดยนางสาวนพรัตน์ฯ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ จ.130/2567 ลงวันที่ 1 ก.ค.2567
ข้อมูลทางการสืบสวนของสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปรากฏว่า นางสาวนพรัตน์ฯ ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปยังสาธารณรัฐเกาหลี สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะสำนักงานกลางแห่งชาติ ตำรวจสากลกรุงเทพฯ เพื่อร่วมมือในการติดตามจับกุมผู้ถูกกล่าวหาและส่งตัวกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย
ในการนี้ นางสาวนพรัตน์ฯ ได้ถูกผลักดันส่งตัวกลับประเทศไทยและเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 25 มี.ค.2569 โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สนธิกำลังร่วมกันเข้าจับกุมพร้อมแสดงหมายจับ และได้แจ้งข้อกล่าวหาที่ปรากฏตามหมายจับให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบพร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย รวมถึงดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 และนำตัวผู้ถูกกล่าวหารายดังกล่าว ไปทำบันทึกจับกุม
จากนั้นนำตัวส่งสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 4 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อนึ่ง ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด













