หลายสำนักข่าวเช่น กรุงเทพธุรกิจ มติชนออนไลน์ รายงานจากสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่า ในการประชุมคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติวันนี้ (31 มี.ค.) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างคำร้อง เพื่อยื่นศาลฎีกา กรณีกล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ในคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะส่งคำร้องให้กับสำนักคดี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อยื่นคำร้องแก่ศาลฎีกาต่อไป
รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า หากศาลฎีกามีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีดังกล่าว และไม่มีคำสั่งอื่นใด 10 สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ที่ตกเป็นหนึ่งใน 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล จะต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันที
วานนี้ (30 มี.ค.) หลายสำนักข่าวเช่น ฐานเศรษฐกิจ และช่องสาม รายงานถึงความคืบหน้าคดี 44 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล กรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (ม.112) ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) มีมติชี้มูลความผิด และอยู่ระหว่างการดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา โดยแหล่งข่าวจากสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดเผยวานนี้ว่า ภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ชุดใหญ่ โดยต้องรอการเรียกประชุมจากประธาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และบรรจุเป็นวาระพิจารณา เพื่อให้มีมติ “รับรองคำร้อง” อย่างเป็นทางการ ก่อนดำเนินการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาตามขั้นตอน
ทั้งนี้ หาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติรับรองคำร้องแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการยื่นคำร้องให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยในประเด็นจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งรวมถึงอำนาจในการพิจารณาว่า จะมีคำสั่งให้ผู้ดำรงตำแหน่ง สส. หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหรือไม่ โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
สำหรับกลุ่ม 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปัจจุบันมี สส.ในกลุ่มนี้จำนวน 10 คน ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ในนามพรรคประชาชน (ปชน.) ทั้ง 10 คนนี้ถูกจับตาว่ามีความเสี่ยงอาจถูกศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

ในจำนวนนี้ แบ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ได้แก่
- ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
- ศิริกัญญา ตันสกุล
- รังสิมันต์ โรม
- วาโย อัศวรุ่งเรือง
- ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
- ณัฐวุฒิ บัวประทุม
- สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
- ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
และ สส.แบบแบ่งเขต 2 คน ได้แก่
- ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กรุงเทพมหานคร เขต 18 เขตหนองจอก (เฉพาะแขวงโคกแฝด แขวงลำผักชี และแขวงลำต้อยติ่ง), เขตลาดกระบัง (เฉพาะแขวงลำปลาทิว), เขตมีนบุรี (เฉพาะแขวงแสนแสบ)
- เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 33 เขตบางพลัด , เขตบางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช)
ทั้งนี้ สำหรับ สส.บัญชีรายชื่อ 8 คนข้างต้น มีนัยยะสำคัญตรงที่เป็นกลุ่มแกนนำหลักของพรรครวมถึง เท้ง ณัฐพงษ์ ซึ่งมีฐานะเป็นหัวหน้าพรรค ปชน. พ่วงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านด้วย
หาก สส. 8 คนนี้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็จะมีการเลื่อนลำดับ ผู้สมัคร สส.ในบัญชีรายชื่อขึ้นมาแทน ซึ่งพรรคประชาชนได้ สส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 32 คน เท่ากับว่า 8 รายชื่อที่จะถูกเลื่อนขึ้นมาแทน มีดังต่อไปนี้
- กรุณพล เทียนสุวรรณ (ลำดับ 33)
- ณรงเดช อุฬารกุล (ลำดับ 34)
- ชุติมา คชพันธ์ (ลำดับ 35)
- ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ (ลำดับ 36)
- นพณัฐ มีรักษา (ลำดับ 37)
- รัชนาท วานิชสมบัติ (ลำดับ 38)
- นิธิกร บุญยกุลเจริญ (ลำดับ 39)
- ชลธิชา แจ้งเร็ว (ลำดับ 40)
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับคดีนี้
เดิมทีคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาเป็น สส.ของพรรคก้าวไกลรวมทั้งหมด 44 คนจากการไปร่วมลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. …. ที่จะเข้าไปแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 112 มีสาระสำคัญที่พรรคเสนอแก้ไขดังนี้
1.ลดโทษของกฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์มีความสอดคล้องกับหลักสากล โดยให้เหลือเพียง
- จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (พระมหากษัตริย์)
- จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์)
- โทษหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาจะถูกลดลงจากโทษจำคุก 0-2 ปี เหลือแค่โทษปรับ
2. ย้ายกฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ออกจากหมวดความมั่นคงให้เป็นความผิดที่ยอมความได้ โดยกำหนดให้สำนักพระราชวังเป็นผู้มีสิทธิแจ้งความหรือร้องทุกข์กล่าวโทษเพียงผู้เดียว
3. บัญญัติให้ชัดเจนในกฎหมาย เพื่อคุ้มครองกรณีการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตหรือการพูดความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธาณะ ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันกับเหตุยกเว้นความผิดและเหตุยกเว้นโทษสำหรับการหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขกฎหมายที่เป็นเพียงการลดโทษและทำให้มีกรณียกเว้นความผิดและโทษ หากเป็นกรณีวิจารณ์โดยสุจริตนี้ ก่อนหน้านี้ในส่วนของคดีพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกลถูกร้องว่าล้มล้างการปกครองจากเรื่องเดียวกันนี้ เมื่อ 31 ม.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยยว่าการแก้ไขเช่นนี้ เป็นการ “ล้มล้างการปกครอง” ตามรัฐธรรมนูญ ม.49
ครั้งนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล การเสนอแก้กฎหมายมาตรา 112 นั้นเป็นความต้องการลดทอนการคุ้มครองสถาบัน ใช้กระบวนการนิติบัญญัติเป็นวิธีการเพื่อซ่อนเร้น มีพฤติการณ์รณรงค์หาเสียงต่อเนื่อง การใช้เป็นนโยบายพรรคหาเสียงเลือกตั้งและกระทำต่อเนื่องเป็นการนำสถาบันลงมาเพื่อเป็นประโยชน์ในการเลือกตั้ง
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการเสนอแก้ไขกฎหมายตามกระบวนการนิติบัญญัติเป็นการล้มล้างการปกครองแล้ว “นักร้อง” 2 คนคือ ธีรยุทธ สุวรรณเกสร กับนายสนธิญา สวัสดี นำไปยื่นคำร้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในเดือน ก.พ. 2567 ให้ตรวจสอบและเอาผิด สส.ก้าวไกล 44 คนที่ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขมาตรา 112 มีความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงตาม “มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561” ตามมา และเป็นคดีที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้มีมติชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569 ซึ่งเป็นวันถัดจากการเลือกตั้งทั่วไปเพียงวันเดียว
นอกจากนั้น จากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญทำให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งเรื่องคดียุบพรรคก้าวไกลส่งศาลรัฐธรรมนูญ ต่อมา 7 ส.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี และห้ามมีส่วนร่วมตั้งพรรคการเมืองใหม่ จากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญทำให้มี สส.ก้าวไกลถูกตัดสิทธิไปแล้ว 8 คน ได้แก่
- พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
- เบญจา แสงจันทร์
- อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
- ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์
- สุเทพ อู่อ้น
- อภิชาติ ศิริสุนทร
- ปดิพัทธ์ สันติภาดา
- สมชาย ฝั่งชลจิตร
ส่วนอดีต สส.อีก 26 คนที่อยู่ในคดีเดียวกัน ได้แก่
- วุฒินันท์ บุญชู
- จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์
- ญาณธิชา บัวเผื่อน
- ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์
- องค์การ ชัยบุตร
- มานพ คีรีภูวดล
- วรรณวิภา ไม้สน
- จรัส คุ้มไข่น้ำ
- ศักดินัย นุ่มหนู
- สุรวาท ทองบุ
- พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
- กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี
- สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา
- สมเกียรติ ถนอมสินธุ์
- ทองแดง เบ็ญจะปัก
- พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์
- ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์
- พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ
- ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์
- ทวีศักดิ์ ทักษิณ
- สมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล
- วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
- นิติพล ผิวเหมาะ
- คำพอง เทพาคำ
- วรภพ วิริยะโรจน์
- ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์











