
บัญชีทรัพย์สิน ‘พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ’ พ้นจากตำแหน่ง สส. 177 ล้าน สะสมเครื่องเพชรทอง 23 ล้าน เงินฝาก 7 ล. คู่สมรสถือหุ้นใหญ่ นั่ง กก. 3 บริษัท
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รัฐสภา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568
นางพิชชารัตน์ พร้อมด้วย นายชูรัฐ เลาหพงศ์ชนะ คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 177,178,349.37 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 24,430,730.81 บาท
นางพิชชารัตน์ แจ้งมีทรัพย์สิน 35,326,926.21 บาท ประกอบด้วย เงินสด 300,000 บาท เงินฝาก 8 บัญชี 7,788,732.37 บาท เงินลงทุน 1,367,431.34 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง มูลค่า 1,000,000 บาท เป็นห้องชุดใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทรัพย์สินอื่น มูลค่ารวม 24,870,762.50 บาท ที่สำคัญ ได้แก่ พระเครื่อง 19 รายการ มูลค่า 7,512,820 บาท เครื่องเพชร มูลค่า 11,370,000 บาท และเครื่องทอง มูลค่า 11,910,762.50 บาท
นางพิชชารัตน์ แจ้งมีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 3,337 บาท แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 1,362,720 บาท จากเงินเดือน มีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 1,500,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ทั้งนี้ นางพิชชารัตน์ ระบุหมายเหตุเพิ่มเติมเกี่ยวกับทรัพย์สินอื่นว่า ราคาทองคำมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 101% ต่อบาท เมื่อเทียบกับช่วงเข้ารับตำแหน่ง และมีการนับจำนวนพระเครื่องและเครื่องทองใหม่ตามที่ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568
สำหรับประวัติการทำงานย้อนหลัง 5 ปี นางพิชชารัตน์ แจ้งว่าเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ธรี สุขุมวิท จำกัด และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี 2562 และปี 2566
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบัน นางพิชชารัตน์ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย อดีตเคยเป็นรองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
นายชูรัฐ (คู่สมรส) แจ้งมีทรัพย์สิน 140,705,329.92 บาท ประกอบด้วย เงินสด 100,000 บาท เงินฝาก 11 บัญชี 5,014,589.23 บาท เงินลงทุน 101,605,740.69 บาท ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในบริษัทเอกชน เช่น บจก.กรุงไทยแทรกเตอร์ และ บจก.กรุงไทยแลนด์ ดีเวปลอปเม้นท์ ที่ดิน 1 แปลง มูลค่า 1,500,000 บาท ใน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง มูลค่า 5,300,000 บาท เป็นห้องชุดในเขตคลองเตย กรุงเทพฯ ยานพาหนะ รถยนต์ยี่ห้อ SAAB 1 คัน มูลค่า 700,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 1,200,000 บาท เป็นสมาชิกราชกรีฑาสโมสร ทรัพย์สินอื่น มูลค่ารวม 25,285,000 บาท ได้แก่ นาฬิกา 33 เรือน มูลค่า 12,785,000 บาท เหรียญทองคำที่ระลึก 2,000,000 บาท ป้ายทะเบียนรถ 3,500,000 บาท และกระเป๋าแบรนด์เนมรวมกระเป๋าถมเงินถมทอง
นายชูรัฐ แจ้งมีหนี้สิน 24,427,393.81 บาท ประกอบด้วยเงินเบิกเกินบัญชี 364,893.81 บาท และหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 24,062,500 บาท โดยกู้ยืมจากนายอภิชา เลาหพงศ์ชนะ เมื่อปี 2562 แจ้งรายได้ต่อปีโดยประมาณ 1,960,830.62 บาท และมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 2,000,000 บาท
นายชูรัฐ แจ้งประวัติการทำงานปัจจุบัน ระบุเป็นกรรมการผู้จัดการใน 3 บริษัท ได้แก่ จก. เอ็น.เอ็ม.เร้นท์ อะคาร์, จก. ยูนิอินชัวรันส์ โบรกเกอร์ และ บจก. แซมปลิ่ง นอกจากนี้ยังระบุในหมายเหตุว่าเคยยื่นบัญชีทรัพย์สินในฐานะเข้ารับตำแหน่งกรรมการธนาคารออมสิน เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568
ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สินเป็นเงินลงทุนมูลค่า 1,146,093.24 บาท






















