แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/gf6a 📋 | ดู : 10 ครั้ง
ภาพปกจาก:-เฟซบุ๊กตลาดบ้านแหลมจังหวัดจันทบุรี-fc-แม้ว่าการปะท

ภาพปกจาก: เฟซบุ๊กตลาดบ้านแหลมจังหวัดจันทบุรี FC

แม้ว่าการปะทะกันทางอาวุธอย่างหนักตามแนวชายแดนไทยและกัมพูชาระลอกล่าสุดจะอยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัดในบริเวณภาคอีสานของไทย และเสียงปืนได้สงบลงแล้ว ทว่าผลกระทบก็ขยายมาถึงจังหวัดสระแก้วและจันทบุรีด้วยที่มีพรมแดนติดกับกัมพูชาทางฝั่งตะวันออกด้วยเช่นกัน การปะทะระลอกล่าสุดของสองประเทศเพื่อนบ้านซ้ำเติมความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปะทะกันระลอกแรก เรื่อยมาจนมาถึงการใช้มาตรการปิดด่านพรมแดน

ประชาไทพูดคุยกับตัวแทนหอการค้าจังหวัดสระแก้วและจันทบุรี ถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เมืองชายแดนต้องเผชิญ หลังพื้นที่ธุรกิจการค้าที่เคยมีชีวิตชีวากลายเป็นเงียบเหงา ผู้คนชายแดนต้องอพยพ รวมถึงแรงงานกัมพูชา “เกือบทั้งหมด” ก็กลับประเทศไปจนภาคธุรกิจชะงัก

อนุวัฒน์ หวังพนาวงศ์ ผู้ประกอบการรายย่อย ตัวแทนหอการค้าจังหวัดสระแก้ว ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประไทในเรื่องสภาพความเดือดร้อนที่พวกเขาเผชิญอยู่ โดยเขาเรียกความเดือดร้อนในครั้งนี้ว่าเป็น “ภาวะ 2 ด้าน”

ในด้านหนึ่งเขาก็เป็นคนไทยที่รู้สึกคล้ายๆ กับคนไทยทั้งประเทศ ขณะที่อีกด้านหนึ่ง เขาก็เป็นคนทำมาค้าขายในอำเภออรัญประเทศ ที่รายได้ตกฮวบหลังจากที่มีเหตุปะทะ

“เราเจอกับภาวะสองด้าน ด้านแรกคือเราเข้าใจว่าสถานการณ์ตรงนี้เป็นสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในเรื่องของการรักษาอธิปไตยของชาติ เรายอมรับสภาพกัน อันนี้พูดในฐานะประชาชนชาวไทย แต่ในขณะเดียวกัน เราได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โดยตรงเลย เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีแนวทางที่จะเห็นได้ชัดว่ามันจะไปสิ้นสุดเอาในรูปแบบไหน”

“ในฐานะคนที่เป็นประชาชน (ที่อยู่ชายแดน) ก็เปรียบเสมือนแนวหน้าฝั่งหนึ่งเหมือนกัน เราได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าการค้าขาย ที่เราเคยจับจ่ายใช้สอยกันได้ เรื่องสุขภาพจิต มีเด็กนักเรียนที่ต้องหยุดเรียน ขาดโอกาสทางการศึกษาไปอีก และยังมีคนที่ได้รับผลกระทบแล้วไม่สามารถอพยพออกพื้นที่ตรงนี้ได้”

อนุวัฒน์ เล่าว่าโดยปกติแล้วพื้นที่ตรงนี้มีคนไทย และคนกัมพูชาเข้ามาใช้ชีวิต เข้ามาทำธุรกิจ เรียกได้ว่าคนทั้งสองประเทศคุ้นเคยกันดี แต่ตอนนี้อำเภออรัญประเทศมีสภาพเงียบเหงา คนกัมพูชาทั้งแรงงานและผู้ประกอบการ “เกือบทั้งหมดต้องกลับประเทศไป” ส่วนคนไทยบางส่วนก็ต้องอพยพออกจากไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่า

“ทางฝั่งกัมพูชาเขาก็มีการเรียกประชาชนกลับ ทาง (ประเทศไทย) เราเองก็ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เขาได้ว่าอยู่ตรงนี้เขาจะมีที่ทำกินไหม”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมืองชายแดนมีเหตุการณ์ที่คนไทยออกตามล่า ทำร้ายคนกัมพูชาเหมือนอย่างที่เกิดในกรุงเทพฯ และที่อื่นๆ บ้างหรือไม่ เขาบอกว่าไม่มีแบบนั้นเลย อย่างไรก็ตาม คนกัมพูชาเองก็ความกังวลเรื่องความปลอดภัย

“จริงๆ ในพื้นที่ คนเราใช้พื้นที่ร่วมกัน ทำงานค้าขายกันมา พูดคุยกัน พนักงานก็เตะตะกร้อกัน ชาวไทยชาวกัมพูชาก็เล่นกันสนุกสนานไม่ได้มีปัญหาอะไร ในส่วนของคนที่ทำงานอยู่บริเวณประชาชนที่อยู่ชายแดน ผมมองว่าประชาชนไทยและประชาชนชาวกัมพูชาตกเป็นเหยื่อทั้งคู่นะครับ”

อนุวัฒน์เล่าว่าธุรกิจของเขาได้รับผลกระทบเช่นกัน รายได้ของเขาลดลงจนเหลือแค่ประมาณ 20% จากเดิม ส่วนคนงานกัมพูชาก็กลับประเทศไปแล้ว จึงเหลือแต่แรงงานชาวไทย

“อย่างกรณีของผมเองก็คือมีลูกน้องต้องเลี้ยง และลูกน้องผมเองจะขาดรายได้ก็ไม่ได้เพราะว่าถ้าลูกน้องผมตกงานตอนนี้ก็ไม่มีงานทำอยู่ดี เพราะว่าทุกคนก็ว่างงานกันหมด”

“ตอนแรกเรามีการคุยกันกับชาวลูกน้องกัมพูชาว่าถ้าสถานการณ์สงบแล้ว เรากลับมาก็ทำงานกันได้เหมือนเดิม ประมาณนี้ แต่ตอนนี้ อย่าว่าแต่ลูกน้องกัมพูชาเลยครับ ลูกน้องคนไทยผมยังไม่แน่ใจเลยว่าเราจะต้องกลั้นหายใจ เราต้องอดทนไปนานเท่าไร เพราะว่าเราต้องจ่ายเงินพวกเขาในทุกๆ เดือน ไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดของสถานการณ์นี้จะไปจบตรงไหน”

ยิ่งไปกว่านั้น ความขัดแย้งชายแดนครั้งนี้ทำคนอีกจำนวนมากขาดรายได้ไปเลย อาทิ ผู้ค้าตลาดนัด ร้านโชว์ห่วย ร้านขายของปิ้งย่างตามตามแนวชายแดน มันทำให้พื้นที่เงียบเหงาชนิดที่ “เซเว่นบางสาขาต้องปิดตัวลงเลย ถ้าระดับเซเว่นยังปิดตัวก็คือเขาไม่มีลูกค้าแล้วอะครับในพื้นที่ชายแดน”

เขากล่าวต่อไปว่า คนขาดรายได้ แต่ค่าใช้จ่ายยังคงมี และอาจเพิ่มขึ้นด้วยจากการต้องพยายามดูแลกันเอง ต่อให้เป็นกลุ่มที่ยังไม่ต้องอพยพไปไหน คนก็ยังต้องจ่ายค่าครองชีพ ค่าเช่า ผ่อนบ้านผ่อนรถอยู่

ส่วนกลุ่มที่ต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น ก็มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะค่าเช่าเดิมที่ชายแดนก็ไม่ได้หายไป แต่ก็ต้องไปเช่าที่ใหม่อาศัย

“ค่าใช้จ่ายของคนในพื้นที่ยิ่งสูงขึ้นไปอีก แล้วยังไม่มีการช่วยเหลือเยียวยาใดๆ จากทางภาครัฐ”

เขาเล่าต่อไปว่า กลุ่มที่อพยพออกไปจะเป็นเด็กและผู้หญิง ส่วนคนที่ยังไม่ได้อพยพ อย่างเช่นตัวเขาก็อยู่ในฐานะกำลังงานที่คอยดูแลพื้นที่ให้ไม่ร้าง ส่วนอีกกลุ่มคือคนที่ประเมินความเสี่ยงแล้วเลือกที่จะไม่ไปไหน รวมถึงคนที่ไม่มีที่ไป

ส่วนความช่วยเหลือที่ได้รับ เขาบอกว่า “คนที่ให้ความช่วยเหลือก็เป็นคนที่เดือดร้อนด้วยกันเอง” มาจากประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งมีทั้งคนที่คุ้นเคยกับพื้นที่และคนที่ยื่นมือมาช่วยจากที่ไกลๆ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าภาครัฐควรมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร เขาตอบว่า อยากให้ภาครัฐเร่งให้มีกองทุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว หรือถ้ามีงบส่วนอื่นก็อยากให้เอามาเยียวยาตรงนี้ก่อน

ในฐานะคนไทยเหมือนกันตัวเขาเองเข้าใจความโกรธแค้นที่คนไทยส่วนใหญ่รู้สึกอยู่ แต่การจะรบกันเอาสะใจก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เขาบอกว่าอยากให้จำกัดพื้นที่ความขัดแย้งเพื่อไม่ให้ความเสียหายลุกลามไปกว่านี้ ถ้าไทยไปโจมตีกัมพูชาที่เป็นประเทศเล็กกว่า ภาพลักษณ์ของประเทศเราต่อชาวโลกในระยะยาวก็เสียหาย

อนุวัฒน์ ผู้ประกอบการรายย่อย ตัวแทนหอการค้าจังหวัดสระแก้ว กล่าวต่อไปว่า มันมีวิธีอื่นๆ ที่ในระดับประชาชนสองประเทศสามารถทำได้ และเป็นวิธีที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่า ก็คือการทำความเข้าใจมุมมองของกันและกัน เราจะเห็นว่าที่ผ่านมาข่าวฝั่งกัมพูชาก็ไม่ได้รายงานผู้เสียชีวิตมากเท่าไรนัก “เมื่อเช้านี้ก็มีข่าวว่าทหารที่มาออกรบของทางฝั่งกัมพูชา เริ่มมีชาวกัมพูชาเริ่มประกาศหาตัวกันแล้วว่าหายไป ติดต่อไม่ได้” อยากให้คนไทยเข้าใจข้อจำกัดเรื่องเสรีภาพสื่อในฝั่งกัมพูชาด้วย ความที่กัมพูชาไม่ได้มีเสรีภาพสื่อมากเท่าเมืองไทย ทำให้ชาวกัมพูชาเองก็อาจได้รับข่าวสารที่ไม่ครบถ้วนจากรัฐบาล

ขณะที่ อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี ให้สัมภาษณ์กับประชาไทว่า เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นำมาซึ่งกระแสเกลียดชังแรงงานกัมพูชานั้น กระทบกับความรู้สึกของแรงงานกัมพูชา จนทำให้พวกเขากลับประเทศไป “หายไปประมาณ 80% เลย” ทั้งในภาคส่วนก่อสร้าง ภาคส่วนการเกษตร ซึ่งอย่างหลังนี้กำลังจะส่งผลกระทบ เนื่องจากช่วงปลายปีคือฤดูกาลของลำไย

ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรีเล่าว่า “ปกติแล้วจะมีแรงงานกัมพูชาประมาณ 20,000 คนในภาคตะวันออก แต่ตอนนี้เหลืออยู่ไม่กี่พัน” การกลับประเทศของแรงงานกัมพูชาเป็นการกลับแบบ “เฮโล” ซึ่งคนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มก้อนที่มีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ส่วนกลุ่มที่ไม่กลับก็มี คือพวกที่สนิทกับนายจ้าง และประเมินสถานการณ์แล้วว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ซึ่งกลุ่มหลังนี้มีจำนวนน้อยกว่ามาก อาจจะเป็นแรงงานประเภททำงานในบ้าน และอื่นๆ

ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรีกล่าวว่า อยากขอให้กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยจัดการให้มีแรงงานทดแทนจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ให้ไวที่สุด โดยเบื้องต้นมีการประเมินกันว่า การกลับบ้านครั้งใหญ่ของแรงงานกัมพูชาคงไม่ต่ำกว่า 3 เดือน

ที่มา ประชาไท ( prachatai.com )

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชานันท์ ยอดหงษ์ และปองขวัญ สวัสด

ซีพีจับมือมหาวิทยาลัยชิงหัว ชูต้นแบบความร่วมมือพัฒนานักวิจัยแห่งอนาคตผ่านธุรกิจจริง

กองทัพภาคที่ 1 โดย กองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) ชี้แจง กรณีประก 2026-06-29 13:44:00

🚨กรมทะเล ติดตามการลาดตระเวนเชิงรุกป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง ปล

🏕️🌲 สายแคมป์เตรียมแพ็คกระเป๋า 29 มิถุนายน ฉลอง "วันตั้งแคมป์

"ชัชชาติ" นั่งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครสมัย 2 สก.พรรคส้มครอง 22 เขต 28 มิ.ย

🚨 อธิบดี ปภ. ตรวจการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ปภ และเครื่องจักรกลสาธ

29 มิ.ย. 69 เวลา 19.17 น. เพจเฟซบุ๊ก "สปอร์ตไลท์บางปู" รับแจ 2026-06-29 13:52:00

การสัมมนาปิดการอบรม หลักสูตร บสก.รุ่นที่ 12

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/gf6a 📋 | ดู : 10 ครั้ง
  1. 2026-06-28-10:06:00-|-ข่าวสารจากกรุมอุตุนิยมวิทยา 2026-06-28 10:06:00 | ข่าวสารจากกรุมอุตุนิยมวิทยา
  2. วันเดอร์ที่-104-เปิดอย่างเป็นทางการเวลา-1100-น. วันเดอร์ที่ 104 เปิดอย่างเป็นทางการเวลา 11.00 น.
  3. ถอดนัย ชัยวัฒน์ แพ้ มัลลิกา คน กทม  สิ้นสุดทางส้ม  ตอบโจทย์ ถอดนัย ชัยวัฒน์ แพ้ มัลลิกา คน กทม สิ้นสุดทางส้ม ตอบโจทย์
  4. การสัมมนาปิดการอบรม-หลักสูตร-บสก.รุ่นที่-12 การสัมมนาปิดการอบรม หลักสูตร บสก.รุ่นที่ 12
  5. ️-ร่วมด้วยช่วยกันครับผม-ขอรับบริจาคเลืoดทุกหมู่เลืoด-ให้ ❤️ ร่วมด้วยช่วยกันครับผม ✅ ขอรับบริจาคเลืoดทุกหมู่เลืoด ให้
  6. ประท้วงวุ่น “เสรีพิศุทธ์” เจอ “ศุภชัย” เบรก หลังพาดพิงนายกฯ คดีฮั้ว สว.-เลือกตั้งสีน้ำเงิน อัพเดทข่าว ประท้วงวุ่น “เสรีพิศุทธ์” เจอ “ศุภชัย” เบรก หลังพาดพิงนายกฯ คดีฮั้ว สว.-เลือกตั้งสีน้ำเงิน อัพเดทข่าว
  7. -หยั่งรากแห่งความร่มเย็น-กลางผืนป่ามรดกโลก…-ต้นรวงผึ้ง 🌳 💛 หยั่งรากแห่งความร่มเย็น กลางผืนป่ามรดกโลก… ต้นรวงผึ้ง
  8. รวบอดีตตำรวจ-หนีคดีพยายามฆ่-า-พบประวัติเคยก่อเหตุอุ้มรีดเงิน รวบอดีตตำรวจ หนีคดีพยายามฆ่-า พบประวัติเคยก่อเหตุอุ้มรีดเงิน
  9. ชาวบ้านสู้แดดไม่กลัวฝน-เคลื่อนขบวนค้านร่างกฎหมาย-sec-ปิดทำเน ชาวบ้านสู้แดดไม่กลัวฝน เคลื่อนขบวนค้านร่างกฎหมาย SEC ปิดทำเน
  10. ปัญหาสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวิน-จังหวัดแม่ฮ่องสอน-ยังพบต่ ปัญหาสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังพบต่

      ใส่ความเห็น

      อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


      Share via
      Click to Hide Advanced Floating Content
      ×

      มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

      ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

      ไปกันเล้ยยย
      Send this to a friend
      ล่าสุด
      ×