
ปปง.ตามอายัดได้ 1 ล.คดี 2 ผู้เสียหาย จ.ชุมพร ถูกสแกมเมอร์อ้างส่งพัสดุผิด กม.ติดค้าง หว่านล้อม ลวงโอนเงิน 34 ครั้ง 101.8 ล. โยงอาคารประตูดำ ปอยเปต กัมพูชา
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย 245/2568 ลงวันที่ 29 กันยายน 2568 เรื่อง ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ราย นางสาวมณีศรี กับพวก ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เป็นอั้งยี่ และฟอกเงิน โดยมีพฤติการณ์เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์แอบอ้างเป็นพนักงานขนส่งและเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ผู้เสียหายว่าส่งพัสดุผิดกฎหมายและพัวพันคดีฟอกเงิน เพื่อลวงให้โอนเงินไปตรวจสอบ มีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินจำนวน 34 ครั้ง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 101,871,381 บาท
ทรัพย์สินที่ ปปง.มีคำสั่งอายัด จำนวน 26 รายการ เป็นเงินในบัญชีเงินฝากในชื่อบุคคลต่างๆ รวมจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 1,016,275.31 บาท
คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมมีรายละเอียด ดังนี้
ด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ได้รับรายงานจากกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 ตามหนังสือ ที่ ตช 0039.6/2655 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 เรื่อง ส่งแบบรายงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมที่มีกฎหมายกำหนดเป็นความผิด ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ความผิดฐานฟอกเงิน กล่าวคือ
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 นางสาวชญานิษฐ์ และนางศิริวรรณ ผู้เสียหาย ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าได้มีคนร้ายโทรศัพท์มาแสดงตนเป็นพนักงานขนส่งและแจ้งว่าผู้เสียหายได้ส่งพัสดุมีสิ่งของผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดี โดยได้ใช้อุบายพูดคุยหว่านล้อมให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าผู้เสียหายเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน เป็นเหตุให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวว่าจะต้องถูกดำเนินคดีและโดนอายัดเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร โดยใช้อุบายลวงลวงว่าถ้าไม่อยากถูกดำเนินคดีให้โอนเงินไปให้ตรวจสอบก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของคนร้าย จำนวน 34 ครั้ง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายเป็นเงิน จำนวน 101,871,381 บาท เหตุเกิดที่ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เกี่ยวเนื่องถึงอาคารประตูดำ เมืองปอยเปต ราชอาณาจักรกัมพูชา
โดยพนักงานสอบสวนได้รับไว้เป็นคดีอาญา และมีความเห็นควรสั่งฟ้อง นางสาวมณีศรี ผู้ต้องหา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยลวงลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 มาตรา 210 มาตรา 213 มาตรา 341 มาตรา 342 (1) และมาตรา 343 วรรคสอง พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นางสาวมณีศรี ได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 9/2566 เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 และครั้งที่ 10/2568 วันที่ 11 กันยายน 2568 มีมติให้เพิ่มความผิดมูลฐานในความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานฟอกเงิน
จากการตรวจสอบปรากฎหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่า นางสาวมณีศรี มีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด หรือเป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐาน และได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 26 รายการ เนื่องจากทรัพย์สินเป็นสังหาริมทรัพย์ประเภทเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร อันสามารถโอน ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 34 (3) และมาตรา 48 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มติคณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 10/2568 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว พร้อมดอกผล จำนวน 26 รายการ มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน (เก้าสิบวัน) นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ กล่าวคือ นับตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2568 ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2568 โดยมีรายการทรัพย์สินที่อายัดปรากฏตามบัญชีทรัพย์สินแนบท้ายคำสั่งนี้

















