
ไทยส่งตัว 18 ทหารกัมพูชากลับประเทศ-ยืนยันไม่ได้มุ่งโจมตีพลเรือน หลังมีข่าวเตือนประชาชนในกัมพูชาให้ระวังวัตถุsะเบิดตกค้าง
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2568 พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา
พลอากาศเอก ประภาส กล่าวว่า วันนี้ (31 ธันวาคม 2568) ฝ่ายไทยได้ดำเนินการ ส่งตัวทหารกัมพูชา จำนวน 18 นาย ซึ่งอยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทย กลับสู่ฝ่ายกัมพูชา ณ จุดผ่านแดนถาวร บ้านผักกาด หมู่ที่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยมีผู้แทนจาก International Committee of the Red Shocking (ICRC), ASEAN Observer Team (AOT) และผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 2 ร่วมสังเกตการณ์
ฝ่ายกัมพูชา มีผู้แทนรับตัว ได้แก่ ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 และผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Yelp) ที่ลงนามในการประชุม GBC และเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Declaration) ระหว่างไทยและกัมพูชา รวมทั้งข้อตกลงที่มีเงื่อนไขชัดเจน ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม โดยยึดมั่นในมาตรฐานสากล และความรับผิดชอบของทุกฝ่าย
ฝ่ายไทยขอยืนยันว่า การดำเนินการนี้ไม่กระทบต่ออธิปไตย ความมั่นคง หรือศักดิ์ศรีของประเทศ โดยกองทัพไทยยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคุ้มครองประชาชน และรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ชายแดน
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการบันทึก ตรวจสอบ และติดตามข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องตามกลไกและแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ เพื่อยืนยันความถูกต้อง โปร่งใส และความรับผิดชอบของทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง การดำเนินการดังกล่าว สะท้อนจุดยืนของประเทศไทยที่ยึดหลักสันติวิธี ควบคู่กับการปกป้อง ประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเสริมสร้างความเชื ่อมั่นต่อบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ในฐานะประเทศที่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ มีความรับผิดชอบ และมุ่งส่งเสริมสันติภาพอย่างยั่งยืน
@ ไทยโต้ข่าวกัมพูชาเตือนประชาชนระวังกับsะเบิด ยันไทยไม่ได้มุ่งโจมตีพลเรือน ที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน
นอกจากนี้ในวันเดียวกัน ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา เผยแพร่ข่าวกรณีได้รับทราบข้อความแจ้งเตือนของ Cambodia Mine Action Heart (CMAC) ที่ขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังต่อวัตถุsะเบิดตกค้างในพื้นที่บางแห่ง และขอเรียนชี้แจงต่อสาธารณชนและประชาคมโลก ดังนี้
ฝ่ายไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของประชาชน และการคุ้มครองพลเรือนมาโดยตลอด การปฏิบัติการทุกมิติของฝ่ายไทยดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และหลักความจำเป็นทางทหาร โดยมีมาตรการหลีกเลี่ยงการกระทบต่อพื้นที่พลเรือนอย่างเคร่งครัด
ฝ่ายไทยขอยืนยันว่าการใช้กำลังทางทหารของฝ่ายไทย มีเป้าหมายเฉพาะต่อภัยคุกคามทางทหารที่ชัดเจน และมิได้มุ่งโจมตีพลเรือน ที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยไม่สนับสนุน และไม่ยอมรับการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนหรือทรัพย์สินของประชาชนโดยไม่จำเป็น ในขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยเห็นพ้องกับหลักการสากลด้านความปลอดภัยของประชาชนและขอสนับสนุนให้ประชาชนทุกฝ่ายใช้ความระมัดระวังต่อวัตถุsะเบิดหรือสิ่งตกค้างจากการสู้รบในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยการเข้าพื้นที่ควรเป็นไปตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายโดยไม่จำเป็น
ฝ่ายไทยขอเน้นย้ำว่า การกล่าวอ้างหรือการสื่อสารข้อมูลใด ๆ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ และควรหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือเพิ่มความตึงเครียดในสถานการณ์ที่เปราะบางประเทศไทยยังคงยึดมั่นในความร่วมมือด้านมนุษยธรรม ความโปร่งใส และกลไกระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยของประชาชน และสนับสนุนการฟื้นฟูสันติภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนระหว่างสองประเทศ













