เหตุใดอิสราเอลมีคำสั่งห้ามองค์กรช่วยเหลือ 37 แห่งเข้ากาซา นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. นี้

ที่มาของภาพ : Getty Shots

Article Records
    • Author, เอมี วอล์คเกอร์

รัฐบาลอิสราเอลกำลังจะยกเลิกใบอนุญาตของหน่วยงานให้ความช่วยเหลือ 37 แห่ง ที่ทำงานอยู่ในกาซา และเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครอง ด้วยอ้างว่าหน่วยงานเหล่านี้ไม่ผ่านข้อบังคับพื้นฐานสำหรับกฎการลงทะเบียนแบบใหม่

องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ ที่เป็นที่รู้จักกันดี อาทิ ActionAid, Worldwide Rescue Committee และ Norwegian Refugee Council เป็นหนึ่งในกลุ่มช่วยเหลือที่จะถูกระงับใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 และการดำเนินงานของพวกเขาจะต้องยุติลงภายใน 60 วัน

อิสราเอลระบุว่า หนึ่งในเหตุผลคือ องค์กรเหล่านี้ไม่ส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่อย่าง “ครบถ้วน”

มาตรการดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากรัฐมนตรีต่างประเทศของ 10 ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่ากฎใหม่มีลักษณะ “เข้มงวดเกินไป” และ “ไม่อาจยอมรับได้”

ในแถลงการณ์ร่วม รัฐมนตรีต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส แคนาดา เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ ญี่ปุ่น นอร์เวย์ สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า การบังคับปิดการดำเนินงานขององค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศจะ “ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเข้าถึงบริการที่จำเป็น รวมถึงการรักษาพยาบาล”

พวกเขาเสริมว่า สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซายังคงอยู่ในภาวะ “เลวร้ายอย่างถึงที่สุด” และเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลรับประกันว่า หน่วยงานช่วยเหลือเหล่านี้จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่าง “ต่อเนื่องและอย่างคาดการณ์ได้”

ด้านกระทรวงกิจการพลัดถิ่นของอิสราเอล ซึ่งรับผิดชอบการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน ระบุว่า มาตรการใหม่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังกาซา

กระทรวงฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ความช่วยเหลือยังคงถูกส่งผ่าน “ช่องทางที่ได้รับการอนุมัติและผ่านการตรวจสอบแล้ว” รวมถึงหน่วยงานของสหประชาชาติ หุ้นส่วนทวิภาคี และองค์กรด้านมนุษยธรรม

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุด

of ได้รับความนิยมสูงสุด

อิสราเอลระบุว่า เหตุผลหลักที่องค์กรช่วยเหลือถูกเพิกถอนใบอนุญาตคือ “การปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานอย่างครบถ้วนและสามารถตรวจสอบได้” ซึ่งอิสราเอลมองว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อการป้องกัน “การแทรกซึมของกลุ่มก่อการร้ายเข้าไปในโครงสร้างด้านมนุษยธรรม”

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติระบุว่า สถานการณ์ด้านโภชนาการและอาหารในฉนวนกาซามีแนวโน้มดีขึ้น หลังมีการทำข้อตกลงหยุดยิvระหว่างอิสราเอลกับฮามาสเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ในเดือนถัดมา ยังมีประชาชนราว 100,000 คนที่เผชิญ “สภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายอย่างถึงขั้นวิกฤต”

หน่วยงานของกองทัพอิสราเอลที่ชื่อว่าโคแกต (Cogat) ซึ่งควบคุมจุดผ่านแดนเข้าสู่กาซา ระบุว่า องค์กรที่กำลังจะถูกระงับใบอนุญาตนั้น “ไม่ได้ส่งความช่วยเหลือเข้าไปในกาซาเลยตลอดช่วงการหยุดยิvครั้งปัจจุบัน”

หน่วยงานดังกล่าวเสริมว่า “แม้แต่ในอดีต ปริมาณความช่วยเหลือรวมกันขององค์กรเหล่านี้ก็มีสัดส่วนเพียงประมาณ 1% ของความช่วยเหลือทั้งหมดเท่านั้น”

กระทรวงกิจการพลัดถิ่นของอิสราเอลระบุว่า องค์กรที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่กาซาที่ถูกพบว่าฝ่าฝืนกรอบการกำกับดูแลใหม่นั้น มีสัดส่วนน้อยกว่า 15% ของทั้งหมด

กรอบการกำกับดูแลดังกล่าวกำหนดเหตุผลหลายประการที่อาจนำไปสู่การปฏิเสธหรือเพิกถอนใบอนุญาต รวมถึง

  • การปฏิเสธการดำรงอยู่ของอิสราเอลในฐานะรัฐยิวและรัฐประชาธิปไตย
  • การปฏิเสธเหตุการณ์ฆ่-าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (ฮอโลคอสต์) หรือการโจมตีอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023
  • การสนับสนุนการต่อสู้ด้วยอาวุธต่ออิสราเอลโดยรัฐศัตรูหรือองค์กรก่อการร้าย
  • การส่งเสริม “แคมเปญบ่อนทำลายความชอบธรรม” ของอิสราเอล
  • การเรียกร้องให้คว่ำบาตรอิสราเอล หรือให้คำมั่นว่าจะเข้าร่วมการคว่ำบาตร
  • การสนับสนุนการดำเนินคดีต่อกองกำลังความมั่นคงของอิสราเอลในศาลต่างประเทศหรือศาลระหว่างประเทศ

คณะทำงานด้านมนุษยธรรมในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง (Humanitarian Nation Group of the Occupied Palestinian Territory) ซึ่งเป็นเวทีที่รวมหน่วยงานของสหประชาชาติและองค์กรท้องถิ่นและนานาชาติกว่า 200 แห่ง เคยออกมาเตือนก่อนหน้านี้ว่า ระบบการขึ้นทะเบียนแบบใหม่ “บ่อนทำลายการดำเนินงานขององค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ ในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์อย่างถึงรากฐาน”

คณะทำงานระบุว่า “ระบบดังกล่าวอาศัยเกณฑ์ที่คลุมเครือ ตามอำเภอใจ และมีวาระทางการเมืองแฝงอยู่อย่างสูง พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขที่องค์กรด้านมนุษยธรรมไม่สามารถปฏิบัติตามได้ หากไม่ละเมิดพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือไม่ก็ต้องแลกกับการบ่อนทำลายหลักการมนุษยธรรมพื้นฐาน”

คณะทำงานเสริมว่า “แม้จะมีหน่วยงานช่วยเหลือนานาชาติบางส่วนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนภายใต้ระบบใหม่ แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยของการตอบสนองด้านมนุษยธรรมในกาซาเท่านั้น และยังห่างไกลจากจำนวนที่จำเป็น แม้จะเป็นเพียงเพื่อรองรับความต้องการขั้นพื้นฐานและเร่งด่วนก็ตาม”

ตามข้อมูลของคณะทำงานด้านมนุษยธรรม หน่วยงานช่วยเหลือนานาชาติเป็นผู้ดำเนินการหรือสนับสนุนโรงพยาบาลสนามและศูนย์สาธารณสุขปฐมภูมิส่วนใหญ่ในฉนวนกาซาในปัจจุบัน พวกเขาดูแลการให้ที่พักพิงฉุกเฉิน บริการน้ำและสุขาภิบาล ศูนย์ฟื้นฟูโภชนาการสำหรับเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลัน ตลอดจนภารกิจสำคัญด้านการเก็บกู้ทุ่นsะเบิด

ด้านอามิชัย ชิคลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการพลัดถิ่นและการต่อต้านการเกลียดชังชาวยิวของอิสราเอล ระบุในแถลงการณ์ว่า “สารที่ส่งออกมานั้นชัดเจน ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นสิ่งที่ยินดีต้อนรับ แต่การแสวงหาประโยชน์จากกรอบงานด้านมนุษยธรรมเพื่อการก่อการร้ายนั้นไม่ใช่”

องค์กรอื่น ๆ ที่จะถูกระงับการดำเนินงานด้วย ได้แก่ CARE, Medico Worldwide และ Medical Aid for Palestinians