
ชุดสืบสวนคดีทุจริต สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ภาค 1 จับกุม ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ฐานความผิดกฎหมายฮั้วประมูล นอมินี เปิด หจก. คู่เทียบเสนอราคาเอื้อประโยชน์ อดีต สจ.ลพบุรี
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 17.Forty five น. ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ นางสาวชฎารัตน์ อนรรฆอร รองเลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ภาค 1 ได้สั่งการให้ชุดจับกุมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ภาค 1 ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.พัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี และชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอพัฒนานิคม ร่วมกันจับกุมตัวนายจอม (สงวนนามสกุล) ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ 9/2568 และ ที่ 10/2568 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2568 ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
โดยมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดคือ นายจอมฯ ได้จดทะเบียนนิติบุคคลเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด สุริยะมงคล คอนสตรัคชั่น โดยมิได้มีจุดประสงค์ในการประกอบธุรกิจการค้าที่แท้จริง หากแต่จัดตั้งมาเพื่อเป็นคู่เทียบในการเสนอราคาอันเป็นการช่วยเหลือเอื้อประโยชน์ให้กับห้างหุ้นส่วนของอดีตสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) ลพบุรี รายหนึ่ง เพื่อให้ได้เข้าเป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลเขาน้อย อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี จำนวน 2 โครงการ ประกอบด้วย
1. โครงการซ่อมแซมถนนลูกรังโดยลงหินคลุก สายบ้านฉาง – บ้านเหวตาบัว หมู่ที่ 3 งบประมาณ 1,900,000 บาท
2. โครงการซ่อมแซมถนนลูกรังโดยการเสริมผิวจราจรหินคลุก บ้านปรางค์น้อย หมู่ที่ 1 สายโปร่งนกเป้า – ปรางน้อยพัฒนา งบประมาณ 1,898,000 บาท
โดยก่อนการจับกุมครั้งนี้ชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับได้หลบมาพักอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่หมู่ 10 ตำบลช่องสาริกา อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี จึงได้ลงพื้นที่สืบสวนจนพบบุคคลมีลักษณะตำหนิรูปพรรณคล้ายบุคคลตามหมายจับเดินอยู่บริเวณถนนสาธารณะ จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และเจ้าพนักงานตำรวจ เพื่อขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวพบว่าบุคคลดังกล่าวคือนายจอมฯ ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับ ชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ 9/2568 และที่ 10/2568 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2568
โดยนายจอมฯ ยอมรับว่าตนเองคือบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับตามหมายจับมาก่อน จึงแจ้งว่าจะต้องถูกจับ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานรัฐ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 พร้อมแจ้งสิทธิของผู้ถูกจับให้ทราบ
จากนั้นควบคุมตัวไปทำบันทึกการจับกุมลงบันทึกประจำวัน ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ที่สถานีตำรวจภูธรพัฒนานิคม และจะได้นำตัวส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 1 เพื่อฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ต่อไป

หากท่านพบเห็นการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถแจ้งสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 1205 เว็บไซต์สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ www.nacc.hasten.th หรือสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ภาค หรือสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด












