เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว โคราช เสียชีวิตเพิ่มเป็น 28 ราย เรารู้อะไรแล้วบ้าง ?

ที่มาของภาพ : ทีม ข่าว-ภาพ อำเภอสีคิ้ว

เกิดเหตุเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่บริเวณบ้านถนนคต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (14 ม.ค.) เกิดเหตุเครนที่ใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี ที่บริเวณบ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จนเกิดเหตุเพลิงไหม้ตู้โดยสารบางส่วน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 28 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 64 ราย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ณ เวลา 15.forty five น. ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 28 รายอยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ส่วนผู้บาดเจ็บ 64 ราย เป็นผู้บาดเจ็บที่มีอาการสาหัส 7 ราย บาดเจ็บปานกลาง 19 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 38 ราย โดยทั้งหมดได้รับการดูเเลเรียบร้อยเเล้ว

ทั้งหมดเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 3 แห่ง ได้แก่ รพ.สีคิ้ว 55 ราย รพ.สูงเนิน 8 ราย และ รพ.ปากช่องนานา 1 ราย

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 มีผู้โดยสารและพนักงานรวมทั้งสิ้น 195 คน โดยเป็นจำนวนที่นับตามผังที่นั่งของขบวนรถ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยืนยันตัวบุคคล และดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ

สำหรับจุดเกิดเหตุเครนก่อสร้างตกทับรถไฟเช้านี้เป็นโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ไทย-จีน ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นช่วงที่ดำเนินการก่อสร้างโดยริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

รถไฟขบวนที่เกิดเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

รถไฟขบวนที่เกิดเหตุถูกเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับ เป็นรถด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศ (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 21 ที่ออกเดินทางจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์สู่ปลายทาง จ.อุบลราชธานี

เว็บไซต์ข่าวผู้จัดการและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุรถไฟขบวนนี้ออกจากสถานีหนองน้ำขุ่น 09.13 น.โดยเหตุเกิดช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่นกับสถานีสีคิ้ว

เหตุเกิดขณะที่ขบวนรถกำลังจะเข้าสถานีสีคิ้ว บริเวณกิโลเมตรที่ 220 หลัก 9 หมู่ 11 บ้านถนนคต ทำให้มีตู้โดยสารตกราง 1 ตู้ และเกิดเพลิงไหม้อีก 1 ตู้

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and proceed readingได้รับความนิยมสูงสุด

Cease of ได้รับความนิยมสูงสุด

ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและคนทำงานที่โดยสารมาตั้งแต่สถานีปากช่อง เพื่อไปเรียนและทำงานในต่างอำเภอ

เจ้าหน้าที่ได้นำผู้บาดเจ็บและไม่ได้รับบาดเจ็บออกจากจุดเกิดเหตุแล้วทั้งหมด ตามการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 11.forty five น. ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสีคิ้ว จ.นครราชสีมา เปิดเผยกับ.ว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งมาที่โรงพยาบาล 55 รายโดยผู้ประสบเหตุที่อายุน้อยที่สุดคือเด็กอายุ 1 ขวบ และผู้ที่มีอายุมาก คือผู้สูงวัยอายุ 59 ปี โดยส่วนมาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและอยู่ระหว่างพักสังเกตอาการ

เจ้าหน้าที่ระบุด้วยว่าส่วนผู้บาดเจ็บอาการสาหัสได้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น 6 ราย แบ่งเป็นโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา 5 ราย และอีก 1 รายถูกส่งไปที่โรงพยาบาลเทพารักษ์

ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข เปิดแถลงข่าวเมื่อเวลา 13.30 น. โดย นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าผู้บาดเจ็บที่มีอาการรุนแรงบางส่วนจำนวน 6 ราย ได้ถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

โฆษกกระทรวงสาธารณสุขระบุด้วยว่า ผู้บาดเจ็บรุนแรงส่วนใหญ่มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ ใบหน้า ทรวงอก กระดูกไหปลาร้า มีภาวะลมออกจากเยื่อหุ้มปอด กระดูกหักบริเวณขา เป็นต้น โดยในกลุ่มผู้บาดเจ็บรุนแรงมีตั้งแต่เด็กหญิงอายุ 1 ปี บาดเจ็บรุนแรงที่อวัยวะหลายส่วนไปจนถึงผู้สูงอายุ 85 ปี

“เราเตรียมศัลยแพทย์ทางสมอง ห้องรักษาผู้ป่วยหนักไอซียู และวอร์ดดูแลผู้บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 20 เตียงในโรงพยาบาลต่าง ๆ พร้อมด้วยคลังเลืoดอย่างเต็มที่” นพ.เอกชัย กล่าว

นาทีเกิดเหตุ มีข้อมูลอะไรแล้วบ้าง

พันตำรวจเอกธัชพล ชิณวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว จ.นครราชสีมา เปิดเผยกับบีบีซีว่าเหตุโศกนาฏกรรมเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ เกิดจากตัวเครนก่อสร้างถล่มลงมาในจังหวะที่ขบวนรถไฟเคลื่อนผ่าน

ก่อนหน้านี้ มีรายงานจากสื่ออย่างน้อยสองแห่ง เช่น บางกอกโพสต์และเดอะเนชั่น รายงานว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเครนก่อสร้างได้หล่นลงมาขวางรางรถไฟ ในขณะที่ขบวนรถไฟที่เกิดเหตุวิ่งมาด้วยความเร็วสูงพอดี จึงพุ่งชนเครนอย่างรุนแรง และเป็นเหตุให้เครนและชิ้นส่วนก่อสร้างด้านบนร่วงลงมาทับขบวนรถไฟซ้ำอีก ส่งผลให้รถไฟตกรางและมีผู้โดยสารเสียชีวิตและบาดเจ็บ

ที่มาของภาพ : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM

รายงานข่าวจากไทยรัฐออนไลน์เปิดเผยคำบอกเล่านาทีเกิดเหตุจากนายธีระศักดิ์ วงศ์สูงเนิน พนักงานขบวนรถ

นายธีระศักดิ์เปิดเผยว่า ขบวนรถไฟเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 6.10 น. โดยมีปลายทางคือ จ.อุบลราชธานี โดยมาถึงจุดเกิดเหตุในเวลาราว 9.10 น. ขณะเกิดเหตุเขาอยู่บนรถไฟที่วิ่งมาด้วยเร็วประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเครนก่อสร้างรถไฟหล่นลงมาทับทำให้ตนและผู้โดยสารถูกกระแทกลอยขึ้นจากพื้นได้รับบาดเจ็บ เมื่อตั้งสติได้จึงรีบช่วยเหลือผู้โดยสาร ส่วนตู้โดยสารที่ 2 เกิดไฟลุกไหม้จึงไม่สามารถเข้าไปช่วยผู้โดยสารได้

เขาระบุว่าขบวนรถเดินทางมาทั้งหมด 3 ตู้โดยสาร ตู้ที่ 1 ปลอดภัย ส่วนตู้ที่เสียหายและมีผู้บาดเจ็บเป็นตู้ที่ 2 และ 3

ที่มาของภาพ : กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตู้โดยสารบางส่วนของขบวนรถไฟเกิดไฟลุกไหม้หลังจากเครนขนาดยักษ์หล่นทับ

สื่อหลายสำนักยังรายงานปากคำของนายดาว บุญปัญญา ที่โดยสารมากับขบวนรถไฟที่ประสบเหตุ เขาเปิดเผยถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ตนโดยสายรถไฟจากดอนเมืองเพื่อที่จะเดินทางไป จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีอยู่ 3 ตู้โดยสาร ขณะเกิดเหตุตนหลับอยู่และได้ยินเสียงเครนตกใส่หลังคารถไฟ ก่อนที่หัวจักรรถจะดึงสายเครนจนทำให้ตู้รถไฟนั้นหลุดกระเด็นออกจากราง

ข้อมูลผู้ดำเนินการก่อสร้าง: อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์

ที่มาของภาพ : ทีม ข่าว-ภาพ อำเภอสีคิ้ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ไทย-จีน ในจุดที่เกิดเหตุเครนก่อสร้างตกลงมาทับขบวนรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี นั้นอยู่ภายใต้สัญญาก่อสร้างไฮสปีดไทย-จีน สัญญาที่ 3-4 งานโยธาสำหรับช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.forty five กม. ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งความคืบหน้าโครงการ ณ เดือน ธ.ค. 2568 อยู่ที่ ninety nine.54%

การก่อสร้างจุดนี้เป็นส่วนหนึ่งโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย ระยะที่ 1 (ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) โดยเว็บไซต์ของโครงการระบุว่าเป็น “โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน”

เว็บไซต์ของโครงการระบุรายละเอียดของโครงการรถไฟความเร็วสูงสายนี้ว่า “เป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน เป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนา Belt and Avenue Initiative (BRI) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน”

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2560 ให้ รฟท. ดำเนินโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) โดยเป็นการร่วมพัฒนาระหว่างประเทศในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ซึ่งฝ่ายไทยรับภาระการลงทุนโครงการทั้งหมด และดำเนินการก่อสร้างงานโยธา และใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างและระบบรถไฟของจีน

โครงการได้เริ่มการก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2560 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการ ใช้งบประมาณราว 179,412.21 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการภายในปี 2570

ที่มาของภาพ : ทีม ข่าว-ภาพ อำเภอสีคิ้ว

อนุทินชี้เหตุครั้งนี้ต้องมีคนถูกนำมาลงโทษ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ระบุว่าได้รับรายงานเรื่องเหตุเครนรถไฟฟ้าความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟและมีผู้เสียชีวิตแล้ว โดยเบื้องต้นทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว และผู้บาดเจ็บก็ถูกนำตัวไปรักษาพยาบาลแล้วเช่นกัน

นายกฯ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมบอกด้วยว่าสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังไม่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดได้จากไม่กี่สาเหตุและเกี่ยวข้องกับความประมาท

“โครงการนี้มันก็หลายครั้งแล้ว เมื่อปีกว่า ๆ ที่แล้วก็มีเหตุการณ์อุโมงค์ถล่ม วันนี้ก็มีเรื่องของเครนล้มอีก ก็ต้องดูว่ามันมีการก่อสร้างที่มันผิดรูปแบบผิดขั้นตอนหรือเปล่า อุบัติเหตุแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน หรือทำอะไรที่มันไม่ตรงตามการออกแบบ หรือใช้วัสดุที่มันไม่ถูกต้อง อันนี้คือสิ่งที่ต้องไปดู ซึ่งภายในหนึ่งชั่วโมงไม่มีใครตอบได้” นายอนุทินกล่าว

เขาเสริมด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ต้องมีผู้ถูกลงโทษและรับผิดชอบตามหลักการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ที่หมายถึงการลงโทษคนผิด โดยไม่ช่วยพวกพ้อง

“ตอนนี้ทางการรถไฟมีผู้จัดการโครงการ มีฝ่ายวิศวกรรม เขาก็ต้องสอบสวน และผู้รับจ้าง ผู้ออกแบบ ผู้ให้คำปรึกษา ถ้าจะบอกว่าใครผิดก็ผิดหมดล่ะครับ เมื่อกี้ผมก็บอกท่าน รมว.คมนาคมแล้วว่าเที่ยวนี้คนที่รับผิดชอบต้องถูกลงโทษ ยังไงก็ต้องมีคนรับผิดชอบในฐานะที่ควบคุมโครงการไม่ดี” นายอนุทินกล่าว

“ผมก็ยังไม่รู้ว่าผู้ว่าการรถไฟจะอยู่ได้หรือเปล่า เจองานอย่างนี้” เขาเสริม

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่ารัฐบาลต้องพิจารณาเปลี่ยนกฎหมายเรื่องการขึ้นบัญชีดำบริษัทผู้รับเหมา เพื่อป้องกันเหตุคล้ายกันเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต

“ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ตอนเป็นรัฐมนตรีคมนาคม ท่านก็บอกจะทำเรื่องสมุดพกความประพฤติผู้รับเหมา ผมเห็นด้วยกับท่านอย่างยิ่ง แต่ทำไมตอนนี้สมุดพกมันยังใช้ไม่ได้อยู่ หน่วยงานก็กลัวเดี๋ยวทำไปเดี๋ยวโดนฟ้องกลับ ผมว่าถึงเวลาแล้วในการเปลี่ยนกฎหมายเรื่องการขึ้นบัญชีดำ” นายอนุทินระบุ

การช่วยเหลือเยียวยา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์หลังได้รับรายงานเหตุว่า รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และอธิบดีกรมราง กำลังเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้

นายพิพัฒน์แสดงความเสียใจกับผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมแสดงความห่วงใยต่อผู้โดยสารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกคน

เขาเปิดเผยด้วยว่า เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมได้ประสานงานไปยังกระทรวงแรงงานแล้วเพื่อตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นผู้ใช้แรงงานหรือไม่ หากเข้าข่ายตามกฎหมายจะเร่งประสานสำนักงานประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เพื่อให้การเยียวยาและช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสมและรวดเร็วที่สุด

ด้านนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าการช่วยเหลือเยียวยาจะเป็นความรับผิดชอบของหลายภาคส่วน คือ การรถไฟฯ, บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง, และเงินทดรองราชการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภายใต้กระทรวงมหาดไทย

สำหรับผู้โดยสารส่วนที่เหลือที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา ระบุว่าบางส่วนเลือกเดินทางกลับเองแล้ว แต่ยังมีอีก 63 คน ที่ยังไม่ได้เดินทางกลับ โดยการรถไฟจะจัดเตรียมรถบัสจำนวน 3 คัน เพื่อส่งผู้ได้รับผลกระทบกลับภูมิลำเนา