
นายกฯ สั่ง ‘ก.ต่างประเทศ’ ติดตามสถานการณ์ ‘ภูมิรัฐศาสตร์โลก’ หลัง ‘ชาติมหาอำนาจ’ บุกจับผู้นำ‘เวเนซุเอลา’-แสดงเจตนารมณ์ยึดครอง‘กรีนแลนด์’ พร้อมทำหนังสือประท้วง ‘กัมพูชา' แทรกแซงกิจการภายใน
…………………………………..
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และประเมินผลกระทบในด้านต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
รวมทั้งให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวให้เหมาะสมและทันการณ์ เพื่อรักษาไว้ ซึ่งความมั่นคงและผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ
“ด้วยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 ม.ค.2569 นายกรัฐมนตรีเสนอว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ได้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ หลายกรณีที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก เช่น กรณีประเทศมหาอำนาจเปิดปฏิบัติการโจมตีเพื่อบุกจับกุมผู้นำประเทศเวเนซุเอลาและภริยา กรณีประเทศมหาอำนาจแสดงเจตนารมณ์ในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของประเทศเดนมาร์ก
กรณีสถานการณ์การประท้วงและก่อความไม่สงบในอิหร่านซึ่งส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตและถูกจับกุมเป็นจำนวนมาก และอาจจะเกิดเหตุการณ์เกี่ยวเนื่องอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลต่อสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจของโลกและของไทยในหลายมิติ นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่มีบุคคลในรัฐบาลของกัมพูชารายหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นชี้นำผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและการเลือกตั้งของประเทศไทยด้วย จึงขอมอบหมายการดำเนินการ ดังนี้
1.ให้กระทรวงการต่างประเทศติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง และประเมินผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง รวมทั้งให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวให้เหมาะสมและทันการณ์ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงและผลประโยชน์สูงสุดของประเทศด้วย
2.ให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งจัดทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงและยื่นประท้วงไปยังผู้นำรัฐบาลของกัมพูชาในกรณีที่มีบุคคลในรัฐบาลของกัมพูชาได้แสดงความคิดเห็นที่มีลักษณะเป็นการยั่วยุและแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดมารยาทและอาจเป็นการละเมิดข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปสมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568 ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา
ที่ระบุว่าทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงที่จะไม่กระทำการยั่วยุใด ๆ ที่อาจทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นด้วย ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วลงมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ” หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ ว(ล)912 เรื่อง การติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศ ลงวันที่ 15 ม.ค.2569 แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบุ













