
อัพเดท 2 เหตุการณ์ถล่ม ‘รถไฟ’ เพิ่มเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตสูงสุด 1.6 ล้านบาท ด้าน ‘อิตาเลียนไทย’ ออกเงินค่าทำศw 80,000-150,000 บาทแล้วแต่กรณี ด้านกรมทางหลวงกางแผนรื้อย้ายซากเครนที่หักลงมา คาดแล้วเสร็จและเปิดการสัญจรได้ 30 ม.ค.นี้
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 17 มกราคม 2569 เมื่อช่วงเช้า นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมผู้บริหารเป็นผู้แทนรฟท.เข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศwของผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างหล่นใส่ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 ณ วัดไผ่เหลือง เพื่อแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
อุบัติเหตุจากกรณีดังกล่าวสามารถสรุปตัวเลขผู้โดยสารที่อยู่บนขบวนรถ ณ จุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 จำนวน 157 คน รถไฟคันที่ 1 จำนวน 54 คน คันที่ 2 จำนวน fifty three คน และคันที่ 3 จำนวน forty five คน มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 30 ราย เป็นผู้โดยสารรถไฟ 29 ราย พนักงานบริษัท อิตาเลี่ยนไทย จำกัด 1 ราย สามารถยืนยันตัวตนได้แล้ว 29 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บมีจำนวน 66 ราย แพทย์อนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้ จำนวน 52 ราย เหลือพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลอีก 14 ราย
@รถไฟชดเชยคนเสียชีวิต 1.6 ล้านบาท/คน
ทั้งนี้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียในครั้งนี้ และยืนยันความพร้อมในการดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ โดยมีจำนวนตัวเลขในการจ่ายเงินเยียวยากรณีผู้เสียชีวิต เป็นจำนวน 1,690,000.- บาท ประกอบด้วย เงินพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา จำนวน 200,000.- บาท เงินช่วยเหลือจากการรถไฟฯ จำนวน 340,000.- บาท และเงินจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และประกันภัย จำนวน 1,150,000.- บาท ซึ่งในเบื้องต้นการรถไฟฯ และบริษัท อิตาเลียนไทยฯ จะมอบค่าบำเพ็ญกุศลศw รายละ 80,000.- บาท และ 150,000.- บาท ตามลำดับ และจะประสานกับญาติในการติดต่อรับเงินเยียวยาส่วนที่เหลือในภายหลัง
ส่วนกรณีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟฯ ได้มอบกระเช้าและเงินเยียวยาเบื้องต้น และหากทรัพย์สินมีความเสียหาย หรือสูญหาย ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องต่อการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป
นอกจากนี้ ตามที่การรถไฟฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถสายอุบลราชธานี ไปใช้เส้นทางชุมทางแก่งคอย – ชุมทางบัวใหญ่ – นครราชสีมา แทนเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่ถือตั๋วโดยสารและมีกำหนดเดินทาง ระหว่างวันที่ 14 – 19 มกราคม 2569 หากไม่ประสงค์จะเดินทางสามารถแจ้งความประสงค์ขอคืนเงินได้ที่ สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

อวิรุทธ์ทองเนตร รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมผู้บริหารเป็นผู้แทนรฟท.เข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศwของผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างหล่นใส่ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 ณ วัดไผ่เหลือง
@เร่งรื้อถอนเครน เปิดการจราจร 30 ม.ค.นี้
ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าหลังเหตุการณ์จุดเกิดเหตุเครนถล่มเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้วางแผนดำเนินการรื้อโครงเหล็ก Launching Gantry (LG) และชิ้นส่วน Segment โครงการทางยกระดับถนนพระราม 2 หรือมอเตอร์เวย์ M 82 สายเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอนที่ 7 ที่เกิดเหตุถล่มให้เรียบร้อยและคาดว่าจะคืนผิวจราจรได้ภายใน 14 วัน โดยขณะนี้ ได้นำเครนสำหรับดำเนินการเข้ามาในพื้นที่ จำนวน 4 ตัว เป็นเครนขนาด 200 ตัน 2 ตัวและ ขนาด 550 ตัน จำนวน 2 ตัว และเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป
อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวว่า วิธีการรื้อโครงเหล็ก Launching Gant จะต้องมีการยึดรั้งชิ้นส่วนด้านบนไม่ให้เกิดขยับ จากนั้น จะทำการตัดและทยอยนำออกจากพื้นที่ โดยวันนี้ได้มีการ ยึด segment ด้านบนแล้ว โดยได้เน้นย้ำในการดำเนินการของรื้อโครงเหล็กทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน
อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวต่อว่า ในส่วนของการเก็บข้อมูลหลักฐานสภาพที่เกิดเหตุนั้น ได้มีการเก็บภาพในทุกมุม มีการนำโดรนขึ้นเก็บภาพในมุมสูงเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่กระทรวงคมนาคมตั้งขึ้นวิเคราะห์สาเหตุ และสรุปภายใน 7 วันตามข้อสั่งการของนายกฯและรมว.คมนาคม
รายงานข่าวแจ้งว่า แผนดำเนินงานเบื้องต้นของกรมทางหลวงในการ รื้อโครงเหล็ก Launching Gantry (LG) M82 ตอน 7 เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2569 วันที่ 16 มกราคม 2569 ยึด discontinue segment เข้ากับคานขวาง วันที่ 17-24 มกราคม 2569 ดำเนินการตัดแยกโครงเหล็ก LG และเคลื่อนย้ายกองเก็บ วันที่ 25-28 มกราคม 2569 ยกคอนกรีตพื้นสะพานทั้ง 14 ก้อนออกวันที่ 29 มกราคม 2569 ทำความสะอาดคืนสภาพผิวจราจรวันที่ 30 มกราคม 2569 เปิดการจราจร
สำหรับงานก่อสร้างตอนที่ 7 ระยะทาง 1.43 กิโลเมตร พร้อมสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน มูลค่างาน 1,868 ล้านบาท ปัจจุบันงานมีความคืบหน้าประมาณ 85% แล้ว
ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ใส่แว่นนั่งกลาง)













