
เช็กจุดยืนพรรคการเมืองหลักต่อการปราบ ทุนเทา-คอร์รัปชัน ก่อนเข้าคูหา 8 ก.พ. 2569

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
รายงาน Impart of Scams in Thailand Listing 2025 จากองค์กรพันธมิตรต่อต้านกลโกงโลกระดับนานาชาติ (Global Anti-Scam Alliance – GASA) เมื่อปีที่แล้วระบุว่า ประเทศไทยสูญเสียเงินราว 1.15 หมื่นล้านบาทต่อปีจากการฉ้อโกง ทั้งการลวงลงทุนและจ้างงาน หรือแม้แต่การลวงขายสินค้า และส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่านทางช่องทางออนไลน์ โทรศัพท์ หรือข้อความ SMS
รายงานฉบับเดียวกันนี้ยังระบุด้วยว่า จากการสอบถามคนไทย 1,000 ราย กว่า 72% เคยพบเจอและเคยถูกพยายามลวงลวง และแม้เหยื่อมากกว่า 70% จะรายงานเหตุการณ์ แต่มีเพียง 29% เท่านั้นที่ได้รับเงินคืน
นอกจากนี้ยังมีกรณี นักการเมืองบางรายจากหลายพรรคทั้งถูกตั้งข้อหาและตั้งข้อสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเครือข่ายการลวงลวงออนไลน์ด้วย
เหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้เกิดหนึ่งคำคุ้นหูที่ได้ยินบ่อยช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 2569 คือคำว่า “ทุนเทา” แต่ละพรรคหาเสียงทั้งปราบทุนเทา ไม่ร่วมรัฐบาลกับผู้ที่ถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับทุนเทา แต่นอกเหนือจากนั้นพวกเขาเสนอนโยบายเป็นรูปธรรม และจัดการปัญหาคนในพรรคเกี่ยว “ทุนเทา” อย่างไรบ้าง .รวบรวมในบทความนี้
แต่ละพรรคนิยาม “ทุนเทา” ว่าอย่างไร
ในงานเสวนาเรื่อง “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทาและนอมินี” ที่จัดโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และเครือข่าย “เพื่อนไม่ทน” เมื่อวันที่ 14 ม.ค. มีตัวแทนพรรคการเมืองสำคัญ ๆ อาทิ พรรคประชาชน, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทยสร้างชาติ ได้ร่วมกันแสดงทัศนะเกี่ยวกับ “ทุนเทาและเครือข่ายสแกมเมอร์” โดยแต่ละพรรคการเมืองก็ใช้ความหมายของคำดังกล่าวแตกต่างกัน ซึ่งกลายเป็นปัจจัยกำหนดถึงแนวทางในการปราบปรามปัญหาดังกล่าว รวมทั้งปัญหาคอร์รัปชันเช่นกัน
- พรรคประชาชน
รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุเกี่ยวกับคำว่า ทุนเทาและเครือข่ายสแกมเมอร์เป็นกิจกรรมที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นส่วนหนึ่งของ “สงครามลูกผสม” (hybrid conflict) หมายถึงการรบที่ไม่ได้ใช้อาวุธโดยตรง แต่ใช้ปฏิบัติการอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ประเทศไทยอ่อนแอลงได้
เขาอธิบายว่า ธุรกิจทุนเทาสามารถดำเนินได้ในประเทศไทยเพราะ “มีกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ทั้งในไทยและต่างประเทศ”
“ข้าราชการและนักการเมืองที่อยู่ในประเทศไทย สิ่งที่คุณอาจจะได้ก็เป็นผลตอบแทนเป็นเงินที่คุณมอบความคุ้มครอง ให้เครือข่ายสแกมเมอร์ คุณได้อำนาจรัฐ คุณขายอำนาจรัฐให้กับมาเฟียเหล่านี้…ถ้าเป็นนักการเมืองอาจได้เงินเพื่อไปซื้อเสียง ถ้าเป็นข้าราชการอาจนำเงินไปซื้อตั๋ว” เขาเสริม
- พรรคภูมิใจไทย
Raze of ได้รับความนิยมสูงสุด
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปรียบเทียบว่า กลุ่มทุนเทาเหมือนมีโจรมาปล้นโอกาสของประเทศ เศรษฐกิจของประเทศถูกฉุดรั้ง
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ทุนเทาแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ “โจรที่ปล้นกลางแจ้ง” หมายถึงขบวนการสแกมเมอร์ ที่ตั้งแหล่งปฏิบัติการเพื่อโทรศัพท์หรือใช้เทคโนโลยีออนไลน์ลวงลวงคน และอีกกลุ่มคือ “พวกที่ปล้นในที่ลับ” หรือที่เขาให้คำนิยามว่าคือ “ธุรกิจอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ” ที่ไม่ทำตามกติกาและเอาเปรียบธุรกิจไทย
- พรรคเพื่อไทย
จักรภพ เพ็ญแข ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ปัญหาทุนเทา สแกมเมอร์ และการใช้นอมินี เป็นปัญหาคนละเรื่องแต่เชื่อมโยงกันในทางปฏิบัติ โดยทุนเทาเป็นโครงสร้างที่ใหญ่กว่า
“สแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี สามคำนี้ก็ไม่ได้อยู่ในบรรทัดเดียวกัน ทุนเทาใหญ่กว่าสแกมเมอร์ ทุนเทาทุกวันนี้เป็นระบบเศรษฐกิจในตัวเอง มีองค์ประกอบครบของความเป็นระบบเศรษฐกิจที่ไม่ต้องเสียภาษีให้ใคร แต่อาจจะต้องจ่ายค่าคุมครอง ตนเอง” จักรภาพอธิบาย

ที่มาของภาพ : Thai Chamber
- พรรคประชาธิปัตย์
ด้าน พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่ได้คำนิยามทุนเทาในงานเสวนาเมื่อวันที่ 14 ม.ค. แต่บนเว็บไซต์ของพรรคให้คำนิยามทุนเทาว่า เป็น อาชญากรรมออนไลน์พัฒนาเร็ว ใช้เทคโนโลยีและช่องโหว่ของระบบการเงิน ทำให้ประชาชนสูญเงินจำนวนมาก ทำให้ประชาชน “หมดตัว” ในเวลาอันสั้น และเมื่อเกิดความเสียหายก็ยากที่จะได้ทรัพย์สินคืน เพราะอาจถูกนำไป “ฟอกหลายชั้น”
“การอายัดเส้นทางการเงินไม่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เปิดช่องให้เงินถูกโอนออกนอกระบบอย่างรวดเร็ว…เมื่อเกิดความเสียหาย เงินถูกโอนหายหรือฟอกผ่านหลายชั้น ผู้เสียหายแทบไม่มีหลักประกันหรือการช่วยเหลือเบื้องต้น” คำอธิบายบนเว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ระบุ
- พรรคไทยสร้างไทย
ขณะที่ ปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ก็ไม่ได้อธิบายถึงนิยามของคำว่าทุนเทาในงานเสวนานี้เช่นกัน แต่ระบุถึงตัวเลขความเสียหายจากทุนเทาและเครือข่ายสแกมเมอร์ว่า ประเทศไทยเสียหายอย่างน้อยปีละ 50,000-60,000 ล้านบาท โดยเมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลสามารถยึดทรัพย์ทุนเทาได้เพียง 1,000 ล้านบาท
เขาชี้ว่าตัวเลขดังกล่าวบ่งบอกว่า ประเทศไทยมีทุนเทามากกว่าหนึ่งกลุ่ม แต่มี “ความเกรงใจ” ในการจัดการปัญหานี้ในสังคม
- พรรคกล้าธรรม
ส่วนพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่มีหลายพรรคการเมืองประกาศไม่จับมือร่วมจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากมีข้อครหาเกี่ยวโยงกับทุนเทาหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เคยเปิดเผยผ่านรายการเนชั่นวิเคราะห์ข่าว เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา ถึงคำนิยามของคำว่าทุนเทาว่า นิยามได้ยาก เพราะสังคมไม่มีใครขาวสะอาด
“คนสีเทาหมายถึงคนที่ทำมาหากินโดยเลี่ยงการจ่ายภาษีหรือไม่ ละเมิดกฏหมายหรือไม่ สังคมไทยมันมีทั้งคนสีขาว สีเทา มันขึ้นอยู่กับคุณจะเลือกคบใคร หรือชีวิตคุณจะวังวลอยู่กับกลุ่มไหน ในแต่ละพรรคก็จะเห็นชัดเจน ไม่มีพรรคไหนเป็นสีขาว ผมพูดตรง ๆ” เขาบอก
แต่ ร.อ.ธรรมนัส ก็ยกตัวอย่างด้วยว่าหากคำว่าเทาหมายถึงสแกมเมอร์ พรรค “รับไม่ได้”
“สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ เทาใช่ไหม อันนี้ผมก็รับไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าถ้าผมเป็นรัฐบาลอีกรอบ หากมีหน้าที่จะจัดการให้สิ้นซากไป ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม” ร.อ.ธรรมนัสบอก
แต่ละพรรคเสนอนโยบายใดแก้ปัญหา “ทุนเทา”
- พรรคประชาชน
พรรคประชาชนแบ่งนโยบายการปราบปรามสแกมเมอร์และทุนเทาออกเป็น 3 มิติ
มิติที่ 1: ยกระดับปัญหาเป็น “วาระแห่งชาติ” ประกาศสงครามกับทุนสีเทา
พรรค ปชน. เสนอประกาศให้การปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์ เป็นภารกิจเร่งด่วนสูงสุดระดับชาติ เปลี่ยนให้เป็นการรับมือกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายทุนสีเทาที่เป็นภัยต่อความมั่นคงในระดับโครงสร้าง
มิติที่ 2: กำหนดยุทธศาสตร์ 3 ชั้น
พรรคแบ่งยุทธศาสตร์ออกเป็นสามชั้น คือ
ชั้นภายในประเทศ:
- ตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านสแกมแห่งชาติ บูรณาการการทำงานระหว่างหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทย และร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศ
- ให้ธนาคารและค่ายมือถือร่วมรับผิดชอบ บังคับใช้กฎหมาย (พ.ร.ก. ไซเบอร์ฯ มาตรา 8/10)
- ปิดช่องโหว่การเงิน เสริมมาตรการยืนยันตัวตน และการตรวจสอบเส้นทางเงิน
- ใช้ระบบ “ตีตรวนบัญชีม้า” เช่น การระงับสิทธิ์ทำธุรกรรมทุกธนาคาร และใช้แนวคิด “ยึดทรัพย์ก่อน สอบสวนทีหลัง”
- จัดตั้งกองทุนชดเชยเหยื่อ
- เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่พัวพันกับทุนสีเทาอย่างเด็ดขาด คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
ขั้นชายแดน–ลุ่มน้ำโขง:
- ตั้งชุดปฏิบัติการร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อทลายฐานที่มั่นในจุดยุทธศาสตร์
- ตั้งศูนย์ข่าวกรองอนุภูมิภาคแม่โขงเพื่อแบ่งปันข้อมูล
- ปรับนโยบายบริหารจัดการชายแดนให้เน้นการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นลำดับต้น
ชั้นโลก:
- ไทยเป็นผู้นำอาเซียนปราบไซเบอร์ และตั้งศูนย์ประสานงานกลางเพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศเทคโนโลยีสูง เช่น สหรัฐฯ, จีน, ญี่ปุ่น และยุโรป
- จัดตั้งชุดสืบสวนร่วม (Joint Investigation Groups – JITs) กับประเทศคู่ค้า
- ใช้กลไกตรวจจับการฟอกเงินระดับโลกเพื่อติดตามเงินผิดกฎหมายที่ไหลออกนอกประเทศ
- ผลักดันข้อตกลงในการเฉลี่ยทรัพย์เพื่อนำสินทรัพย์หรือคริปโตที่รัฐบาลต่างประเทศยึดได้ กลับมาคืนให้แก่เหยื่อชาวไทย
มิติที่ 3: ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
- พรรคเสนอเร่งแก้ไขและบังคับใช้กฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์, พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน รองรับการปราบปรามอาชญากรรมยุคใหม่
- ตรากฎหมายคุมการเงินดิจิทัลด้วยร่าง พ.ร.บ. กำกับบริการการเงินดิจิทัล เพื่อสร้างมาตรฐานการส่งข้อมูลผู้โอน-ผู้รับ (Toddle Rule), เพิ่มอำนาจการอายัดสินทรัพย์ดิจิทัลที่รวดเร็ว และรองรับการใช้พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในชั้นศาล
- จัดตั้งหน่วยอัยการพิเศษ และ แผนกคดีพิเศษในศาล เพื่อพิจารณาคดีฟอกเงินและอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะ
- พรรคภูมิใจไทย
พรรค ภท. เสนอการแก้ปัญหาทุนเทาด้วยการเสริมความมั่นคงชายแดนและพัฒนาการทูตไทย เพราะปัญหาความมั่นคง ตามแนวชายแดน เช่นเรื่องการบุกรุกดินแดน การลักลอบขนสินค้าเกษตร ลักลอบขนยาเสพติด แรงงานเถื่อน สิ่งของผิดกฎหมายเป็น “ช่องโหว่เซาะกร่อน บ่อนทำลายประเทศไทย มาเป็นเวลายาวนาน”
พรรค ภท. จึงเสนอนโยบายสร้างกำแพง เพื่อปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่เพียงเฉพาะภัยทางทหารเท่านั้น แต่รวมถึงเรื่องเครือข่ายสแกมเมอร์ การพนัน กาสิโน และทุนสีเทา
“ประเทศไทยไม่เอาสิ่งเหล่านี้ และจำเป็นต้องมีกำแพงที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องอธิปไตย เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน” เว็บไซต์ของพรรค ภท. ระบุ
นอกจากนี้ พรรคเสนอนโยบายการทูตเชิงรุก ครอบคลุมทุกมิติ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ และยาเสพติด
อย่างไรก็ตาม เอกนัฏ กล่าวในงานเสวนา เรื่อง “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทาและนอมินี” ว่า นอกจากทุนเทาอย่างสแกมเมอร์แล้ว พรรคยังต้องการปราบทุนเทาที่มาในรูปแบบ “ธุรกิจอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ” ด้วย 3 ด่าน
- การแก้ปัญหาเชิงระบบ: แก้กระบวนการงบประมาณและเงินนอกงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง
- พัฒนาระบบ E-procurement: เปิดเผยข้อมูลทั้งในขั้นตอนการประมูลไปถึงขั้นตอนการตรวจรับงาน
- สร้างกติกาเพื่อขัดขวางธุรกิจผิดกฎหมาย: กำจัดซิมบัญชีม้าและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

ที่มาของภาพ : Thai Chamber
- พรรคเพื่อไทย
เว็บไซต์ของพรรคระบุนโยบายการปราบสแกมเมอร์แบ่งออกเป็น 9 นโยบาย คือ
- ยึดและอายัดทรัพย์ผู้กระทำผิด
- นำเงินที่ยึดจากคดีลวงลวงและอาชญากรรมทางไซเบอร์มาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ
- บังคับใช้ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เช่น ธนาคาร และโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม ร่วมรับผิดชอบ
- ควบคุมปริมาณซิมการ์ด ให้สามารถติดตามได้
- ระบุตำแหน่งทุกครั้งในการทำธุรกรรมธนาคารผ่านทางโทรศัพท์
- ขึ้นบัญชีดำ ห้ามเข้าประเทศเด็ดขาด และขอหมายแดงอินเตอร์โพล ในกรณีผู้กระทำผิดเป็นชาวต่างชาติ
- ตั้งศูนย์ประสานไซเบอร์อาเซียนในไทย
- ตั้ง “Regional Cyber Crime Coordination Center” ในประเทศไทย แลกเปลี่ยนข่าวกรองไซเบอร์กับอินเตอร์โพล และตำรวจอาเซียน (ASEANPOL)
- รวบรวมฐานข้อมูลภัยไซเบอร์ วิเคราะห์ภัยแบบเรียลไทม์
ขณะที่ จักรภพ ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทย ในงานเสวนาเกี่ยวกับการจัดการปัญหาทุนเทา เมื่อ 14 ม.ค. ระบุว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมทำตามข้อเสนอที่ดีของพรรคและหน่วยงานอื่น ๆ แบบ “ไม่ว่าเครือข่ายใดเสนอไม่เกี่ยว พรรคเพื่อไทย เอาหมด”
เขาเสนอว่าหากเพื่อไทยได้มีอำนาจรัฐบาลจะมีการจัดตั้งคณะทำงานและแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นถึงปลายทาง
“หากมีโอกาสเป็นรัฐบาล ชี้นำได้ และมีเสียงมากพอควร จะมีการตั้งคณะทำงานระดับนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ครบเรื่อง แล้วเลยไปแก้ที่ด้านปลายเลย คือ เศรษฐกิจดิจิทัล (digital financial system) เพราะนั่นคือปลายทางของการแก้ปัญหาทั้งหมด” จักรภพบอก
เขาเสนอการแก้ไขปัญหาทุนเทาในงานเสวนาดังกล่าวเพิ่มเติมด้วย คือ
- ส่งเสียงต่อเนื่องเรื่องการแก้ปัญหาทุนเทา
- ตั้งต้นระดับระหว่างประเทศแบบมีสมดุลในตัวเอง และต้องทำให้มั่นใจว่าต่างชาติยืนอยู่ข้างใครฝ่ายใด
- พรรคประชาธิปัตย์
เว็บไซต์ของพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงนโยบายการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ “แบบครบวงจร” คือการป้องกัน ตรวจจับ ตัดเส้นทางเงิน และเยียวยา
- ตรวจจับเชิงรุกด้วย AI Fraud Radar: ใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์พฤติกรรมทางไซเบอร์ที่เข้าข่ายลวงลวง เชื่อมระบบแจ้งเตือน
- โปร่งใสเส้นทางเงินดิจิทัล: ออกกฎหมายให้ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเปิดเผยข้อมูลผู้ส่ง และผู้รับทุกธุรกรรม ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้จริง เชื่อมการกำกับของ ก.ล.ต. และ ธปท. เพื่อเห็นผู้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด (Closing Commended Owner – UBO) และภาพรวมการเคลื่อนย้ายเงินระหว่างประเทศ
- ยกระดับมาตรฐานธุรกรรมเสี่ยงสูง: กำหนดให้ธุรกรรมทองคำ และธุรกรรมที่มีความเสี่ยง ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลเพื่อลดช่องฟอกเงินและการหลบเลี่ยงกฎหมาย
- กำกับการเงินวัด–มูลนิธิ–องค์กรไม่แสวงหากำไร: บังคับเปิดเผยข้อมูลการบริจาค งบการเงินสาธารณะ และมีระบบรายงานธุรกรรมน่าสงสัย พร้อมการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระทุกปี
- กองทุนเยียวยาผู้เสียหายจากสแกมเมอร์: จัดตั้งกองทุนสำรองเงินเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย
- พรรคไทยสร้างไทย
พรรคไทยสร้างไทยเสนอดันการใช้กฎหมายภายในและระหว่างประเทศในการอายัดเงิน และตามเส้นเงินอาชญากรรมข้ามชาติ
พรรคพร้อมเสนอการให้อำนาจประชาชนในการมีสิทธิถอดถอนองค์กรอิสระที่ไม่เป็นกลาง “เพื่อให้กลไกตรวจสอบทำงานได้จริง” ปริเยศ อังกูรกิตติ บอกในงานเสวนา เมื่อวันที่ 14 ม.ค.
- พรรคกล้าธรรม
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค กธ. บอกในรายการเนชั่นวิเคราะห์ข่าว เมื่อวานนี้ว่าพรรคจะจัดการปัญหาสแกมเมอร์ “ให้สิ้นซากไป ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม” พร้อมเสริมด้วยว่าตนเองมีสไตล์การทำงานแบบ “ดุดัน ไม่ยืดเยื้อ ไม่มัวแต่เล่นเกม”
ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดว่าจะทำนโยบายใดบ้าง
- พรรคไทยภักดี
พรรคไทยภักดีเสนอมาตรการยกเลิกธนบัตรใบใหญ่ เพื่อสกัดเงินเทา โดยอธิบายว่าจะทำให้การเก็บสะสมเงินสดก้อนใหญ่ทำได้ยากขึ้น และบีบให้เงินต้องเข้าสู่ระบบที่ตรวจสอบได้มากขึ้น
แต่ละพรรคจัดการปัญหาเกี่ยวข้อง “ทุนเทา” ของคนในพรรคอย่างไร

ที่มาของภาพ : Wasawas Lukharang/BBC Thai
- พรรคภูมิใจไทย
เมื่อต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 2 คน ถูกเผยแพร่ภาพถ่ายกับยิม เลียก และเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิธ” ซึ่งทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติจากการลวงลวงออนไลน์หรือการค้ามนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทั้งสองเพิ่งถูกรัฐบาลยึดและอายัดทรัพย์สินรวมกัน 10,157 ล้านบาท
หนึ่งในบุคคลที่ปรากฏในภาพคือ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ที่ภายหลังออกมายอมรับว่า เป็นภาพเก่าเมื่อ 11 ปีก่อน เคยเจอนายเบน สมิธ 5-6 ครั้ง ในงาน แต่ “ไม่สนิท” และ “ไม่คบค้า”
นอกเหนือจากหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังมีภาพของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง โควต้ารัฐมนตรีคนนอกของพรรค ภท. ในภาพบรรยากาศงานเลี้ยงขณะยืนพูดคุยกับ เบน สมิธ ที่ถือแก้วไวน์อยู่ด้วย
แต่ เอกนิติ ชี้แจงว่าเป็นภาพเก่าราว 5 ปีก่อนในงานเลี้ยง ซึ่งเบน สมิธ เดินเข้ามาพูดคุยสั้น ๆ และแลกนามบัตร หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการคบหาสมาคมกันอีก
อีกกรณีที่เกี่ยวข้องกับพรรค ภท. คือกรณี วรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง ในรัฐบาลอนุทิน ที่สุดท้ายประกาศลาออก หลัง สส.พรรคประชาชน ชี้ว่าหน้าเว็บไซต์ของ BIC Neighborhood ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่ได้มาจากอาชญากรรมลวงลวงออนไลน์ เคยปรากฏชื่อของ วรภัค เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ
- พรรคประชาชน
พรรค ปชน. เข้าสู่สนามเลือกตั้งภายใต้แคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” ทว่าเพียง 1 วันหลังส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 33 ได้ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงินจากเครือข่ายยาเสพติด ถูกออกหมายจับและควบคุมตัวคาบ้านพัก
ต่อมา รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ อดีต สส. และผู้สมัคร สส. ตาก เขต 2 ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ควบคุมตัวจากบ้านพักใน กรุงเทพมหานคร เมื่อ 14 ม.ค.
จากสองกรณีดังกล่าวพรรค ปชน. แถลงข่าวไปในแนวทางเดียวกันว่า พรรค “ไม่ยอมรับพฤติกรรมสีเทา” ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตคอร์รัปชัน ค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ ทุนเทา สแกมเมอร์ หรือเว็บพนันออนไลน์ และหากมีบุคลากรในพรรคไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดมีพฤติกรรมเหล่านี้ พรรคจะไม่ปกป้องหรือปกปิดการกระทำผิดอย่างเด็ดขาด ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ตนเองตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ที่มาของภาพ : กองโฆษก พรรคประชาชน
- พรรคกล้าธรรม
ด้าน พรรคกล้าธรรม (กธ.) เมื่อวันที่ 14 ม.ค. มีกรณี ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อดีต สส. และผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 4 ถูกคณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ส่งเรื่องให้อัยการและศาลยึดทรัพย์สินของเครือข่ายมูลค่า 158 ล้านบาท
ต่อมา ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกมากล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า “ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะทุกคนจะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”
- พรรคเพื่อไทย
ล่าสุดวานนี้มีรายงานว่าได้มีการออกหมายจับ ปฐนัญ จันดอน หรือ สจ.เนย์ สมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) กาฬสินธุ์ ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องเว็บพนัน โดยปรากฏว่าเขาเคยเป็นอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทำให้พรรคต้องออกแถลงการณ์ระบุว่า บุคคลดังกล่าวเคยเป็นสมาชิกพรรคจริง แต่ ณ วันที่สมัคร ผู้สมัคร “ไม่ปรากฏคุณสมบัติต้องห้ามตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค” และปัจจุบันบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว
พรรคเพื่อไทยระบุต่อไปว่า พรรคให้ความสำคัญสูงสุดต่อความโปร่งใส และความรับผิดชอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และจะไม่ “ปกป้องหรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้ใด”













