
9 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวโปรตุเกสแห่เดินทางออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยเป็นครั้งแรกนับจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2529 ที่ต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบที่สอง ท่ามกลางความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมืองมากขึ้น
ผลสำรวจคาดว่า นายอันโตนีโอ โฮเซ เซอกูโร จากพรรคสังคมนิยมสายกลางซ้ายจะชนะนายอังเดร เวนทูรา ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคฝ่ายขวาในการเลือกตั้งรอบสองวันนี้ หลังจากไม่มีผู้สมัครคนใดได้เสียงเกินครึ่งหนึ่งในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันที่ 18 มกราคม
โดยครั้งนั้นนายอันโตนีโอ โฮเซ เซอกูโร มีคะแนนเป็นอันดับหนึ่งที่ร้อยละ 31 นายอังเดร เวนทูรา มีคะแนนเป็นอันดับสองที่ร้อยละ 23.5 ตามด้วยผู้สมัครอีกหลายคนที่ได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ 20 ครั้งนี้ผลสำรวจคาดว่านายเซอกูโรจะชนะด้วยคะแนนร้อยละ 50-60
การเลือกตั้งวันนี้มีขึ้นหลังจากพายุมาร์ทา พัดกระหน่ำคาบสมุทรไอบีเรีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของโปรตุเกสและสเปนเมื่อวันเสาร์ โดยเป็นพายุลูกที่ 3 ในรอบไม่กี่สัปดาห์ ซ้ำเติมบ้านเมืองที่ยังไม่ฟื้นจากน้ำท่วมเพราะฝนตกหนัก การเลือกตั้งใน 3 เมืองต้องเลื่อนจากวันนี้ไปเป็นสัปดาห์หน้า ขณะที่ทางการต้องส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 26,500 คนไปช่วยเหลือประชาชน
ถึงแม้ว่าตำแหน่งประธานาธิบดีในโปรตุเกสส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งเชิงพิธีการ แต่ก็มีความสำคัญทางการเมืองในยามที่เกิดวิกฤต เนื่องจากในฐานะที่เป็นประมุขของรัฐทำให้มีอำนาจในการยุบสภา ปลดรัฐบาล จัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด และใช้สิทธิยับยั้งการออกกฎหมาย
นายมาร์เซโล เรเบโล เดอ ซูซา วัย 77 ปี ประธานาธิบดีคนปัจจุบันสายอนุรักษนิยม ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2559 รัฐธรรมนูญบัญญัติห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งวาระ 5 ปี เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน เขาเคยใช้อำนาจประธานาธิบดีสั่งยุบสภาและจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดมาแล้ว 3 ครั้งในปี 2564, 2566 และ 2568 สะท้อนถึงความไร้เสถียรภาพทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาหลายปีจนถึงปัจจุบัน












