
‘กสทช.’ บุกทลายโกดัง ‘กล้องวงจรปิดเถื่อน’ ย่านลาดพร้าว 101 ยึดของกลางมูลค่า 10.5 ล้าน พร้อมเตือนผู้ใช้บริการกล้องวงจรปิดเถื่อน เสี่ยงโดนแฮ็ก-แชร์ ‘ข้อมูลส่วนบุคคล’ ไปต่างประเทศ
…………………………………..
เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับกรมศุลกากร กรมสรรพสามิต สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) บุกเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เป้าหมาย ในซอยลาดพร้าว 101 เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยพบว่าอาคารพาณิชย์ดังกล่าวมีการจำหน่ายและติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่ใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาต
สำหรับการปฏิบัติการฯครั้งนี้ พบว่า เจ้าของบริษัทฯเป็นคนจีน และมีผู้ดูแลเป็นคนไทย ใช้อาคารพาณิชย์ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 101 เป็นพื้นที่จัดเก็บและขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นและยึดอุปกรณ์กล้องวงจรปิดเถื่อนเพื่อนำไปตรวจสอบจำนวน 6,606 ชุด และซิมการ์ดโทรศัพท์อีก 501 ซิม ซึ่งเป็นซิมจากต่างประเทศ ผูกเข้ากับบัญชีเติมเงินผ่านแอปพลิเคชัน มูลค่ารวมประมาณ 10.5 ล้านบาท
ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อดำเนินคดีกับผู้จำหน่าย/คลังสินค้า ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 หากตรวจสอบพบเพิ่มเติมแล้วพบว่าเป็นการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต
ขณะเดียวกัน ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC Eagle Behold) สคส. พบข้อเท็จจริงว่า กล้องวงจรปิดดังกล่าวมีการใช้ผ่านแอปพลิเคชันได้ ซึ่งไม่มีความปลอดภัย เนื่องจากในนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privateness Coverage) มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลผ่านกล้องวงจรปิด และแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลไปหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศได้ หากผู้ใช้บริการไม่มีความรู้ความเข้าใจ และแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ก็จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ
ด้าน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า กล้องวงจรปิดเถื่อนที่ใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาสัญญาณรบกวนต่อระบบโทรคมนาคมอื่นๆ ที่ใช้คลื่นความถี่ในย่านเดียวกัน เช่น อินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) โทรศัพท์มือถือ และระบบสื่อสารของหน่วยงานราชการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศได้
นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานยังอาจมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮ็ก และเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของบ้านหรือผู้ใช้งานได้
สำนักงาน กสทช. ขอให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการเลือกซื้อ และใช้งานกล้องวงจรปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนี้ 1.ซื้อจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ โดยเลือกซื้อจากร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และขอดูเอกสารการรับรองมาตรฐานของสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ
2.ระวังสินค้าราคาถูกผิดปกติ โดยสินค้ามีราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก อาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ถูกกฎหมาย และไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าเป็นของแท้แต่ขายในราคาที่ต่ำกว่าปกติมาก 3.กรณีซื้อออนไลน์ ตรวจสอบรีวิวและความน่าเชื่อถือของผู้ขาย สอบถามเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานก่อนสั่งซื้อ และเก็บหลักฐานการสั่งซื้อและการสนทนากับผู้ขายไว้เป็นหลักฐาน
ก่อนหน้านี้ นายไตรรัตน์ มอบหมายให้นายจาตุรนต์ โชคสวัสดิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ‘หน่วยพระพาย’ และเจ้าหน้าที่สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ตรวจสอบและติดตามเฝ้าระวังการใช้คลื่นความถี่ของ สำนักงาน กสทช. โดยพบว่ามีผู้ประกอบการหลายรายนำเข้าและจำหน่ายกล้องวงจรปิดโดยไม่ได้ขออนุญาตใช้คลื่นความถี่ และอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก กสทช. ตามที่กฎหมายกำหนด













