
โรงเรียน ตชด.ค็อกนิสไทยฯ กับ ‘ไข่ไก่' มื้อกลางวันที่เด็กสร้างเอง
ในพื้นที่ชายแดนที่โอกาสอาจไม่ได้มาง่ายๆเหมือนในเมืองใหญ่ โรงเรียนแห่งหนึ่งพิสูจน์แล้วว่า “ความมั่นคง” สามารถเริ่มต้นได้จากการลงมือทำเล็ก ๆ อย่างจริงจัง
ที่ โรงเรียน ตชด.ค็อกนิสไทยฯ ต.แมดนาท่ม อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เด็กๆไม่ได้เรียนรู้แค่ในห้องเรียน แต่เรียนรู้ผ่านโรงเรือนเลี้ยงไก่ ไข่ไก่ที่ได้ในแต่ละวันจึงไม่ใช่เพียงอาหารกลางวัน หากเป็นบทเรียนเรื่องวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการพึ่งพาตนเอง
จากแม่ไก่ 200 ตัว สู่ศูนย์เรียนรู้ที่หล่อหลอมทักษะชีวิตเด็กๆ มากว่า 20 ปี ที่นี่กำลังแสดงให้เห็นว่า “อาหารที่ดี”สามารถเปลี่ยนทั้งระบบการเรียนรู้ของโรงเรียนได้จริง
โรงเรียนแห่งนี้ เข้าร่วม “โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน รวมกว่า 20 ปี โดยเริ่มต้นจากการได้รับการสนับสนุนไก่พันธุ์ไข่จากซีพีเอฟและมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (มูลนิธิซีพี) เพื่อให้มีผลผลิตไข่ไก่เป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารกลางวันของนักเรียนทั้ง 244 คน ตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6
โครงการนี้มีส่วนสนับสนุนวัตถุดิบแก่ “โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน” ซึ่งเป็น 1 ใน 8 โครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มุ่งให้เด็กๆ ได้เติบโตพร้อมสุขภาพ สมอง และทักษะชีวิตที่แข็งแกร่งไปพร้อมกัน
ที่โรงเรียนแห่งนี้ ไข่ไก่ไม่ใช่เพียงวัตถุดิบประกอบอาหาร แต่กลายเป็น “โปรตีนหลักประจำโรงเรียน” ที่เด็กๆ ได้รับประทานไม่น้อยกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ ทุกวันจันทร์–พุธ–ศุกร์ โดยจัดเวรประจำวันให้เด็กๆ หมุนเวียนดูแลงานในโรงเรือน พร้อมทำงานร่วมกับคนพิการในหมู่บ้านที่เป็นลูกจ้างโครงการพิเศษของซีพีเอฟ ให้มีอาชีพมีรายได้ที่มั่นคง
และที่สำคัญยิ่งกว่า คือการเรียนรู้จากการลงมือทำจริงของเด็กๆ ที่ได้ดูแลแม่ไก่ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ให้อาหาร เก็บไข่ ทำความสะอาดโรงเรือน ตลอดจนแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ไข่เค็ม รวมถึงการปลูกพืชผักหมุนเวียนในแปลงเพื่อเป็นอาหารกลางวัน ก็จะกลายเป็นทักษะชีวิตและพื้นฐานอาชีพในอนาคต

เสียงจากเด็กๆ ผู้เป็นเจ้าของโครงการ น้องนาเดีย-ดญ.วิภาดา หล้าพรหม อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นป.6 เล่าว่า การเลี้ยงไก่ให้ความรู้และฝึกวินัย ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม และนำความรู้กลับไปบอกต่อผู้ปกครองและชุมชน
“หนูภูมิใจที่ได้ช่วยสร้างอาหารให้เพื่อนๆ และช่วยดูแลแหล่งโปรตีนของทั้งโรงเรียนและชุมชน”
น้องเพลง-ดญ.พิมพ์ชนก แป้นโคตร อายุ 12 ปี ชั้นป.6 บอกถึงความดีใจที่ได้ดูแลแม่ไก่เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี
“เราได้กินไข่สดๆ ที่ดูแลเอง พ่อแม่ก็ได้ซื้อไข่ในราคาไม่แพง เป็นความภูมิใจของหนูและเพื่อนๆ”
น้องบิวตี้-ดญ.กุลณัฐ อ้มพรม อายุ 10 ปี ชั้นป.4 บอกว่า เมื่อแม่ไก่ปลดระวาง โรงเรียนยังแบ่งบางส่วนให้เด็กและผู้ปกครองนำไปเลี้ยงต่อที่บ้าน เป็นการขยายองค์ความรู้สู่ครัวเรือนและชุมชน ทำให้เกิดการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน
“การเลี้ยงไก่ไข่ของเราไม่เพียงแต่สร้างอาหารทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน แต่ยังช่วยสร้างอาชีพในชุมชนด้วยค่ะ”
ตลอดเวลากว่า 2 ทศวรรษ โรงเรียนดำเนินโครงการมาแล้ว 18 รุ่น มีเงินทุนหมุนเวียนมากกว่า 70,000 บาทต่อรุ่น โครงการเลี้ยงไก่ไข่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิซีพี และ ซีพีเอฟ ไม่ได้สร้างแค่ผลผลิตไข่ แต่สร้าง “ระบบความมั่นคง” ที่เชื่อมโรงเรียน ครัวเรือน และชุมชนเข้าด้วยกัน และวันนี้โครงการฯ ยังกลายเป็น “ต้นแบบศูนย์เรียนรู้ LEARNING CENTER” ที่มีผู้เข้ามาศึกษาดูงานจากทั้งในและต่างประเทศ เช่น สปป.ลาว

เด็กๆที่นี่เติบโตพร้อมทักษะชีวิต ชุมชนอาหารมั่นคงมีรายได้เสริม โรงเรียนมีทุนหมุนเวียน และองค์ความรู้ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพราะสุดท้ายแล้ว ความมั่นคงที่แท้จริง อาจไม่ได้วัดจากขนาดของโครงการ แต่วัดจากความเข้มแข็งในการยืนหยัดและเติบโตได้ด้วยตัวเอง












