- เอกชัย หงส์กังวาน ถือเป็น ‘ตัวละครลับ' ที่จู่ๆ ก็โผล่มาในพื้นที่การเมืองเมื่อทศวรรษที่แล้วต่อเนื่องถึงปัจจุบัน อาชีพล่าสุดก่อนเข้าวงการ คือ พ่อค้าขายหวยออนไลน์ (หวยบนดิน) แต่รัฐประหาร 2549 ไม่เพียงพลิกชะตาของบ้านเมือง แต่รวมถึงปัจเจกชนคนหนึ่งอย่างไม่อาจหวนกลับ รัฐประหาร 2557 ยิ่งทำให้เขา ‘ต่อสู้' วิธีการของเขาประกอบด้วย การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์-การเขียนงาน บนรากฐานของ ‘ความดื้อ' การเข้าเรือนจำ 6 รอบ สั้นบ้าง ยาวบ้าง โดนทำร้ายร่างกาย-ข่มขู่เกือบสิบหนไม่อาจหยุดมนุษย์ผู้นี้
ตอนนี้เขากำลังเจ็บป่วยอย่างน่าวิตกอยู่ในเรือนจำ ทนายความขอให้ส่งตัวไป รพ.ราชทัณฑ์ก่อนกำหนด แต่ดูเหมือนเรือนจำยังคงจะส่งตัวเขาตามกำหนดเดิม 10 มี.ค.นี้ การเข้าถึงการรักษาพยาบาลอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ไม่เว้นแม้แต่ผู้ต้องขังยังคงมีช่องโหว่อยู่มาก ไม่เฉพาะกับนักโทษการเมืองแต่กับนักโทษทุกคน ชีวิตในเรือนจำดูจะมีค่าน้อยกว่าชีวิตนอกเรือนจำอย่างยิ่ง และมันยิ่งกัดกินใจสำหรับ ‘นักโทษ’ บางกลุ่มที่คนจำนวนไม่น้อยยังตั้งคำถามถึง ‘อาชญากรรม’ ของพวกเขา
สรุป 20 ปีในไม่กี่บรรทัด ..
- ชีวิตทางการเมืองของเอกชัย เริ่มต้นหลังรัฐประหาร 2549 การยกเลิกโครงการหวยบนดิน กลายเป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้คนทำมาหากินอย่างเอกชัย ที่จบจากมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง และไม่ได้สนใจการเมืองนัก เริ่มหันมาศึกษาหาความรู้ทางการเมืองด้วยตนเอง ทั้งโลกภาษาไทย และอังกฤษ
- ครั้งแรกที่เขาปรากฏตัวในหน้าข่าวคือ โดนจับในม็อบ ‘แดงสยาม' ของสุรชัย แซ่ด่าน เมื่อ 11 มี.ค. 2554 นั่นเป็นที่มาของคดีร้ายแรง มาตรา 112 ครี่งแรก เนื่องจากเขาไปขาย 2 สิ่งในม็อบในราคา 20 บาท นั่นคือ 1. ซีดีสารคดีของสำนักข่าว ABC ประเทศออสเตรเลีย เนื้อหาในสารคดีเกี่ยวข้องกับสภาพการเมืองไทย และการขาดเสรีภาพในการแสดงออก มีส่วนเสี้ยวสั้นๆ ที่พูดถึงข่าวลือเรื่องพระชายาองค์รัชทายาท เป็นเนื้อหาที่ฉายเฉพาะในประเทศออสเตรเลีย 2. เอกสารวิกิลีกส์ ซึ่งจูเลียน อัสซาจ เผยแพร่ข้อมูลเอกสารลับมากมายของสหรัฐอเมริกา มีชิ้นเกี่ยวข้องการเมืองไทยคือบันทึกลับของทูตสหรัฐฯ ที่สนทนากับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และ พล.อ.สิทธิ เศวตศิลา
- “ตอนนั้นสังคมเราแยกฝ่ายอย่างหนัก เสพแต่ข้อมูลด้านเดียว สื่อก็ไม่ทำหน้าที่ การทำงานของสื่อต่างประเทศน่าจะเป็นกลางที่สุดในการมองสถานการณ์ เราก็แค่อยากจะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากคนนอกให้คนไทยได้รู้ว่าเขามองอย่างไร” เอกชัย เคยให้สัมภาษณ์ถึงจุดประสงค์ที่เอาซีดีและเอกสารไปขายในม็อบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยชุมนุม ไม่เคยใส่เสื้อแดง
- คดี 112 ใช้เวลาต่อสู้ราว 2 ปี โชคดีมากที่เอกชัย ได้ประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีในศาลชั้นต้น ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นกรณีที่แปลก คดีของเขามีปัญญาชนคนสำคัญอย่าง ส.ศิวรักษ์ เป็นพยานจำเลย นอกจากนี้ ทนายจำเลยได้ร้องขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานสำคัญ 2 ปาก คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และ พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา แต่หลังจากผู้พิพากษาหารือกับทนายจำเลยก็ยอมไม่เรียกพยานทั้ง 2 ปากดังกล่าว
- ท้ายที่สุดศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก (ลดหย่อนแล้ว) 3 ปี 4 เดือนเมื่อ 28 มี.ค. 2556 เขาสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกเช่นเดิม เมื่อ 8 พ.ค. 2557 ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาแก้ เป็นจำคุก 2 ปี 8 เดือน เมื่อ 9 ต.ค. 2558 เขาจึงอยู่ในเรือนจำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
- หลังออกจากเรือนจำ เอกชัยสื่อสารผ่านงานหลายชิ้น บ้างเน้นการค้นคว้าแง่มุมทางประวัติศาสตร์ เช่น การนิรโทษกรรมในยุคต่างๆ หรือตัวแบบในต่างประเทศ ข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปกองทัพซีรีส์หลายตอน ‘ก้าวคนละก้าว: ก้าวที่หลงทาง' ซึ่งวิจารณ์กิจกรรมของ ‘ตูน' นักร้องนำบอดี้แสลม รวมไปถึงบันทึกชีวิตในเรือนจำที่เปิดเปลือยทุกมุม รวมถึงด้านความสัมพันธ์ทางกายและจิตใจของผู้ร่วมห้องขังด้วย
- ในช่วงรัฐบาล คสช. ซึ่งกดปราบการประท้วงอย่างหนัก เขายังเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ทั้งแบบเดี่ยว และร่วมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ สิ่งที่โดดเด่นมากคือ การเคลื่อนไหวตรวจสอบ คสช.และกรณี ‘นาฬิกาเพื่อน' ของ พล.อ.ประวิตร อย่างกัดไม่ปล่อย ดูได้จากพาดหัวข่าว (แค่บางส่วน) :
- – ตำรวจปรามถึงบ้าน ‘เอกชัย' ยันจะยื่นหนังสือนายกฯ ถอนหมุดใหม่ (24/4/60)
- – คุมตัว ‘เอกชัย' เข้ามทบ.11 เหตุจะนำหมุดคณะราษฎรจำลองกลับไปติดที่เดิม (25/6/60)
- – ‘ทนายอานนท์' เผยคุมตัว ‘เอกชัย' อยู่รีสอร์ตกาญจนบุรี ทหารจะส่งกลับ 28 ต.ค.นี้ (26/10/60)
- – เอกชัย แจ้งความ ระบุถูกทหารทำร้ายร่างกาย ระหว่างคุมตัวไปรีสอร์ตกาญจนบุรี (30/10/60)
- – เอกชัยถวายฎีกาขอนายกพระราชทาน ปลดประยุทธ์ ชี้บริหารล้มเหลว ไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ (28/11/60)
- – รวบเอกชัย หน้าบ้านสี่เสา เตรียมมอบนาฬิกาให้ ‘บิ๊กป้อม' อายแทนไม่อยากให้ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน (28/12/60)
- – รวบเอกชัย อีกแล้ว ขณะขอพบป้อมมอบนาฬิกาที่ทำเนียบ (3/1/61)
- – ผบ.สันติบาล เผย พล.อ.ประวิตร ให้ ‘นายพล' มารับนาฬิกาแทนถือว่าให้เกียรติเอกชัยมากแล้ว (9/1/61)
- – ‘เอกชัย' มาอีก แต่อดมอบนาฬิกาให้ พล.อ.ประวิตร – ‘ศรีสุวรรณ' ส่งหลักฐานเพิ่มให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (12/1/61)
- – ฉีกแนว เอกชัย แจกปฏิทินนาฬิกา-ประวิตรในงานวันเด็กที่ทำเนียบฯ (13/1/61)
- – ชายพกมีดพับบุกประชิดเอกชัย หน้าทำเนียบ ตำรวจล็อคตัวทัน (19/1/61)
- – ‘เอกชัย' ถูกดักต่อย หลังจัดกิจกรรมมอบนาฬิกาให้ พล.อ.ประวิตร (24/1/61)
- – คสช. แจ้ง 2 ข้อหา 7 คนเหยียบเบรก คสช. สืบทอดอำนาจ เลื่อนเลือกตั้ง (30/1/61)
- – เอกชัย อดมอบ ‘นาฬิกา-ดอกไม้' ให้ประวิตรอีกครั้ง (13/1/61)
- – เอกชัย เข้าร้อง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เร่งคดีนาฬิกาประวิตร พร้อมจุดธูป 36 ดอก แต่ถูก เจ้าหน้าที่หิ้วปีกออกมา (5/3/61)
- – เข้ารับทราบข้อหากับ ปอท. ทนายอานนท์ โดนโพสต์หมิ่นศาล เอกชัย โดนโพสต์ลามกอนาจาร (9/3/61)
- – จับตัวเอกชัย-โชคชัย นอกกฎหมาย ขณะเตรียมไปทำกิจกรรมสงกรานต์บ้านประวิตร (17/4/61)
- – ‘เอกชัย' ได้ประกันตัวแล้ว หลักทรัพย์ 1 แสน คดีฝืนคำสั่ง คสช. ชุมนุมร้องเลือกตั้ง (15/5/61)
- – ‘เอกชัย' ส่งการ์ดเชิญ ‘บิ๊กตู่-ป้อม' ร่วมกินแมคฯราชประสงค์ 19 พ.ค.นี้ (17/5/61)
- – ‘เอกชัย-โชคชัย' ถูกสกัดไม่ให้ทำกิจกรรม 86 ปี 2475 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า (24/6/61)
- – อีกแล้ว! เอกชัยถูกดักตีเลืoดอาบหน้าบ้าน หลังกลับจากทำเนียบรัฐบาลทวงถามเรื่องนาฬิกาหรู (22/8/61)
- – เอกชัย เผยกระดูกฝ่ามือซ้ายแตก บอกยังดีที่มันเหลืออีกข้างไว้ ด้านศูนย์ทนายฯ ประณามการใช้ความรุนแรง (22/8/61)
- – ‘เอกชัย’ แจ้งข้อหา ‘กบฏ’ กับ ‘อภิรัชต์' ตำรวจถาม ‘คุณเป็นผู้เสียหายเหรอ' (19/10/61)
- – ดีเบตสาธารณะ: เอกชัย-โชคชัย Vs หมอเหรียญทอง (11/1/62)
- – อีกแล้ว รุมทำร้าย ขู่ยิv เอกชัย โชคดีได้นักท่องเที่ยวช่วย (19/1/62)
- – อีกแล้ว! เอกชัยเปิดวงจรปิดคนร้ายเผารถหน้าบ้าน (27/1/62)
- – ‘เอกชัย' แขวนฝรั่งประตูทำเนียบ บอกกินคู่กันกับ ‘พริก-เกลือ' ที่ นศ.เอามาไล่ประยุทธ์ (3/2/62)
- – ‘เพนกวิน' พับนกค้านรัฐประหาร ณ ลานปรีดี – ‘เอกชัย' นัดขอกองทัพอย่ายุ่งการเมือง (12/2/62)
- – แถวนี้แม่งเถื่อน! ‘เอกชัย' ถูกเผารถ ‘ฟอร์ด' ถูกทำร้ายร่างกาย หลังกลับจากจัดกิจกรรมล่าชื่อถอด กกต. (31/3/62)
- – เย้ยศาล ‘เอกชัย' โดนรุมทำร้าย (อีกแล้ว) หน้าศาลอาญารัชดา ขณะมาคดีคนอยากเลือกตั้ง (13/5/62)
- ฯลฯ
- ศูนย์ทนายความฯ สรุปภาพรวมไว้ว่า เอกชัยเข้าเรือนจำล่าสุดเป็นรอบที่ 7 ทั้งแบบที่ถูกพิพากษาและแบบรอประกันตัว มีคดีรวมทั้งหมด 30 คดี (คดีใหญ่ 2 คดี) ส่วนใหญ่จบไปแล้ว โดนทำร้ายร่างกาย-ข่มขู่เอาชีวิต 6 ครั้ง เผารถยนต์ 2 ครั้ง
- “มันเป็นการเคลื่อนไหวสไตล์ของฉันน่ะ รูปแบบเดิมๆ ที่ปลุกม็อบกันใหญ่ๆ หลักหมื่นหลักแสน ผลลัพธ์คือโดนสลายชุมนุม ม็อบใหญ่มันคุมยาก ไม่รู้ที่เข้ามาเป็นใคร ปัญหาเยอะ ผลเสียตกกับแกนนำ ดังนั้น การเคลื่อนไหวไม่จำเป็นต้องใช้ม็อบอย่างเดียว ยิ่งผลการเลือกตั้งออกมาก็เห็นชัดเจนแล้วว่า คนไม่เอาแนวม็อบใหญ่ปิดถนนแล้ว ต้องหาวิธีอื่น เราบุกเดี่ยวให้เป็นประเด็นข่าว แฟลชม็อบสั้นๆ เนื้อๆ แล้วกลับบ้าน ใช้ทุนก็น้อย เหมาะกับฉัน” เอกชัยเคยให้สัมภาษณ์เมื่อราวกลางปี 2562
- คดีล่าสุดเป็นจุดสำคัญในหลายแง่มุม มาตรา 110 ไม่เคยถูกใช้มาก่อน อย่างน้อยในประวัติศาสตร์ช่วง 20-30 ปีมานี้ มันคือข้อหาฉกรรจ์ว่าด้วย การประทุษร้ายต่อตัวหรือเสรีภาพของบุคคล 3 ตำแหน่งคือ พระราชินี รัชทายาน และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำการหรือ ‘พยายาม’ จะกระทำการ มีบทลงโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือ 16-20 ปี
- เอกชัยเป็น 1 ใน 5 จำเลยคดีมาตรา 110 หรือเรียกลำลองว่า ‘คดีขบวนเสด็จ' โดยถูกกล่าวหาว่าประทุษร้ายต่อ ‘เสรีภาพของพระราชินี’ จำเลยที่เหลือ 4 คน คนหนึ่งเป็นนักกิจกรรมทางสังคม บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยมหิดล ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หลักสูตรนานาชาติ คนหนึ่งทำงานภาคประชาสังคม เป็น ‘นักกิจกรรมด้านพัฒนาชุมชนและเยาวชน' ส่วนอีก 2 คนเป็นประชาชนทั่วไป
- บริบทของเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงปี 2563 การชุมนุมของคนรุ่นใหม่ที่มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ หนึ่งในนั้นเป็นข้อเรียกร้องอันไม่เคยมีมาก่อนอย่าง ‘การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์’ วันที่ 14 ตุลาคม คือ วันเกิดเหตุ มีนัดหมายชุมนุมพร้อมเคลื่อนขบวนใหญ่จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยังทำเนียบรัฐบาล
- น่าสนใจว่า ศาลชั้นต้นพิพากษา ‘ยกฟ้องทั้งหมด' (28 มิ.ย. 66) โดยเห็นว่าเหตุการณ์เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนของทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนก็เพิ่งทราบเรื่องขบวนเสด็จฯ เมื่อใกล้ถึงที่เกิดเหตุ และเมื่อผู้ชุมนุมทราบว่าเป็นขบวนเสด็จฯ ก็ได้ล่าถอยไปและขบวนเสด็จก็ผ่านไปได้ สำหรับข้อหากีดขวางทางสาธารณะและการจราจร ศาลเห็นว่าตำรวจเป็นผู้นำรถมากีดขวางถนนเอง ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เผยแพร่บันทึกทนายความ 11 ข้อหลังศาลยกฟ้องไว้อย่างน่าสนใจ https://tlhr2014.com/archives/57192
- ถัดมาอีก 2 ปีกว่า ศาลอุทธร์กลับคำพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้ง 5 (5 ก.ย. 2568) และไม่มีใครได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้ในชั้นฎีกา จนถึงตอนนี้พวกเขาอยู่ในเรือนจำมาแล้วกว่า 6 เดือนแล้ว ศาลอุทธรณ์มองว่าพวกเขา ‘รู้’ ว่ามีขบวนเสด็จและ ‘มีเจตนา’ ขัดขวางขบวนเสด็จ จึงลงโทษ 4 คน จำคุกคนละ 16 ปี (ขั้นต่ำของข้อหานี้) ส่วนเอกชัยได้รับโทษจำคุก 21 ปี 4 เดือน เป็นการเพิ่มโทษ 1 ใน 3 เนื่องจากเคยผิดมาตรา 112 มาแล้ว เราสามารถค้นหาคำพิพากษาโดยละเอียดของทั้ง 2 ศาลได้จากเว็บไซต์ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
- สำหรับความเจ็บป่วยของเอกชัย ทนายความและเพื่อนที่เข้าเยี่ยมระบุว่า เขามีอาการสภาวะปวดช่องท้องรุนแรง และมีอาการโรคต่อมลูกหมากโต อาการปวดท้องของเขาอยู่ในตำแหน่งที่เคยได้รับการเจาะดูดฝีในตับเมื่อครั้งติดคุกรอบก่อน และอาจมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการผ่าตัดใหญ่อีกครั้ง และหวังว่าจะไม่สายเกินไป
- ชีวิตของอดีตคนขายหวยออนไลน์และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองผู้นี้จึงอยู่บนเส้นด้าย ความเสียชีวิตของ ‘นักโทษทางความคิด’ เคยเกิดขึ้นแล้วอย่างน้อย 2 หน และนับเป็นจุดท้าทายอีกครั้งของราชทัณฑ์ว่าจะรอดพ้นการตกเป็น ‘จำเลย' ทางความรู้สึกนึกคิดของผู้คน หรือจำเลยทางประวัติศาสตร์ อีกหรือไม่












