สำรวจท่าทีพันธมิตรของสหรัฐฯ และจีนต่อคำขอจากทรัมป์ ให้ส่งเรือไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ?

ที่มาของภาพ : AFP

เรือขนส่งสินค้า มยุรี นารี สัญชาติไทย คือ หนึ่งในเรือบรรทุกสินค้าหลายลำที่ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
    • Author, มัลลอรี มูนช์,
      และ
    • Author, แพทริค แจ็กสัน
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

ไม่กี่วันหลังจากที่สหรัฐอเมริกาออกมาเรียกร้องให้พันธมิตรเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ออกมาประกาศว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากประเทศอื่นในสงครามต่อต้านอิหร่าน

ในโพสต์ที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงบนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล (Truth Social) ของเขา ทรัมป์ระบุว่า พันธมิตรนาโตของอเมริกา “ส่วนใหญ่” ได้แจ้งให้สหรัฐฯ ทราบว่าพวกเขาไม่ต้องการมีส่วนร่วมกับความขัดแย้ง

“อย่างไรก็ตาม ผมไม่แปลกใจกับการกระทำของพวกเขา เพราะผมคิดเสมอว่านาโต…เป็นเหมือนถนนเดินรถทางเดียว ที่เราจะปกป้องพวกเขา แต่พวกเขาจะไม่ทำอะไรเพื่อเรา” ทรัมป์ระบุ

ในคำขอเดิมของเขาเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ทรัมป์กล่าวว่า “หวังว่าจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร และประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดเทียมนี้ จะส่งเรือมาช่วย”

ช่องแคบดังกล่าวถูกปิดกั้นโดยอิหร่านอย่างมีประสิทธิภาพ ยกเว้นเรือจำนวนเล็กน้อยที่บรรทุกน้ำมันของอิหร่านไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น อินเดียและจีน นับตั้งแต่ที่อิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.

เรือบรรทุกสินค้าพาณิชย์หลายลำในช่องแคบถูกโจมตีด้วย “วัตถุไม่ทราบชนิด” ในช่วงที่สงครามดำเนินมานานกว่าสองสัปดาห์ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย

ประมาณ 20% ของน้ำมันทั่วโลกถูกขนส่งผ่านช่องทางนี้ นั่นส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น และบางประเทศในเอเชียกำลังใช้มาตรการเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง

ต่อมาในข้อความที่เขาโพสต์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่ารัฐสมาชิกนาโตใดบ้างที่เสนอให้ความช่วยเหลือ แต่ต่อไปนี้คือสิ่งที่เราทราบเกี่ยวกับท่าทีของสมาชิกที่โดดเด่นบางประเทศ รวมถึงจากจีนและประเทศอื่น ๆ

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and proceed studyingได้รับความนิยมสูงสุด

Stop of ได้รับความนิยมสูงสุด

คำบรรยายวิดีโอ, ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังหารือกับประเทศอื่น ๆ เกี่ยวกับการ “ควบคุมดูแล” ช่องแคบฮอร์มุซ

ท่าทีของสหราชอาณาจักร

ในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า กำลังดำเนินการสนทนาเพื่อหา “แผนการที่ปฏิบัติได้จริง” กับสหรัฐฯ ยุโรป และพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย แต่เรา “ยังไม่ได้ถึงจุดที่จะตัดสินใจในตอนนี้”

เมื่อผู้สื่อข่าวบีบีซีถามเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า สหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาเรื่องการส่งโดรนหรือเรือไปยังภูมิภาคดังกล่าวหรือไม่ เอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบว่า “คุณสามารถมั่นใจได้ว่าทุกทางเลือกที่สามารถช่วยให้ช่องแคบเปิดอีกครั้งกำลังได้รับการพิจารณาร่วมกับพันธมิตรของเรา”

มิลลิแบนด์ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติการ และย้ำว่า “การยุติความขัดแย้งเป็นวิธีที่ดีที่สุดและแน่นอนที่สุดที่จะทำให้ช่องแคบกลับมาเปิดอีกครั้ง”

ท่าทีของเยอรมนี

โฆษกรัฐบาลเยอรมนีกล่าวว่าสงครามกับอิหร่านนั้น “ไม่เกี่ยวข้องกับนาโต” ขณะที่บอริส ปิสโตริอุสรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมถามว่า “ทรัมป์คาดหวัง อะไรจากเรือฟริเกตยุโรปเพียงไม่กี่ลำ ในเรื่องที่กองทัพเรือสหรัฐฯ อันทรงพลังก็ยังทำไม่ได้ “

“นี่ไม่ใช่สงครามของเรา เราไม่ได้เริ่มมัน”

ท่าทีของฝรั่งเศส

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวว่า ฝรั่งเศสพร้อมที่จะเข้าร่วมภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อสถานการณ์ “สงบลง”

ภารกิจดังกล่าว “ต้องแยกออกจากปฏิบัติการสงครามและการทิ้งsะเบิดที่กำลังดำเนินอยู่โดยสิ้นเชิง” เขากล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 17 มี.ค.

“ฝรั่งเศสมีหน้าที่รับผิดชอบที่เรียบง่ายและชัดเจนในภูมิภาคนี้ คือ การปกป้องพลเมืองและผลประโยชน์ของเรา การเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือสำหรับทุกคน และการทำงานเพื่อลดความตึงเครียดและสร้างเสถียรภาพ” เขากล่าว

ปัจจุบันกองเรือบรรทุกเครื่องบินของประเทศถูกส่งไปประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกโดยเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจ “การป้องกัน”

ท่าทีของจีน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวต่างสอบถามว่า ประเทศจีนได้รับคำขอให้ส่งเรือไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางหรือไม่ และประเทศจะตอบสนองอย่างไร หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนตอบว่า “จีนขอเรียกร้องอีกครั้งให้ทุกฝ่ายยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที หลีกเลี่ยงการขยายความรุนแรงของสถานการณ์ตึงเครียด และป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายในภูมิภาคและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกต่อไป”

เจี้ยนกล่าวต่อไปว่า จีน “กำลังติดต่อสื่อสารกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการลดความตึงเครียดของสถานการณ์”

ท่าทีของเกาหลีใต้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้แจ้งกับบีบีซีว่า ประเทศกำลัง “จับตาอย่างใกล้ชิด” ต่อคำกล่าวของทรัมป์ และทั้งสองประเทศจะยังคง “สื่อสารกันอย่างใกล้ชิดและตัดสินใจหลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบ”

กระทรวงฯ กล่าวต่อไปว่า “รัฐบาลเกาหลีกำลังติดตามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และกำลังพิจารณามาตรการต่างๆ อย่างรอบด้านเพื่อปกป้องพลเมืองเกาหลีและรับรองความปลอดภัยของเส้นทางการขนส่งพลังงาน”

อัน กยู-บัค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารว่า การส่งเรือรบไปยังช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา

ท่าทีของญี่ปุ่น

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าเธอไม่ได้รับคำขอจากสหรัฐฯ ให้ส่งเรือคุ้มกัน

“รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาว่าควรใช้มาตรการใดบ้าง แน่นอนว่าเรื่องนี้จะอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายของญี่ปุ่น แต่เรากำลังดำเนินการโดยคำนึงถึงวิธีการปกป้องชีวิตของเรือญี่ปุ่นและลูกเรือ และสิ่งที่สามารถทำได้ในเรื่องดังกล่าว” เธอกล่าว

ทาคาอิจิมีกำหนดพบกับทรัมป์ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันที่ 19 มี.ค. นี้

ท่าทีของสหภาพยุโรป

คายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “ในขณะนี้ ยังไม่มีความต้องการ” ที่จะเปลี่ยนแปลงภารกิจทางเรือในปัจจุบันของกองทัพเรือในภูมิภาคนี้

เธอกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “ไม่มีใครพร้อมที่จะส่งคนของตนไปเสี่ยงอันตรายในช่องแคบฮอร์มุซ” พร้อมเสริมว่า “เราต้องหาหนทางทางการทูตเพื่อรักษาช่องทางเดินเรือนี้ให้เปิดอยู่”