
‘สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ' เร่งไต่สวนข้อเท็จจริงคดีบุกรุก ‘เขากระโดง’ หลังได้รับเรื่องจาก ‘ดีเอสไอ’ ระบุข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ ‘ที่ดิน’ ต้องไปใช้สิทธิทาง ‘ศาล’
…………………………………….
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) ในฐานะโฆษกสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่มีสื่อมวลชนรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีที่ดินเขากระโดงมาให้คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (2) (4) ประกอบมาตรา 30 นั้น
สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ขอเรียนว่า ปัญหาเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินที่อาจทับที่หรืออยู่ในเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และมีโฉนดที่ดินที่มีการครอบครองจำนวนหลายแปลงที่เป็นปัญหาข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐ คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับผู้ที่ครอบครองที่ดินที่อ้างว่า เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน โดยข้อเท็จจริงยังเป็นปัญหาเกี่ยวกับอาณาเขตที่ดินของ รฟท. และการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท (อ้างกรรมสิทธิ์) รวมทั้งการออกโฉนดที่ดินในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว
ในเบื้องต้นยังไม่พบว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นปัญหาข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครอง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวและมีการอ้างคำพิพากษาของศาลที่เกี่ยวข้อง
สืบเนื่องจากเมื่อปี 2554 คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ไต่สวนความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ และมีมติให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน จำนวน 2 แปลง (เรื่องเดิม)
สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 14 ก.ย.2554 แจ้งให้กรมที่ดินพิจารณาเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และเลขที่ 8564 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากมีการออกโฉนดที่ดินทับที่ดินของ รฟท. ตามมาตรา Ninety 9 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542
โดยปรากฏว่า กรมที่ดินยังไม่ได้ดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าว และ รฟท.ซึ่งเป็นผู้เสียหายในฐานะเจ้าของที่ดิน กลับไม่ใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และ 8564 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ตามมติคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดังกล่าว
โดยคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 100/2566 เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2566 ได้มีมติให้ดำเนินการไต่สวนอธิบดีกรมที่ดินและผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหนังสือ ลงวันที่ 24 ธ.ค.2568 ส่งเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาให้คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พิจารณา กรณีที่มีผู้ร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จริงเกี่ยวกับการปล่อยให้มีผู้บุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยในพื้นที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ และรฟท.ไม่ดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกา และไม่ฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกที่ดินต่อศาล ซึ่งรวมถึงโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และ 8564 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ด้วย
ทั้งนี้ จากคำกล่าวหาของผู้ร้องข้างต้น ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งมาเป็นการกล่าวหา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมที่ดิน และคณะกรรมการสอบสวน ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินโดยมิชอบบริเวณเขากระโดง ดังกล่าว
สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ขอเรียนว่า ข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชนหรือประชาชน เป็นเรื่องที่หน่วยงานของรัฐจะต้องไปดำเนินการใช้สิทธิทางศาลเอง ส่วนเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในการไต่สวนข้อเท็จจริง คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะเร่งรัดดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วนเรื่องที่ปรากฏเป็นข่าวอาจมีข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับที่แถลงมาในวันนี้













