
18 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฮีโร่ชุดเขียวขี้ม้าแห่งอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เผยเบื้องหลังการทำงานอาสากู้ภัยที่ไม่ได้มีแค่ความไวในการช่วยเหลือผู้ป่วย แต่คือการวางแผนและความเสียสละเผยนาทีวิกฤตหากน้ำมันหมดทั้งอำเภอ ก็จะต้องตระเวนหาซื้อน้ำมันขวดตามหมู่บ้านเพื่อไปรับผู้ป่วยให้ทันท่วงที หากมีเงินเข้ามาก็หันมาเติมช่วงกลางดึกเพื่อเตรียมไว้ต่อพรุ่งนี้
.jpg)
นายไสว ยะกะชัย หัวชุดหน้าชุดกู้ภัยร่วมใจภูเรือ เปิดเผยถึงกิจวัตรหลังกลับจากการรับ-ส่งผู้ป่วย ติดเตียงสิ่งแรกที่ต้องทำคือการเตรียมพร้อม
ทั้งการตรวจสอบอุปกรณ์กู้ชีพและในช่วงนี้มีการวางแผนเรื่องน้ำมันเติมรถ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการช่วยชีวิตซึ่งขณะนี้จะต้องมีการวางแผนให้รอบคอบโดยทางปั๊มน้ำมันที่ภูเรือจะไม่ได้จำกัดปริมาณการเติมเพราะรู้ว่าเป็นกู้ภัยที่ทำงานอยู่ นอกเหนือแต่ข้อจำกัดที่แท้จริงคือ งบประมาณในกระเป๋าที่จะเติมไว้เพื่อรับส่งผู้ป่วย เราจะช่วยเหลือผู้ป่วยไปจนกว่าแรงจะหมดจนกว่าลมหายใจสุดท้าย และจนกว่าน้ำมันหยดสุดท้ายในถังจะหมดลง
.jpg)
สำหรับสถาณการณ์ปัญหาน้ำมัน ในปัจจุบันนี้ ทางคุณไสวกู้ภัยร่วมใจภูเรือ บอกว่าตนและภรรยาสู้ด้วยเงินส่วนตัวและน้ำใจของชาวบ้าน ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา การออกปฏิบัติหน้าที่ของกู้ภัยร่วมใจภูเรือมีทั้งเคสที่ได้รับค่าตอบแทนบ้างและไม่ได้บ้างแต่ส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและผู้ประสบอุบัติเหตุที่มีฐานะยากจน ซึ่งนายไสวมักจะใช้ เงินส่วนตัว เป็นค่าใช้จ่ายหลักอยู่แล้วแต่ก็มีแรงสนับสนุนจากคนในพื้นที่ เช่นชมรมผู้ประกอบการร้านค้าและร้านอาหารในอำเภอภูเรือที่ช่วยสนับสนุนทั้งเงินทุนและน้ำมัน
.jpg)
นายไสว กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตอนนี้กู้ภัยเรามีการพูดคุยกันในเรื่องแผนสำรองเมื่อวิกฤต หากน้ำมันขาดแคลนต้องพึ่งน้ำมันขวด ตู้หยอดเหรียญ ที่มีอยู่ในตามหมู่บ้าน ซึ่งในพื้นที่อำเภอภูเรือมีปั๊มน้ำมันเพียง 3 แห่ง หากเกิดกรณีน้ำมันหมดหรือปิดทำการการจะเดินทางไปซื้อน้ำมันในตัวจังหวัดเลยต้องใช้ระยะทางไกลและมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 500 บาทต่อเที่ยวก็ต้องทำ ก็ต้องไปซื้อเพื่อมาเติมให้รถกู้ภัยไปต่อได้











