
‘รมว.คลัง’ ย้ำไทยดำเนินนโยบาย ‘การคลัง’ เน้นช่วยเหลือ ‘เฉพาะกลุ่ม’ แทนการช่วยเหลือ ‘แบบวงกว้าง’ ควบคู่กับการลงทุนลงเศรษฐกิจ ‘สีเขียว’-ดิจิทัล
……………………………….
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยบนเวที IMF Governor Talks ในระหว่างการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2569 โดยระบุตอนหนึ่งว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะระดับการลงทุนที่ยังต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพ
รัฐบาลจึงกำหนด ‘การยกระดับการลงทุน’ เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ผ่านการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การพัฒนาทุนมนุษย์ และการปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อยกระดับผลิตภาพและสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว
นายเอกนิติ กล่าวถึงแนวทางรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ว่า จำดำเนินการผ่านกรอบนโยบาย “4T” ได้แก่ Target (การช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า), Transition (การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด), Transformation (การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ) และ Collectively (ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน)
ควบคู่กับการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น Trim Grid เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า และการส่งเสริมกลไก Divulge Vitality Buy Agreement (Divulge PPA) พร้อมทั้งสนับสนุนการขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
นายเอกนิติ ระบุว่า ในด้านการดำเนินนโยบายการคลังนั้น รัฐบาลเน้นการดำเนินนโยบายการคลังแบบตรงจุดโดยเน้นการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มแทนการช่วยเหลือแบบวงกว้างควบคู่กับการเร่งลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
นายเอกนิติ กล่าวถึงบทบาทของอาเซียนในโลกที่มีความแตกแยก (fragmented world) ว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเป็น ‘แรงยึดเหนี่ยว’ ของระบบเศรษฐกิจโลกได้
พร้อมทั้งระบุว่า ไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF–World Bank Annual Meetings) ในเดือนต.ค.2569 ณ กรุงเทพมหานคร จะขับเคลื่อนการประชุมภายใต้แนวคิด “Thailand’s Original Horizons: Empowering Other americans, Building Resilience” เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในยุคที่โลกเผชิญความท้าทายรอบด้าน
โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสใหม่ด้านการเติบโตอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจโลก และการยกระดับบทบาทของอาเซียนในฐานะพลังขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป













