
เหตุใดแฟลตฟอร์มทำนายผลอย่าง Polymarket และ Kalshi จึงเป็นที่นิยมในหมู่ชายหนุ่มอายุน้อย


- Author, มิตเชลล์ ลาเบียค
- Role, ผู้สื่อข่าวธุรกิจ
- Published
- เวลาอ่าน: 13 นาที
คาเมรอน จอร์จ กำลังใช้ชีวิตเหมือนฝันในตอนนี้ ย้อนไปในปี 2019 เขาเป็นพนักงานจัดชั้นวางสินค้าในวอลมาร์ต (Walmart) แต่ตอนนี้ชายวัย 26 ปีกลับกลายเป็นนักเทรดคริปโตเต็มเวลา ควบคู่ไปกับการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์
โซเชียลมีเดียของเขาเต็มไปด้วยภาพถ่ายตัวเองยืนข้างรถสปอร์ตหรูยี่ห้อแมคลาเรน รุ่น 600 แอลที โดยมีรอยยิ้มเปื้อนหน้า มีภรรยาและลูก ๆ ห้าคนขนาบข้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาอยากจะมีสัก 10-20 คน
จากคลิปวิดีโอหลายคลิปที่เขาพูดถึงการเทรดคริปโต คาเมรอนดูมั่นใจและมีสเน่ห์ เขาทำสิ่งนี้มาตั้งแต่ตอนอายุ 13 ปี
หนึ่งในหัวข้อที่เขามักพูดถึงอยู่บ่อยครั้งในคลิปวิดีโอเหล่านั้นคือตลาดการทำนายผล ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่คุณสามารถวางเดิมพันกับทุกสิ่งทุกอย่างได้ ตั้งแต่แมตช์ฟุตบอล ไปจนถึงเรื่องว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดเมื่อไหร่ หรือแม้กระทั่งว่า เทย์เลอร์ สวิฟต์ จะเลือกเพื่อนเจ้าสาวเป็นใครบ้าง
คาเมรอนชื่นชอบการลงพนันแบบนี้เหมือนกับชายหนุ่มอีกหลายคน และเขามักจะใช้มันในการติดตามราคาคริปโตเคอร์เรนซีและใช้มันทำให้เขาเข้าใจข่าวสารมากขึ้น
“ทุกคนมีความคิดเห็นกันหมดแหละ แต่นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คุณจะแสดงความคิดเห็นได้ด้วยการลงเงินกับทุกสิ่งทุกอย่าง” เขากล่าว “ผมตื่นเต้นจริง ๆ ที่จะได้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้จะดีขึ้นและเติบโตขึ้นขนาดไหน… มันช่างเป็นช่วงเวลาที่เหลือเชื่อสำหรับการใช้ชีวิต”

ที่มาของภาพ : Cameron George/Instagram
คำว่า “เหลือเชื่อ” อาจใช้อธิบายถึงเรื่องนี้ได้ ตลาดการทำนายผลเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยตลาดสองแห่งหลักคือโพลีมาร์เก็ต (Polymarket) และคาลชิ (Kalshi) เติบโตขึ้นจากความต้องการลงเดิมพันในสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น
เมื่อไม่นานมานี้ มีการประเมินมูลค่าแพลตฟอร์มคาลชิอยู่ที่ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่โพลีมาร์เก็ตมีมูลค่าอยู่ที่ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and proceed readingได้รับความนิยมสูงสุดDiscontinuance of ได้รับความนิยมสูงสุด
เมื่อมองกลุ่มผู้ใช้บริการตลาดการทำนายผลจะพบว่า ช่วงอายุของผู้ที่เข้ามาวางเดิมพันกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มช่วงอายุต่ำกว่า forty five ปี และ 71% เป็นผู้ชาย จากการศึกษาล่าสุดของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลมอร์นิง คอนซัลต์ (Morning Search the advice of)
ขณะที่ผลสำรวจโดยสถาบันเด็กชายและบุรุษอเมริกัน หรือ เอไอบีเอ็ม (American Institute for Boys and Men – AIBM) และอิปซอสส์ (Ipsos) พบว่ากว่าหนึ่งในสี่ของชายชาวอเมริกันที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี ระบุว่าพวกเขาเคยใช้บริการตลาดการทำนายผลหรือแอปพลิเคชันพนันอย่างน้อยหนึ่งแพลตฟอร์มในรอบหกเดือนที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับคนทั่วไปที่เคยใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้มีสัดส่วนอยู่ที่ 14% เท่านั้น
อะไรทำให้การลงเงินทำนายผลเช่นนี้เป็นที่นิยม และมันสะท้อนการมองคุณค่าในตัวเองของผู้ชาย และเรื่องอื่น ๆ อย่างไร ?
บรรยากาศทางความรู้สึกโดยแท้
ตลาดการทำนายผลตอบโจทย์ความสนใจหลัก ๆ ของผู้ชายได้หลายอย่าง “ตลาดทำนายผล ดูเหมือนจะอยู่ตรงทางแยกระหว่างหลายวัฒนธรรมออนไลน์ที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ทั้งการพนันกีฬา, การเก็งกำไรคริปโต, วัฒนธรรม ‘ไฟแนนซ์โบร' (finance bro – ผู้ชายที่หลงไหลหรือทำงานด้านการเงินและการลงทุน), การไลฟ์และการติดตามอินฟลูเอนเซอร์, การลงทุนโดยอิงกระแสออนไลน์ (meme investing) และสังคมการทำนายผลออนไลน์ที่มีการแข่งขันสูง” ศาสตราจารย์ เอลวิรา โบลัต จากมหาวิทยาลัยบอร์นมัธ ระบุ
ขณะที่ โจนาธาน โคเฮน หัวหน้าฝ่ายนโยบายการพนันกีฬาแห่ง AIBM บอกว่า “มันเป็นบรรยากาศทางความรู้สึกของคนหนุ่ม” เขามองว่าปัจจัยทางระบบประสาทมีผลมากด้วย โดยทัศนคติของคนหนุ่มต่อกีฬา เงิน และตลาดการทำนายผล มาจากสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นการที่ “สมองส่วนหน้า (pre-frontal cortex) ด้อยพัฒนา และมีความกระหายความเสี่ยง”

ที่มาของภาพ : Getty Photos
หลายรัฐในสหรัฐฯ สั่งห้ามการพนัน (gambling) แต่การลงเงินในตลาดการทำนายผลไม่ถือว่าเป็นการพนันในสหรัฐฯ ทำให้คนจากทั่วทั้ง 50 รัฐสามารถวางเงินเดิมพันในตลาดทำนายผลได้ นอกจากนี้ ยังมีลักษณะของการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าด้วย เฉกเช่นการซื้อขายน้ำมันหรือโลหะในตลาด โดยแพลตฟอร์มที่ให้บริการจะทำเงินผ่านการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งตลาดการทำนายผลก็ได้กำไรจากค่าธรรมเนียมในการวางเดิมพันแต่ละครั้งในลักษณะเดียวกัน
ฝ่ายที่สนับสนุนตลาดการทำนายผลมองว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นวิธีการหาเงินที่แสนฉลาดและทันสมัย เพราะอัตราต่อรองจะเปลี่ยนไปตามลักษณะการวางเดิมพันของผู้เล่น มากกว่าที่จะมาจากการตัดสินของเจ้ามือ พวกเขามองว่ามันทำให้ผู้เล่นมีแต้มต่อมากกว่า และได้เห็นมุมมองเชิงลึกของผู้คน ณ ขณะนั้นที่มีต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่กีฬา ไปจนถึงการเมือง พวกเขาบอกว่ามุมมองเชิงลึกเหล่านี้น่าเชื่อถือยิ่งกว่าผลสำรวจแบบเดิม ๆ เพราะแต่ละคนต่างลงเงินสนับสนุนความคิดเห็นของตัวเอง
ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามก็ชี้ถึงด้านมืดของมันว่า รูปแบบและการตลาดของแพลตฟอร์มเหล่านี้คำนึงถึงความเสี่ยงน้อยเกินไป และทำให้การพนันกลายเป็นเรื่องปกติ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าชายวัยหนุ่มโดยทั่วไปกำลังถูกดึงดูดให้สูญเสียเงินไปกับเว็บไซต์และแอปฯ ที่ดูเหมือนและให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่ปกติสำหรับการเทรดหุ้น มากกว่าจะเป็นแหล่งพนัน

ที่มาของภาพ : NurPhoto by technique of Getty Photos
และในขณะที่คนหนุ่มถูกล่อลวงให้เข้าไปเสียเงินในตลาดการทำนายผล ก็มีหลักฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่แสดงให้เห็นว่านักเทรดที่มีข้อมูลวงใน (insider traders) ทำกำไรได้หลายล้านดอลลาร์จากการวางเดิมพันกับสถานการณ์โลกที่โหดร้าย เช่น เดิมพันว่าอาจเกิดอะไรขึ้นในสงครามอิหร่าน
“ติดตามสถานการณ์”
สิ่งที่บ่งชี้ว่าทำไมตลาดเช่นนี้จึงดึงดูดผู้ชายมากกว่า ปรากฏอยู่เต็มโซเชียลมีเดีย
โลแกน พอล ยูทิวเบอร์ที่ผันตัวมาเป็นนักกีฬามวยปล้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีรายการที่โพลีมาร์เก็ตเป็นสปอนเซอร์ให้ กระทู้ออนไลน์ต่าง ๆ ที่ผู้ชายนิยมเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมีการอธิบายวิธีการฝ่าข้อจำกัดทางอินเทอร์เน็ตในบางประเทศเพื่อเข้าไปใช้แอปพลิเคชันเหล่านั้น คนหนุ่ม ๆ เรียกมันอย่างติดตลกว่าเป็นการ “ติดตามสถานการณ์” โดยหมายถึงการศึกษาข้อมูลข่าวสารและโอกาสในการลงทุน ผ่านการไถโซเชียลมีเดียสลับกับหน้าจอโฮมเพจของตลาดการทำนายผล
ต้นกำเนิดของคำเรียกนี้มาจากภาพถ่ายที่เป็นไวรัลของ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งแอมะซอน ซึ่งกำลังยืนอยู่ในห้องทำงานโดยสวมเสื้อยืดสีดำและหูฟัง จ้องมองออกไปที่จุดหนึ่งในระยะไกล โดยมีคำบรรยายภาพว่า “สัญชาตญาณของลูกผู้ชายที่อยากติดตามสถานการณ์” ซึ่งโพลีมาร์เก็ตได้ผลักดันให้คำนี้ไปไกลกว่านั้น ด้วยการเปิดบาร์ที่เรียกว่า “ห้องติดตามสถานการณ์” (The Direct Room) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อเดือน มี.ค. ซึ่งวิดีโอในวันเปิดตัวแสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นั่นเป็นผู้ชาย

ที่มาของภาพ : Getty Photos
แม้จะมีการโหมโฆษณาแพลตฟอร์มเหล่านี้ แต่โดยสุทธิแล้วคาเมรอนก็สูญเสียเงินไปกับมัน ไม่ต่างจากผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มทำนายผลคนอื่น ๆ และเช่นเดียวกับผู้ใช้บริการคนอื่น ๆ เขามีบอทเอไอที่วางเดิมพันแทนเขา พร้อมระบุว่าเขาได้ยินมาจากโซเชียลมีเดียว่ามันสามารถเป็นหนททางง่าย ๆ ในการทำเงินจำนวนมากได้
“ผมยังทำเงินไม่ได้เลยจนถึงตอนนั้น ตัวแทนเอไอของผมทำผลงานได้ไม่ดี” เขากล่าวมพร้อมกับหัวเราะ “ผมขาดทุนไปสองสามพันดอลลาร์แล้ว”
สิ่งนี้ไม่ได้เกิดกับเขาเพียงลำพัง จากการวิเคราะห์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ผู้ใช้แพลตฟอร์มโพลีมาร์เก็ตที่วางเดิมพันมากกว่า 1,000 ดอลลาร์ (กว่า 32,000 บาท) มักจะแพ้มากกว่าชนะเกือบสองเท่า นับตั้งแต่ต้นปี 2025 จนถึงสิ้นเดือน เม.ย. ปีนี้
การวิเคราะห์ของวอลล์สตรีทเจอร์นัล (Wall Side road Journal) ยังพบด้วยว่า 67% ของผลกำไรในโพลีมาร์เก็ต เข้าสู่กระเป๋าของเจ้าของบัญชีในแพลตฟอร์มดังกล่าวเพียง 0.1% โดยเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ (ราว 16,000 ล้านบาท) ถูกกระจายไปยังเจ้าของบัญชีไม่ถึง 2,000 บัญชี และยังพบว่าบัญชีที่มีแนวโน้มจะทำกำไรได้ดีที่สุดบนแพลตฟอร์มเหล่านี้มักจะเป็นบัญชีของบริษัทที่มีพนักงานอยู่ในมือ โดยพวกเขาจ่ายเงินเข้าถึงฟีดข้อมูลสด, เซิร์ฟเวอร์ และบอตเอไอต่าง ๆ
โบลัต จากมหาวิทยาลัยบอร์นมัธ ได้ศึกษาเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยด้านโซเชียลมีเดียของเธอ เธอกังวลกับการสูญเสียเงินของนักเทรดที่ไม่มีข้อมูลวงใน ไปจนถึงการที่ตลาดการทำนายผลทำให้การวางเดิมพัน “กลายเป็นเรื่องธรรมดา” โดยเธอวิจารณ์อินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลายที่ “เพิกเฉยต่อความเสี่ยงโดยสิ้นเชิง” เวลาพูดถึงเว็บไซต์เหล่านั้น
สำหรับแฟน ๆ การเปิดบาร์ที่ชื่อ “ห้องติดตามสถานการณ์” อาจดูเหมือนไม่มีพิษภัย แต่สำหรับโบลัต นั่นคือการสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่โพลีมาร์เก็ตและคู่แข่งวางภาพลักษณ์ของตัวเอง

ที่มาของภาพ : The Washington Put up by technique of Getty Photos
“ตลาดการทำนายผลถูกทำให้ดูเหมือนไม่ใช่แค่การพนันธรรมดา ๆ แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของความเฉลียวฉลาด การวางกลยุทธ์ การคาดการณ์อนาคต หรือการมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมทางอินเทอร์เน็ตด้วยตัวมันเอง” เธอกล่าวแย้ง
หน้าแรกของแพลตฟอร์มให้ความรู้สึกคล้ายกับบลูมเบิร์ก เทอร์มินัล (Bloomberg terminal – เครื่องมือติดตามข้อมูลทางการเงินอย่างหนึ่ง) ที่คนในสายงานการเงินมักจะใช้ และมันถูกดึงเข้าไปอยู่ในแอปพลิเคชันสำหรับการลงทุนบางแอปฯ ด้วย
“มีหลายครั้งที่แพลตฟอร์มเหล่านี้นำเสนอตัวเองในฐานะตลาดข้อมูลหรือในฐานะสถานที่ที่มีการเทรดซื้อขาย แทนที่จะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการวางเดิมพัน แม้ว่าในทางปฏิบัติแล้วมันค่อนข้างจะใกล้เคียงกับการพนันเลย”
เธอบอกว่ายังคงมีคำถามว่าบรรดาผู้ประกอบการและอินฟลูเอนเซอร์ได้อธิบายถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในการใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้หรือไม่
โคเฮนกล่าวว่า ตลาดการทำนายผลใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของชายวัยเยาว์ที่กำลังทุกข์ทนกับภาวะ “สุญนิยมทางการเงิน” (economic nihilism – การใช้ชีวิตไปวัน ๆ โดยไม่วางแผนทางการเงินในระยะยาว) และผู้ชายบางคนอาจคิดว่า “ถ้าผมมีเงิน 20,000 ดอลลาร์ ซึ่งรู้สึกเหมือนว่ามันแทบจะไม่มีค่าอะไร เอาไปไว้ในดัชนี S&P 500 ต้องใช้เวลา 20 ปีให้มันมีมูลค่ามากขึ้น แต่ถ้าผมลงทุนในตลาดการทำนายผลตลาดใดตลาดหนึ่งในตอนนี้ แป๊บเดียวผมก็จะรวย”
เขาบอกว่าความรู้สึกที่เหมือนกับคุณกำลังชิงไหวชิงพริบกับผู้ชายคนอื่น ๆ ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้มันดูดึงดูดด้วย “หวยมันไม่น่าสนใจ สำหรับคนหนุ่ม เพราะมันหยิบเลขสุ่ม ๆ ขึ้นมา… แต่การวางเดิมพันทำให้คุณรู้สึกฉลาดเพราะคุณเลือกเกมนั้นหรือนักการเมืองคนนั้น ๆ เอง มันเหมือนกับการ “เป็นผู้ชนะอันดับหนึ่งเพราะเขาชนะคนอื่น ๆ ทั้งหมดในตลาดการทำนายผล”
เขาเสริมว่าคนทั่วไปส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มลักษณะนี้ ท้ายที่สุดก็ไม่ได้พนันกับคนอื่น ๆ แบบตัวต่อตัว (imagine-to-imagine) จริง ๆ แต่ต้อง “สู้กับกลุ่มกองทุนที่ระดมเข้ามากินอาหารเที่ยง”
ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองรายมองว่ายังคงต้องมีข้อมูลที่ละเอียดกว่านี้ในการค้นหาว่าใครกันแน่ที่กำลังใช้แพลตฟอร์มทำนายผลอยู่จริง ๆ
คาลชิและโพลีมาร์เก็ต ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์มมักถูกใช้ไปกับการวางเดิมพันเกี่ยวกับกีฬาเสียส่วนใหญ่ ดูเหมือนจะตระหนักว่าตลาดการทำนายผลมักถูกมองเป็นพื้นที่ของผู้ชาย ทั้งสองแพลตฟอร์มดูเหมือนกำลังพยายามจะดึงดูดผู้หญิงเข้ามายังแพลตฟอร์มมากขึ้น โดยมีอินฟลูเอนเซอร์ผู้หญิงออกมาพูดถึงแพลตฟอร์มดังกล่าวผ่านวิดีโอต่าง ๆ ในรูปแบบที่เป็นกันเอง หรือแม้กระทั่งบัญชีทางการก็โพสต์มีมจากภาพยนตร์ต่าง ๆ เช่น มีนเกิร์ล (Mean Women) หรือ คลูเลส (Clueless)
คาลชิบอกกับบีบีซีว่า ผู้หญิงที่ใช้บริการแพลตฟอร์มของพวกเขามีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 13% เป็น 26% ตลอดปีที่แล้ว พวกเขาบอกว่าได้ร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ในการจัดการปัญญาการพนัน และบอกว่าพวกเขาสนับสนุนให้มีการเทรดอย่างมีความรับผิดชอบ
พวกเขายังเสริมด้วยว่า ภายใต้ระเบียบเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าในสหรัฐฯ อินฟลูเอนเซอร์ที่พวกเขาว่าจ้างไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงความเสี่ยงเมื่อโฆษณาเว็บไซต์หรือแอปฯ ของคาลชิ
ขณะที่โพลีมาร์เก็ตบอกกับบีบีซีว่า “เมื่อมีความขัดแย้งปะทุขึ้น ผู้คนหันไปหาข่าวสารเพื่อฟังความเห็น และพวกเขาจะมาหาโพลีมาร์เก็ตเพื่อดูข้อมูล”
เบื้องหลังนักเทรดวงใน
คนส่วนใหญ่ที่ถูกโน้มน้าวให้เข้าสู่ตลาดจากโลกของชายแท้ (manosphere) มีแนวโน้มที่จะขาดทุน แต่ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเชิงลึกที่กำลังมีการวางเดิมพันกันอยู่กำลังทำกำไรได้ดีมาก ๆ
การวางเดิมพันขนาดใหญ่โดยมีการกำหนดเวลาอย่างน่าสงสัยกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ระหว่างสงครามอิหร่านและการจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ก่อให้เกิดคำถามอย่างจริงจังเกี่ยวกับนักเทรดวงในที่อยู่ภายในฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประเด็นนี้ยิ่งเน้นย้ำความกังวลเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมในการแข่งขันบนสนามที่นักลงทุนมือสมัครเล่นกำลังเสียเงิน
แกนนอน เคน แวน ไดค์ ทหารหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ที่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการจับกุมตัวมาดูโร ถูกกล่าวหาว่าชนะเดิมพันกว่า 409,000 ดอลลาร์ (กว่า 13 ล้านบาท) บนโพลีมาร์เก็ต ที่ทำนายถึงการพ้นตำแหน่งของประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ก่อนที่ข้อมูลนี้จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ เขาปฏิเสธข้อกล่าวหา รวมทั้งปฏิเสธการใช้ข้อมูลลับของรัฐมาหาประโยชน์ส่วนตน ขณะที่โพลีมาร์เก็ตระบุในขณะนั้นว่า “การซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายใน” เช่นนั้น “ไม่มีที่ยืน” บนแพลตฟอร์มของพวกเขา

ที่มาของภาพ : Getty Photos
ขณะเดียวกัน ในช่วงก่อนสงครามอิหร่านก็มีผู้ใช้โพลีมาร์เก็ตบางคนวางเดิมพันหลายล้านดอลลาร์ว่าสงครามดังกล่าวจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ และพวกเขาก็ชนะเดิมพัน “มันบ้ามากที่สิ่งนี้ถูกกฎหมาย” คริส เมอร์ฟี วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ระบุผ่านโซเชียลมีเดียในเวลานั้น
ประเด็นเรื่องความถูกต้องตามกฎหมายนั้นซับซ้อน แม้โพลีมาร์เก็ตและคาลชิจะแบนนักเทรดวงใน แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ามันอาจไม่ถูกตัดสินว่าผิดกฎหมาย หากนักเทรดวงในคนนั้นวางเดิมพันโดยใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกพิจารณาว่าขโมยมาหรือใช้มันอย่างไม่ถูกต้อง ยกตัวอย่างสมมติเช่น ในกรณีที่หาก เทย์เลอร์ สวิฟต์ วางเดิมพันว่าตัวเธอเองจะแต่งงานเมื่อไหร่ หรือในกรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์เปิดเผยข้อมูลนโยบายในอนาคตกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อน ๆ ของพวกเขาด้วยความเต็มใจ แน่นอนว่าการวางเดิมพันโดยมีข้อมูลวงในมีอยู่ในทุกตลาด
ไม่ว่าความถูกต้องตามกฎหมายจะเป็นอย่างไร แต่การปราบปรามนักเทรดวงในได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว การจับกุม แวน ไดค์ ถูกมองว่าเป็นความสำเร็จของโพลีมาร์เก็ต และพวกเขาก็ประกาศก่อนหน้านี้แล้วว่าจะส่งข้อมูลที่น่าสงสัยให้กับตำรวจอย่างเป็นทางการเพิ่มอีก และในเดือน ก.พ. ทีมงานตัดต่อของยูทิวเบอร์ที่ชื่อ มิสเตอร์บีสต์ (MrBeast) พร้อมด้วยผู้สมัครผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย คือสองคนแรกที่เผชิญการลงโทษทางวินัยสำหรับการวางเดิมพันโดยใช้ข้อมูลวงในผ่านคาลชิ ในขณะเดียวกัน พรรคเดโมแครตของสหรัฐฯ ได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อจัดการกับทั้งสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นการเทรดโดยใช้ข้อมูลวงใน และเป็นตลาดที่โหดร้ายบนเว็บไซต์เหล่านี้

ที่มาของภาพ : EPA/Shutterstock
นอกจากนี้ คาลชิได้ถอดถอนการวางเดิมพันในเรื่องที่ถูกวิพากวิจารณ์ พวกเขาบอกกับบีบีซีว่า พวกเขาไม่เปิดให้ทำการเดิมพันเกี่ยวกับสงคราม, การก่อการร้าย หรือการลอบสังหาร
ด้านโพลีมาร์เก็ตบอกกับบีบีซีว่า พวกเขาไม่ได้ดำเนินการกับผู้ใช้แพลตฟอร์มที่วางเดิมพันกับเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ และบอกว่าการถอดถอนการวางเดิมพันเกี่ยวกับประเด็นเหล่านั้น “ไม่ได้ช่วยยุติความขัดแย้ง แต่กลับทำให้การเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำที่สุดยากขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการมันมากที่สุด”
ทั้งคาลชิและโพลีมาร์เก็ตบอกกับบีบีซีว่า พวกเขาได้วางมาตรการอย่างจริงจังเพื่อจัดการกับการเทรดโดยใช้ข้อมูลวงในแล้ว
ด้านโฆษกทำเนียบขาวบอกกับบีบีซีว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงออกอย่างชัดเจนมาก ว่าในขณะที่เขาพยายามทำให้ตลาดหุ้นแข็งแกร่งและสร้างกำไรให้กับทุกคน แต่สมาชิกสภาคองเกรสและเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่น ๆ ควรถูกห้ามไม่ให้ใช้ข้อมูลที่ไม่เป็นสาธารณะในการหาประโยชน์ทางการเงิน”
ความตื่นตระหนกทางศีลธรรม ?
กระแสความกังวลเกี่ยวกับตลาดการทำนายผลแพร่กระจายไปไกลกว่าแค่ในสหรัฐฯ โบลัตกล่าวว่า มีหลายแหล่งทางออนไลน์ที่อธิบายวิธีการเข้าถึงตลาดเหล่านี้ แม้แต่ในดินแดนที่เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องต้องห้าม เธอเสริมว่าสิ่งที่จะหยุดผู้คนไม่ให้ใช้เทคโนโลยีในการหลบเลี่ยงการปิดกั้นเหลืออยู่ “น้อยมาก ๆ” ขณะที่การจัดการส่วนใหญ่มาจากความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มนั้น ๆ เองมากกว่าที่จะมาจากหน่วยงานกำกับดูแล
ในสหราชอาณาจักร มีตลาดทำนายผลชื่อว่า สมาร์เก็ตส์ (Smarkets) ซึ่งบริหารภายใต้ใบอนุญาตการพนันมาตั้งแต่ปี 2008 โดย เจสัน ทรอสต์ ผู้ก่อตั้ง เชื่อว่าผู้วิจารณ์หลายรายกำลังลืมมองในภาพกว้าง และบอกว่าตลาดการทำนายผลมี “อารมณ์และมีการแสดงออกทางศีลธรรม” อยู่มาก
“จะบอกว่านี่คือการพนันหรือเป็นการลงทุน สำหรับผมคำตอบคือ ‘ใช่' ทั้งหมด เพราะมันเป็นทั้งสองอย่าง” เขากล่าว
เขาเชื่อว่าตลาดการทำนายผลที่ถูกกำกับดูแล ถึงที่สุดแล้วเป็นสิ่งดี เพราะมันให้ราคาที่ดีกว่าเจ้ามือพนันแบบเดิม ๆ พร้อมกับโต้แย้งว่าสิ่งที่สร้างหลาย ๆ ปัญหาให้กับการพนัน คือการกำหนดราคาอย่างไม่เป็นธรรมมากกว่า โดยเขาบอกว่าคณะกรรมการการพนัน (Playing Commission) มี “กรอบการทำงานสำหรับการจัดการ” ปัญหาต่าง ๆ อาทิ ความเสี่ยง และการเสพติด
โพลีมาร์เก็ตและคาลชิ ไม่ได้เปิดการซื้อขายในสหราชอาณาจักร โดยหากจะทำเช่นนั้น พวกเขาจะต้องยอมรับการถูกจัดประเภทให้เป็นการพนัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคนในสหราชอาณาจักรเข้าใช้แพลตฟอร์มผ่านวีพีเอ็น (VPNs)

ที่มาของภาพ : The Washington Put up by technique of Getty Photos
คณะกรรมการการพนัน บอกกับบีบีซีว่า พวกเขาตระหนักว่าเทคโนโลยีที่ใช้ปิดกั้นไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงตลาดการทำนายผลต่าง ๆ “อาจถูกหลบเลี่ยงได้”
คาลชิบอกกับบีบีซีว่าพวกเขาติดตามผู้ใช้ที่พยายามจะเข้าถึงแพลตฟอร์มจากประเทศที่ไม่ได้เปิดให้ซื้อขาย และเตะคนเหล่านั้นออกจากระบบ
โฆษกสภาการพนันและการเล่นเกม (Making a wager and Gaming Council) ซึ่งเป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมนี้ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า “ข้อเสนอแนะที่บอกว่าตลาดการทำนายผลจะเป็นธรรมกว่าเจ้ามือพนันแบบเดิม ๆ โดยอัตโนมัตินั้น เป็นคำกล่าวที่ผิดประเด็น สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องการกำหนดราคาการซื้อขาย แต่คือเรื่องว่ามีการดำเนินการในตลาดที่มีการกำกับดูแล และมีการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแข็งขันหรือเปล่า รวมถึงมีการคุ้มครองให้พนันอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบหรือไม่”
กลับไปที่รัฐยูทาห์ คาเมรอนกล่าวว่าเขากำลังวางแผนจะลงเงินในตลาดการทำนายผลต่อไป แม้จะขาดทุนก็ตาม
“แนวคิดนี้มันโดนใจผม” เขากล่าว แม้จะรับรู้ถึงข้อวิจารณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับตลาดการทำนายผลนี้
“ถ้าผมต้องแสดงจุดยืนในเรื่องนี้ ผมก็คงบอกว่า… มันก็ค่อนข้างจะผิดแหละ” เขากล่าว “ผมรู้สึกว่าคนเหล่านี้บางคน ที่กำลังวางเดิมพัน ในตอนนี้ไม่ได้มีธุรกิจใด ๆ แน่ ๆ แล้วก็โยนเงินกองใหญ่เข้าไปในเดิมพันโง่ ๆ แบบนี้ มันไปไกลเกินกว่าจะหยุดได้แล้ว ผมคิดว่าผมค่อนข้างด้านชากับมัน”
รายงานเพิ่มเติมโดย เฮเลน นีอาเนียส
เครดิตภาพปก: Getty Photos
Safe in contactAre you for my fraction affected by the points raised in this tale?
Contact assemble




































