สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านหลังเกิดการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ

ที่มาของภาพ : Reuters

เรือบรรทุกสินค้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ (แฟ้มภาพ)
Article Facts
    • Creator, เบิร์นด์ เดอบุสมันน์ จูเนียร์
    • Feature, ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว
  • Published
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

กองทัพของสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาอิหร่านว่าละเมิดต่อข้อตกลงหยุดยิvของตน “อย่างโง่เขลา” หลังเกิดการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซขึ้น

ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (25 มิ.ย.) เกิดเหตุเรือถูกโจมตีด้วยโดรนโจมตีแบบทางเดียวแต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทว่าก็ส่งผลให้ต้องมีการวางแผนอพยพลูกเรือหลายพันคนที่ติดอยู่ในภูมิภาคนี้

เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือครั้งนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (Centcom) ระบุเมื่อวันศุกร์ (26 มิ.ย.) ว่าได้โจมตีคลังเก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงตำแหน่งเรดาร์ตามชายฝั่ง ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านกล่าวโทษว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีเรือ

เพียงไม่กี่นาทีก่อนมีการประกาศการโจมตี ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้ต่ออิหร่านหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “เดี๋ยวคุณจะได้เห็น”

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ อธิบายการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการตอบโต้การโจมตีของโดรน “อย่างทรงพลัง”

“การที่กองกำลังอิหร่านรุกรานการขนส่งเชิงพาณิชย์อย่างไร้เหตุผลถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิvอย่างชัดเจน” แถลงการณ์ระบุ

“ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมที่เป็นอันตรายของอิหร่านยังบ่อนทำลายเสรีภาพในการเดินเรือ ขณะที่การค้าขายไหลผ่านเส้นทางการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญนี้มากขึ้น”

เซนต์คอมระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ จะ “ยังคงให้การประสานงานเรือพาณิชย์เพื่อให้ผ่านทางได้อย่างปลอดภัยและให้การสนับสนุนเรือพาณิชย์ที่เดินทางผ่านช่องแคบ”

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and proceed studyingได้รับความนิยมสูงสุด

End of ได้รับความนิยมสูงสุด

ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการโจมตีของสหรัฐฯ เป็นการปฏิบัติการเฉพาะจุด หรือเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ที่ใหญ่กว่านั้นและมีการดำเนินการต่อเนื่อง

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามออกแถลงการณ์เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า “ระบอบสหรัฐฯ ผู้ฝ่าฝืนสนธิสัญญาได้ละเมิดพันธกรณีของตนอีกครั้งตามวิสัยปกติ และเปิดการโจมตีทางอากาศต่อชายฝั่งของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยใช้เรื่องเรือที่ฝ่าฝืนเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาตในช่องแคบฮอร์มุซเป็นข้ออ้างไปต่างต่างนานา”

แถลงดังกล่าวระบุด้วยว่า “หากการรุกรานเกิดขึ้นซ้ำ การตอบโต้ของเราจะกว้างขวางกว่านี้”

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามยังกล่าวหา “ระบอบไซออนิสต์” ซึ่งสื่อถึงอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิvในเลบานอน

เรื่องนี้เกิดขึ้นขณะที่อิสราเอลและเลบานอนได้ลงนามในกรอบความตกลงแผนสันติภาพในกรุงวอชิงตันเมื่อวันศุกร์ที่ โดยยังคงมีการสู้รบระหว่างกองกำลังอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในวงจำกัดในภาคใต้ของเลบานอน แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิvอยู่ก่อนแล้ว

รัฐบาลอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัยหลังสหรัฐฯ กับอิสราเอลร่วมกันเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา การปิดเส้นทางน้ำที่สำคัญต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซแห่งนี้ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น และขัดขวางการขนส่งสินค้าสำคัญอื่นๆ เช่น ปุ๋ย

สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงกันได้เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. เพื่อยุติความเป็นปรปักษ์ต่อกันภายใต้บันทึกความเข้าใจ 14 ข้อ ซึ่งเรียกร้องให้อิหร่านใช้ “ความพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้การผ่านทางของเรือพาณิชย์เป็นไปอย่างปลอดภัยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 60 วัน”

หลังการโจมตีตอบโต้ของสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีของสหรัฐฯ โพสต์บนเอ็กซ์ (X) ว่าหากอิหร่าน “มีความเห็นต่างเกี่ยวกับการบังคับใช้บันทึกความเข้าใจ ก็สามารถยกหูโทรศัพท์ได้”

“แต่ความรุนแรงจะถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรง” เขากล่าวเสริม

ขณะเดียวกัน เอบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน ระบุบนสื่อสังคมออนไลน์ว่าสหรัฐฯ “โจมตีอิหร่านระหว่างการเจรจาอีกครั้ง”

เขายังระบุในโพสต์ว่า “การละเมิดข้อตกลงหยุดยิvอย่างหุนหันพลันแล่นนี้จะนำไปสู่การล่าถอยและทำให้พวกเขาเสียใจเหมือนกับทุกครั้ง การโยนความผิดไม่สามารถใช้ได้ผลอีกต่อไป”

ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้การโจมตีของโดรนอย่างไร หรือเขายังมองว่าข้อตกลงหยุดยิvยังคงอยู่หรือไม่

“เดี๋ยวคุณจะได้รู้” เขากล่าว “ผมไม่ชอบที่พวกเขายิvเมื่อวานนี้ พวกเขาไม่ควรทำแบบนั้น”

เมื่อถูกถามว่าทำไมอิหร่านจึงปฏิบัติการเช่นนี้ ทรัมป์ตอบเพียงว่า “พวกเขาค่อนข้างแตกต่างออกไป”

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนอื่น ๆ ยืนยันว่าการเจรจากับอิหร่านกำลังคืบหน้าไปด้วยดี โดยระบุว่าอิหร่านได้ยกเลิกข้อเสนอใด ๆ เกี่ยวกับการเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันพุธที่ 24 มิ.ย. ทรัมป์กล่าวผ่านโพสต์บนทรูธ โซเชียล (Reality Social) ว่าอิหร่านได้แจ้งต่อสหรัฐฯ ว่าจะ “ไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง ไม่มีค่าประกัน และไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งสิ้นที่ถูกเรียกเก็บหรือได้รับ”

“หากข้อมูลนี้เป็นเท็จ การเจรจาจะยุติลงทันที” เขากล่าวเสริม

สหรัฐฯ ได้ประณามรายงานที่ระบุว่าอิหร่านกำลังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบ และหลายฝ่ายมองว่าระบบการเก็บค่าผ่านทางใด ๆ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ

เมื่อวันอังคารที่ 23 มิ.ย. เจ้าหน้าที่อิหร่านและโอมานได้หารือกันที่กรุงมัสกัต เมืองหลวงของโอมาน เพื่อหารือเกี่ยวกับ “การบริหารจัดการการเดินเรือในอนาคต” โดยทางบัดร์ อัล-บูไซดี รมว.ต่างประเทศโอมานกล่าวว่าทั้งสองประเทศมุ่งมั่นต่อ “การผ่านทางอย่างปลอดภัยโดยไม่เรียกเก็บค่าผ่านทาง”

อย่างไรก็ตาม โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน กล่าวกับสื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐอิหร่านว่า “ทุกคนควรรู้ว่าการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซจะไม่มีวันกลับไปเหมือนช่วงก่อนสงคราม”

เรือบรรทุกสินค้าที่ถูกวัตถุพุ่งชนเมื่อวันพฤหัสบดีคือเรือที่มีชื่อว่า “เอเวอร์ เลิฟลี” (Ever Pleasing) ซึ่งเป็นเรือที่จดทะเบียนในสิงคโปร์

จากข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร หรือยูเคเอ็มทีโอ (UKMTO) ระบุว่าเรือถูกโจมตีห่างจากท่าเรือดาฮิตของโอมานไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 7.5 ไมล์ทะเล

บริษัทเอเวอร์กรีนผู้เป็นเจ้าของเรือระบุว่าเรือเอเวอร์ เลิฟลี กำลังแล่นตามเส้นทางที่ UKMTO แนะนำผ่านช่องแคบฮอร์มุซในขณะที่ถูกโจมตี

“ลูกเรือทุกคนยังคงปลอดภัย เช่นเดียวกับตัวเรือและสินค้าทั้งหมด” บริษัทระบุเพิ่มเติม

เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว องค์การทางทะเลระหว่างประเทศของสหประชาชาติ ได้ระงับแผนอพยพลูกเรือมากกว่า 11,000 ราย ที่ติดค้างอยู่ในเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้นับตั้งแต่เกิดสงครามขึ้น