
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 3 พิพากษาจำคุก ‘จำเลย’ 1 ปี 8 เดือน ฐานเป็นผู้สนับสนุน ‘นายก อบต.กุดลาด’ อนุมัติจ่ายเงิน ‘โครงการวางท่อระบายน้ำฯ’ มิชอบ ให้การรับสารภาพ-ไม่ปรากฏเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน รอลงอาญา 2 ปี
………………………………….
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน พ.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 224/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 2/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด (โจทก์) ฟ้อง นางกชกรหรือนวลจันทร์ ภูมิลักษณ์ หรือนางสาวกชกร ทองเรือง ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตฯ กรณีนายมนทร์ หรือลาชัย หรือกฤตรัตนชัย หรือมีชัย ทองเรือง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียและอนุมัติให้จ่ายเงินโครงการวางท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กสายศาลากลางบ้าน หมู่ที่ 12 พ.ศ.2558 โดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลย (นางกชกรหรือนวลจันทร์ ภูมิลักษณ์ หรือนางสาวกชกร ทองเรือง) มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 151 (เดิม) พ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 3 ปี 4 เดือน และปรับ 30,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 8 เดือน และปรับ 15,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับจำเลยได้ชดใช้ความเสียหายให้แก่ อบต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี เป็นเงิน 246,097.56 บาท กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยไว้ 1 ปี
โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง ภายใน 1 ปี และทำงานบริการสังคม 12 ชั่วโมง ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30
ทั้งนี้ คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติครั้งที่ 041/2569 เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีอาญาในคดีนี้
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มติครั้งที่ 132/2567 วันที่ 25 ธ.ค.2567 ชี้มูลความผิดทางอาญา นายมนทร์ หรือลาชัย หรือกฤตรัตนชัย หรือมีชัย ทองเรือง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียและอนุมัติให้จ่ายเงินโครงการวางท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กสายศาลากลางบ้าน หมู่ที่ 12 พ.ศ.2558 โดยมิชอบ
มีมูลความผิดทางอาญา ป.อ.มาตรา 151, 157 ประกอบมาตรา 86 , พ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบ ป.อ. มาตรา 86
นอกจากนี้ สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยังเผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติชี้มูลความผิดฯ โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 8/2569 คดีหมายเลขแดงที่ อท 36/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด (โจทก์) ฟ้องบริษัท มีชัย เจริญทรัพย์ จำกัด (จำเลย) ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตฯ กรณีนายกฤตรัตนชัย หรือนายมนทร์ ทองเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี กับพวก ปรับลดขนาดแบบแปลนโครงการก่อสร้างวางท่อระบายน้า หมู่ที่ 5 หมู่ที่ 8 และหมู่ที่ 11 โดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯ พิพากษาว่า จำเลย (บริษัท มีชัย เจริญทรัพย์ จำกัด) มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 (เดิม) พ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 ม.123/1 ประกอบ ป.อ. ม.86 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดแต่เพียงบทเดียว ตาม ป.อ. ม.90 ปรับกระทงละ 26,000 บาท รวม 5 กระทง ปรับ 130,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม.78 คงปรับ 65,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ป.อ. ม.29
สำหรับคดีนี้ คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มติครั้งที่ 043/2569 เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คาพิพากษาคดีอาญา
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มติครั้งที่ 182/2564 เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2564 ชี้มูลความผิดทางอาญา นายกฤตรัตนชัย หรือนายมนทร์ ทองเรือง นายก อบต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี กับพวก เข้าไปมีส่วนได้เสียกับบริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญาจ้างกับ อบต.กุดลาด โดยการสั่งการอนุมัติปรับลดขนาดแบบแปลนโครงการก่อสร้างวางท่อระบายน้า หมู่ที่ 5 หมู่ที่ 8 และหมู่ที่ 11 โดยมิชอบ มีมูลความผิดทางอาญา ป.อ. ม.86 ม.151 ม.152 มาตรา 157 ,พ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม.100 (1) ม.122 ม.123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 ม.126(1) ม.168 ม.172)
อนึ่ง เนื่องจากคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาทั้ง 2 คดีดังกล่าว คดียังไม่ถึงที่สุด จำเลยทั้ง 2 คดียังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนางกชกรหรือนวลจันทร์ ภูมิลักษณ์ หรือนางสาวกชกร ทองเรือง เป็นน้องสาวของ นายมนทร์ หรือลาชัย หรือกฤตรัตนชัย หรือมีชัย ทองเรือง
ส่วน บริษัท มีชัย เจริญทรัพย์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 มี นายมนทร์ หรือลาชัย หรือกฤตรัตนชัย หรือมีชัย ทองเรือง ขณะใช้ชื่อว่า นายลาชัย ทองเรือง เป็นผู้ก่อการจัดตั้งบริษัท และเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ต่อมาปี 2553 มีการจดทะเบียนให้นายกฤตรัตนชัย หรือนายมนทร์ ทองเรือง พ้นจากการเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท และจดทะเบียนให้นางกชกร หรือ นางนวลจันทร์ ภูมิลักษณ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทแทน (อ่านประกอบ : 56 สัญญา 29.15 ล.! บ.เก่าอดีตนายกฯ คว้างาน อบต.กุดลาด ก่อนโดนคดีรอลงอาญา คุก 5 ปี 3 ด.)
ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 29 มิ.ย.2569 อ้างอิงจากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ปรากฏว่า ปัจจุบัน นางกชกรหรือนวลจันทร์ ภูมิลักษณ์ หรือนางสาวกชกร ทองเรือง ไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท มีชัย เจริญทรัพย์ จำกัด แล้ว โดยปรากฏชื่อ นางสาวนันทพัทธ์ นิติวัฒนะหิรัญ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท มีชัย เจริญทรัพย์ จำกัด ขณะที่ข้อมูลจาก Creden Recordsdata ผู้ให้บริการข้อมูลด้านนิติบุคคล ระบุว่า นางสาวนันทพัทธ์ นิติวัฒนะหิรัญ ถือหุ้นในบริษัท มีชัย เจริญทรัพย์ จำกัด 29,999,998 หุ้น หรือเกือบ 100% ส่วนผู้ถือหุ้นอีก 2 ราย ถือหุ้นคนละ 1 หุ้น
นอกจากนี้ ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุด้วยว่า บริษัท มีชัย เจริญทรัพย์ จำกัด มีที่ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 306 หมู่ที่ 9 ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี และส่งงบการเงินครั้งล่าสุดเมื่อปี 2555 หลังจากนั้น ก็ไม่มีปรากฏข้อมูลการนำส่งงบการเงินฯของบริษัท มีชัย เจริญทรัพย์ จำกัด อีก













