
ผู้อำนวยการสำนักงบฯ แจงหั่นงบจังหวัด 2 หมื่นล้าน ปี 70 ลดความซ้ำซ้อน แต่ยังเน้นส่งเสริมอาชีพ ตั้งงบเพิ่มเงินเดือนข้าราชการเท่าเดิม พร้อมเพิ่มรายการใหม่ 1.2 หมื่นล้านรับมือวิกฤตพลังงาน
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่ปรับลดลง จาก 26,330 ล้านบาทในปี 2569 เหลือ 4,284 ล้านบาทในปี 2570 เหตุผลที่ปรับลดลง เพราะมีความซ้ำซ้อนกับงบฟังก์ชั่นของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น เรื่องการบริหารจัดการน้ำ จึงต้องปรับงบประมาณลงเพื่อนำไปใช้ในโครงการที่จำเป็นแทน ส่วนที่เหลือจะเน้นการส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีความหลากหลาย เพื่อให้ประชาชนจะไม่เสียโอกาส
“การปรับลดงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ทำเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้งบประมาณที่ตรงเป้าตามนโยบายรัฐบาล โดยลดงบประมาณที่ซ้ำซ้อนของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำอยู่แล้ว มาเน้นการทำในเชิงพื้นที่จริง ๆ ทั้งการส่งเสริมอาชีพ ท่องเที่ยว และการบริการประชาชน โดยเงินส่วนนี้บางส่วนก็ลงไปถึงมือชาวบ้านได้ตรงจุด และไม่เกิดความซ้ำซ้อน” นายอนันต์ กล่าว
ขณะที่การปรับเพิ่มเงินเดือนราชการนั้น ในปี 2570 ส่วนหนึ่งก็มีการตั้งเอาไว้ในงบกลางรายการเงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ เท่าปีก่อน จำนวน 13,000 ล้านบาท แต่จะคงเอาไว้ไม่มีปรับเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันงบประมาณที่เกี่ยวกับงบประจำมีสัดส่วนที่สูงอยู่
ส่วนรายการที่ตั้งขึ้นใหม่ในงบกลางปี 2570 คือค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน จำนวน 12,000 ล้านบาท โดยมีเหตุผลว่า เป็นเงินที่ตั้งไว้รองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น เพราะปัจจุบันผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจไม่หยุดได้โดยเร็ว แต่มีแนวโน้มทำให้เศรษฐกิจซึมลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการเตรียมพร้อมงบประมาณส่วนนี้ก็มีความจำเป็นต้องสำรองเอาไว้ ซึ่งการใช้จ่ายก็คงต้องมีการออกระเบียบบริหาร คล้ายกับการใช้เงินในรายการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ในส่วนของงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ซึ่งปี 2570 มีการตั้งไว้สูงถึง 100,000 ล้านบาท มองว่า คงไม่ได้เพิ่มเกินความจำเป็น เพราะปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทั้งเรื่องฝนแล้ง ภัยพิบัติ และราคาน้ำมัน ดังนั้นการจัดเตรียมงบกลางรายการนี้ไว้ส่วนหนึ่งก็ต้องเตรียมไว้ดูแลประชาชน
ขณะที่งบกลางปีงบประมาณ 2569 รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ล่าสุดมีการใช้ในเรื่องจำเป็นเร่งด่วนต่อเนื่อง และตอนนี้ยังรอกระบวนการโอนงบประมาณ วงเงิน 10,300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาตามกำหนด และเมื่อมีเงินเข้ามาแล้วการใช้จ่ายก็ยังใช้เป้นไปตามระเบียบเดิม และถ้ามีเงินเหลือส่วนหนึ่งก็อาจพิจารณาจ่ายคืนหนี้ด้วย
“ปีงบประมาณ 69 ในช่วงที่เหลือ คงไม่ต้องมีมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณออกมาเพิ่มเติม เพราะตอนนี้ได้รายงานต่อรัฐบาลแล้วว่า ปีงบประมาณนี้ มีผลใช้จ่ายดีที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยเฉพาะในเดือนสุดท้ายของไตรมาสที่ 3 ผลการใช้จ่ายงบประมาณอยู่ที่ 82% สูงกว่าแผนการใช้จ่ายค่อนข้างสูง เป็นผลมจากรัฐบาลเร่งรัดงบลงทุนออกมามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่การใช้จ่ายจะไปถึงเป้าหมาย 100% หรือไม่ก็คงต้องรอดูอีกครั้ง โดยเรื่องที่อยากให้ทำควบคู่กันคืออยากให้เน้นในเรื่องประสิทธิภาพการใช้จ่ายด้วย” นายอนันต์ กล่าว












