
9 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพเรือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGCN) แถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ กำลังขัดขวางการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเตือนว่าการแทรกแซงใดๆ ของสหรัฐฯ เพิ่มเติมจะนำมาซึ่ง “การตอบโต้ที่รุนแรง”
โดยทางกองทัพสหรัฐฯ กล่าวว่า การโจมตีอิหร่านครั้งล่าสุดนี้เป็นการตอบโต้การโจมตีเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น)
กองทัพเรือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ระบุอีกว่า ความสามารถในการขนส่งผ่านแดนภายใต้การกำกับดูแลของอิหร่านได้ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 50% ของระดับก่อนสงครามในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา การขยายขีดความสามารถในการขนส่งสินค้ามีเฉพาะสำหรับเรือที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนดเท่านั้น
จากการประเมินของนักวิเคราะห์พบว่า ปริมาณการจราจรทางน้ำในสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นถึงระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงคราม โดยเฉลี่ยมีเรือแล่นผ่านช่องแคบประมาณ 40 ลำ ซึ่งยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดสงครามที่ 125 – 140 ลำต่อวัน
ซึ่งล่าสุดพบว่า การจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันหยุดชะงักเกือบทั้งหมดในวันพฤหัสบดี (ตามเวลาท้องถิ่น) เนื่องจากข้อมูลและแหล่งข่าวระบุว่า การโจมตีครั้งล่าสุดทำให้ความเสี่ยงด้านการขนส่งทางเรือเพิ่มสูงขึ้น
จากการวิเคราะห์ของเคปเลอร์ (Kpler) มีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำแล่นผ่านช่องแคบในช่วงเช้ามืดของวันนี้ พบว่าคือ เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ BERG 1 ซึ่งบรรทุกน้ำมันมาจากเกาะคาร์ก ของอิหร่าน และอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ รวมถึงเรือบรรทุกสารเคมี Smartly Fly ติดธงสัญชาติหมู่เกาะมาร์แชลล์












