
‘บอร์ด กสทช.’ อนุมัติจัดสรร 3 แสนเลขหมาย ให้ ‘ทรู’ ให้บริการระบบ ‘IoT’ สำหรับบริการ Public Network พร้อมเห็นชอบ ‘กองทัพบก’ คืนคลื่นความถี่วิทยุ 29 คลื่นฯ
…………………………………..
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. น.ส.อรดา เทพยายน รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งที่ 21/2569 ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องระหว่างวันที่ 15-16 มิ.ย.2569 ว่า ที่ประชุม กสทช. อนุมัติจัดสรรเลขหมายโทรคมนาคม สำหรับการให้บริการระบบ Web of Things (IoT) เพื่อใช้สำหรับบริการภายในโครงข่ายของตนเอง (Non-public Network) จำนวน 10,000 เลขหมาย ในกลุ่มเลขหมาย 067 001 0000-067 001 9999 ให้แก่บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)
พร้อมทั้งอนุมัติจัดสรรเลขหมายเพิ่มเติม จำนวน 300,000 เลขหมาย ในกลุ่มเลขหมาย 067 457 0000-067 486 9999 ให้แก่บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด สำหรับการให้บริการระบบ IoT เพื่อใช้สำหรับบริการที่มีการเชื่อมต่อโครงข่ายกับผู้ให้บริการรายอื่น (Public Network)
ขณะเดียวกัน ที่ประชุม กสทช. ได้อนุมัติจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น 4 หลัก หมายเลข 1541 ให้แก่ บริษัท อีแฟร์ เทคโนโลยี จำกัด เพื่อให้งานตามวัตถุประสงค์ และอนุมัติการขอเพิ่มวัตถุประสงค์ในการใช้เลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น 4 หลัก เลขหมาย 1773 ของบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (บริษัท โออิชิ กรุ๊ปฯ) และอนุญาตให้บริษัท โออิชิ ราเมน จำกัด (บริษัท โออิชิ ราเมนฯ) ใช้หมายเลข 1773 ร่วมกับบริษัท โออิชิ กรุ๊ปฯ มีเงื่อนไขว่า การใช้งานเลขหมาย 1773 ร่วมกันได้นั้น จะต้องเป็นนิติบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกัน
น.ส.อรดา กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. ยังมีมติเห็นชอบให้กองทัพบก ยกเลิกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการบริการสาธารณะ และยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง ประเภทกิจการบริการสาธารณะ ประเภทที่สอง ของกองทัพบก ระบบเอฟเอ็ม จำนวน 1 คลื่นความถี่ และระบบเอเอ็ม จำนวน 28 คลื่นความถี่ รวม 29 คลื่นความถี่ ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ (3 เม.ย.2570) ตามคำขอยกเลิกการใช้งานคลื่นความถี่และประกอบกิจการด้วยตนเอง นับแต่วันที่ กสทช. มีมติ
อย่างไรก็ดี เนื่องจากกองทัพบก เป็นส่วนราชการตามมาตรา 5 (1) แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงได้รับการยกเว้นใบอนุญาต ให้ทำใบอนุญาตให้มี และใบอนุญาตให้ใช้ ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม ประกอบกฎกระทรวงฉบับที่ 21 (2535) ออกตามความใน พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 11 วรรคสี่ ได้รับการยกเว้นใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม จึงเห็นควรยกเลิกการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และการอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบกดังกล่าว
ทั้งนี้ ที่ประชุม กสทช. เห็นควรให้กองทัพบก รื้อถอนสายอากาศและอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกอากาศ และในส่วนเครื่องวิทยุคมนาคมและสายอากาศ คลื่นความถี่ตามข้างต้น ถือเป็นครุภัณฑ์หรือทรัพย์สินของกองทัพบก ตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่เกี่ยวข้องของส่วนราชการ การมีไว้ครอบครอง การทำลาย หรือจำหน่าย จ่าย โอน ให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีสิทธิในการใช้เครื่องวิทยุคมนาคม ให้เป็นไปตามกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ให้แจ้งสำนักงาน กสทช. เพื่อทราบต่อไป
น.ส.อรดา กล่าวต่อว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบในหลักการแนวทางการพิจารณาอนุญาตจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับใช้ระบบเฝ้าระวังและป้องกันอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Anti-Drone) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอนุมัติการจัดสรรคลื่นความถี่ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยใช้คลื่นความถี่ 433.05-434.seventy 9, 2400-2500 และ 5725-5850 MHz ในกิจการเคลื่อนที่ (Mobile Carrier) เพื่อใช้ในระบบตรวจสอบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone Detector) และรักษาความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่โรงไฟฟ้าบางปะกง โดยมีเงื่อนไขตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ
พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการพิจารณาอนุญาตทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก ค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคมแล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องตามการอนุญาตให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยใช้คลื่นความถี่
ขณะเดียวกัน ที่ประชุม กสทช. มีมติอนุญาตให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ใช้คลื่นความถี่ย่าน 450 MHz (ช่วงความถี่ 455.4250 – 456.8250 MHz คู่กับ 465.4250-466.8250 MHz) ความกว้างแถบบคลื่นความถี่ (Bandwidth) 2 x 1.4 MHz โดยใช้เทคโนโลยี NB-IoT (FDD) เพื่อใช้ในโครงการทดลองติดตั้งใช้งานอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายความเร็วสูง LTE บนคลื่นความถี่ย่าน 450 MHz เพื่อการทดลองหรือการทดสอบเป็นการชั่วคราว สำหรับระบบสื่อสารโครงข่ายสำหรับการควบคุมระบบไฟฟ้า
และรองรับงานระบบไฟฟ้าอัจฉริยะของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ภายในพื้นที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จำนวน 2 จุด ระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ กสทช. มีมติ โดยมีเงื่อนไขการอนุญาตตามที่สำนักงานเสนอ และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการพิจารณาอนุญาตทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก ค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคม แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องตามการอนุญาตให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคใช้คลื่นความถี่
น.ส.อรดา กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. เห็นชอบการวิเคราะห์ความเหมาะสมของการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการทางธุรกิจ ระดับท้องถิ่น ตามข้อ 31–35 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง (ประกาศหลักเกณฑ์ใช้คลื่นฯ) ของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง ประเภทธุรกิจ ระดับท้องถิ่น (ใบอนุญาตประกอบกิจการฯ) จำนวน 1,489 คลื่นความถี่/นิติบุคคล
และเห็นชอบให้ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการฯ ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการฯ โดยให้มีอายุใบอนุญาต ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569-31 ธ.ค.2573 หรือตามระยะเวลาที่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการฯ ที่ดำเนินการตามข้อ 31–33 ของประกาศหลักเกณฑ์ใช้คลื่นฯ ยังไม่ครบถ้วน จำนวน 368 คลื่นความถี่/นิติบุคคล รวมทั้งเห็นควรขยายระยะเวลาการเสนอข้อวิเคราะห์ความเหมาะสมของการให้บริการกระจายเสียงของพนักงานเจ้าหน้าที่ออกไปอีก 60 วันทำการ ตามประกาศหลักเกณฑ์ใช้คลื่นฯ ข้อ 34 โดยเริ่มนับวันทำการแรกถัดจากวันที่ 1 พ.ค. 2569 พร้อมทั้งเห็นชอบเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการฯ
พร้อมกันนั้น ที่ประชุม กสทช. เห็นชอบรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมการขอเพิ่มเติมการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ และอนุญาตให้กรมประชาสัมพันธ์ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพิ่มเติม จำนวน 1 สถานี คือ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.จันทบุรี ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ สำหรับให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์
นอกจากนี้ ที่ประชุม กสทช. ยังเห็นควรอนุญาตให้บริษัท บี.พี.ที.วี. โทรทัศน์ทางสาย บางพระ จำกัด ยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ระดับท้องถิ่น นับแต่วันที่ กสทช. มีมติ และให้บริษัท บี.พี.ที.วี.ฯ ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี และนำเงินส่งเข้า กทปส. จนถึงวันที่ยกเลิกการประกอบกิจการ ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับทราบคำสั่ง พร้อมบันทึกการกระทำความผิดของบริษัท บี.พี.ที.วี.ฯ เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต เพื่อประกอบการพิจารณาการขอรับใบอนุญาตภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. ในอนาคตต่อไป













