
‘ครม.’ มีมติมอบหมาย สำนักงาน ป.ป.ท.’ ร่วมกับ ‘สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง’ ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันทุจริต ‘รับ-ให้สินบน’ 8 ประเด็น ชงใช้ระบบเทคโนโลยีลดการใช้ ‘ดุลพินิจ’ของเจ้าหน้าที่ ยกเลิก-ทบทวนกฎหมายที่เป็นอุปสรรค หากพบกระทำความผิด ต้องบังคับใช้ ‘มาตรการทางวินัย’ จริงจัง
…………………………………………..
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม.มีมติรับทราบสรุปผลการพิจารณา ผลการดำเนินการ และความเห็นในภาพรวมต่อมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) เสนอ และแจ้งให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบต่อไป
พร้อมกันนั้น ครม.ยังมอบหมายให้ สำนักงาน ป.ป.ท. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว (อ่านประกอบ : เปิดรายงาน‘สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ’ถอดบทเรียน‘สิงคโปร์-ฮ่องกง-เกาหลีใต้-จีน’ ต้านทุจริต‘ให้-เรียกรับสินบน’)
สำหรับสรุปผลการพิจารณา ผลการดำเนินการ และความเห็นในภาพรวมต่อมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน ของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่ง สำนักงาน ป.ป.ท.ได้รวบรวมความเห็น/ข้อเสนอแนะต่างๆ กับหน่วยงานต่างๆรวมทั้งสิ้นจำนวน 17 หน่วยงาน ก่อนนำเสนอ ครม. ดังกล่าว สรุปได้ 8 ประเด็น มีสาระสำคัญ ดังนี้
ประเด็นที่ 1 มีข้อเสนอแนะจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสมาคมธนาคารไทย โดยเห็นว่า การจะบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้ ควรมีการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน กำหนดตัวชี้วัดที่วัดผลได้ และมีกลไกกำกับติดตามอย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นที่ 2 มีข้อเสนอแนะจาก 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สมาคมธนาคารไทย สำนักงาน ป.ป.ท.และ สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเห็นสอดคล้องกันว่าการเชื่อมโยง และบูรณาการข้อมูลภาครัฐจะเป็นประโยชน์ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลนำสู่การเฝ้าระวังและยับยั้งการทุจริต เชิงรุก รวมถึงช่วยสนับสนุนและพัฒนางานด้านการตรวจสอบและการดำเนินคดี
ประเด็นที่ 3 มีข้อเสนอแนะจาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สมาคมธนาคารไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) โดยมีความเห็นในทิศทางเดียวกัน และเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม ควรส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มกลางของภาครัฐที่มีอยู่ ยกระดับข้อมูลเพื่อต่อยอดนำไปวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ควรเสริมสร้างความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส และมีมาตรการคุ้มครองอย่างชัดเจน
ประเด็นที่ 4 มีข้อเสนอแนะจาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สมาคมธนาคารไทย สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมีความเห็นสอดคล้องกันว่าควรทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายที่ไม่จำเป็น หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐด้วยการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้
ประเด็นที่ 5 มีข้อเสนอแนะจาก 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรี สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) โดยเห็นว่า ควรกำหนดแนวปฏิบัติ (Guidelines) นโยบายที่ชัดเจนควบคู่ไปกับการกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งนี้ หากพบการกระทำความผิดต้องบังคับใช้มาตรการทางวินัยอย่างจริงจัง
ประเด็นที่ 6 มีข้อเสนอแนะจาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สมาคมธนาคารไทย สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ก.พ.ร. โดยมีความเห็นสอดคล้องกันว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน (Discretionary Vitality) และหากมีการเชื่อมโยงและใช้ข้อมูลภาครัฐผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ จะลดภาระของประชาชนและลดขั้นตอนในการติดต่อราชการให้ง่ายขึ้น
ประเด็นที่ 7 มีข้อเสนอแนะจาก 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ท. กระทรวงการคลัง และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยมีความเห็นสอดคล้องกันว่าการส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันการทุจริต จะช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม ทั้งนี้ ไม่ควรเป็นลักษณะมาตรการภาคบังคับ และควรกำหนดมาตรการจูงใจสำหรับภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วม
ประเด็นที่ 8 มีข้อเสนอแนะจาก 5 หน่วยงาน ได้แก่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สมาคมธนาคารไทย สำนักงาน ป.ป.ท. และกรมประชาสัมพันธ์ โดยเห็นว่าสื่อเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้แก่สังคม มีอิทธิพลต่อทัศนคติ ค่านิยม และพฤติกรรมของประชาชนทุกกลุ่ม โดยปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก และควรสื่อสารด้วยรูปแบบและช่องทาง ที่เข้าถึงง่าย และให้ความสำคัญกับการสื่อสารในภาคภาษาต่างประเทศ รวมถึงจัดทำข้อมูลผลทางด้านคดี ที่นำไปเผยแพร่ได้โดยปลอดภัยทางกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ ครม.มีมติรับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน ของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ ส่งเสริมความเชื่อมั่นของนักธุรกิจและนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย โดยมีประเด็นข้อเสนอแนะรวม 8 ประเด็น ดังนี้
1.การเร่งดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2.การส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินคดีทุจริต 3.การเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน 4.การกำหนดนโยบายเร่งรัดผลักดันการปฏิรูปกฎหมาย 5.การปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงการทุจริต การรับและให้สินบน
6.การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐที่ในการอนุมัติ อนุญาต 7.การส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชนในการต่อต้านการให้สินบน และ 8.การรณรงค์เสริมสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต การปลูกฝังจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริตการรับและให้สินบน












