
ภาวะแพ้สัตว์เนื้อแดงอย่างรุนแรงหลังจากถูกเห็บกัดคืออะไร อาการเป็นอย่างไร

ที่มาของภาพ : Equipped: Myfanwy Webb
- Creator, เฮเลน ลิฟวิงสโตน
- Reporting from, รายงานจากนครซิดนีย์
- Published
- เวลาอ่าน: 9 นาที
มาฟานวี เวบบ์ ผู้เป็นแม่ ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ในงานวันเกิดของเธอที่จัดขึ้นเมื่อห้าปีที่แล้ว เธอจมอยู่กับความรู้สึกเสียใจ เมื่อนึกได้ว่าเธอพลาดโอกาสที่จะช่วยชีวิตลูกชายเอาไว้
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หลังการฉลองมื้อกลางวันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เจเรมีเริ่มมีอาการหายใจลำบาก พ่อแม่ของเขาจึงโทรเรียกรถพยาบาล หลังจากนั้นเด็กชายวัย 15 ปีคนนี้ก็เริ่มอาเจียนออกมา
หลังรับการรักษาที่โรงพยาบาล แพทย์สันนิษฐานว่าเจเรมีอาจมีอาการแพ้เนื้อสัตว์ แต่ท้ายที่สุดแล้วแพทย์กลับสรุปว่าอาการนี้เป็นผลมาจากโรคหอบหืดที่เจเรมีเริ่มเป็นมาตั้งแต่เป็นเด็ก วันต่อมาเจเรมีจึงถูกส่งกลับบ้านตามปกติ
“ฉันคิดผิด” เวบบ์กล่าว เธอเสียดายที่ตอนนั้นเธอน่าจะขอให้แพทย์ตรวจละเอียดกว่านี้
ถ้าเธอขอให้ตรวจเพิ่มอีกสักนิด แพทย์คงวินิจฉัยได้ว่าแท้จริงแล้ว เจเรมีกำลังตกอยู่ภายใต้ภาวะแพ้รุนแรงเฉียบพลัน และพาเขากลับบ้านพร้อมกับปากกาฉีดอะดรีนาลีน (Epipen)
หลังจากนั้นประมาณหนึ่งปี ในเดือน มิ.ย. ปี 2022 เจเรมีเสียชีวิตลงหลังจากกินไส้กรอกเนื้อวัวในทริปตั้งแคมป์กับเพื่อน ๆ ที่ชายหาดทางตอนเหนือของนครซิดนีย์
ในตอนแรก สาเหตุการเสียชีวิตถูกระบุไว้ว่าเป็นเพียงแค่โรคหอบหืด แต่ต่อมาในเดือน ก.พ. หลังจากที่พ่อแม่ของเขาทำการเร่งดำเนินการสอบสวนการเสียชีวิตของลูกชาย เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศwระบุว่า อาการหอบหืดกำเริบและภาวะแพ้รุนแรงถึงแก่ชีวิตในครั้งนี้ มีสาเหตุที่แท้จริงมาจากภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (mammalian meat allergy หรือ MMA ) หลังจากที่ถูกเห็บกัด
การเสียชีวิตของเจเรมีนับเป็นครั้งแรกในโลกที่ทำให้รู้ว่าสาเหตุของการจากไปมาจากภาวะ MMA หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรคแพ้เนื้อสัตว์ที่เกิดจากการแพ้สารอัลฟา-กัล หรือ อัลฟา-กัล ซินโดรม (alpha-gal syndrome)
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุดDiscontinuance of ได้รับความนิยมสูงสุด
จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคแพ้เนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2007 เมื่อแพทย์ชาวออสเตรเลียคนหนึ่งได้ค้นพบเป็นครั้งแรกว่าอาการแพ้ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการถูกเห็บกัด
ปัจจุบันนี้ นักวิทยาศาสตร์และนักรณรงค์ทั้งหลายกำลังเตือนว่าอาการแพ้เหล่านี้ แม้จะสามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงได้ง่าย แต่เหตุที่ไม่คาดคิดก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน และอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ที่มาของภาพ : Equipped: Myfanwy Webb
เวบบ์สงสัยมานานแล้วว่าลูกชายของเธอน่าจะแพ้เนื้อสัตว์ แต่ยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ และทางครอบครัวก็ไม่รู้มาก่อนเลยว่าอาการแพ้นี้สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
“ณ ตอนนั้น ที่ฉันศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ บ่งชี้เลยว่ามันเป็นมากกว่าแค่การแพ้อาหาร”
เมื่อมองย้อนกลับไป เธอบอกว่า มันหมือน “การsะเบิดเวลาแบบนับถอยหลัง”
อาการแพ้มีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรง ประกอบไปด้วยอาการผื่นขึ้นบนผิวหนัง อาการบวม ปวดเกร็งบริเวณท้อง อาเจียน และภาวะภูมิแพ้ขั้นรุนแรง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
เมื่อเจเรมีอายุประมาณ 10 ปี เขาเคยมีอาการคลื่นไส้หลังจากที่กินเนื้อสัตว์เข้าไป หรือในบางครั้งก็รู้สึกแบบเดียวกันหลังจากสูดควันของเนื้อย่าง ซึ่งแม่ของเขาเชื่อว่า อาการดังกล่าวอาจจะเพิ่งเริ่มเกิดขึ้นหลังจากงานฉลองวันเกิดของเธอ
มีอีกครั้งหนึ่ง เขาต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะกินมาร์ชเมลโลว์เข้าไป ซึ่งมีส่วนผสมของเจลาตินที่สกัดมาจากชิ้นส่วนของสัตว์
อะไรที่เป็นสาเหตุของการเกิดจุดแพร่ระบาดของโรคแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ศาสตราจารย์เชอรีล แวน นูเนน เป็นผู้ค้นพบความเชื่อมโยงกันระหว่างโรคแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กับเห็บ หลังพบความเชื่อมโยงบางอย่างในผู้ป่วยจากคลินิกโรคภูมิแพ้ของเธอในนครซิดนีย์
ในขณะที่กำลังทำงานอยู่ที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย เธอพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในหนึ่งในสองเขตพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสูงที่สุดในโลกโดยไม่ได้ตั้งใจ
อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะมีการพบผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ลักษณะนี้ในทั้ง 6 ทวีปที่มีเห็บอาศัยอยู่ก็ตาม
ในออสเตรเลีย ภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเกิดขึ้นจากการถูกเห็บที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการอัมพาตกัด แวน นูนาอธิบายว่า หลังจากถูกกัดสองครั้ง 50% ของผู้ป่วยจะสร้างแอนติบอดีที่ต้านสารอัลฟา-กัล ซึ่งเป็นโมเลกุลน้ำตาลที่พบในน้ำลายของเห็บ
หลังจากนั้น พวกเขามีโอกาส 15 ถึง 20% ที่จะมีภาวะแพ้เนื้อสัตว์
“ถ้าเพียงแต่ผู้คนจะรู้ว่าเห็บตัวหนึ่งทำอะไรได้บ้าง” เธอกล่าว
เจเรมี ซึ่งเติบโตมาในบ้านท่ามกลางป่าทึบที่อยู่ทางตอนเหนือของนครซิดนีย์ เขาถูกเห็บกัดมาตั้งแต่ยังเด็ก

ที่มาของภาพ : Getty
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเพราะเหตุใดชายฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือของนครซิดนีย์ จึงเป็นแหล่งแพร่ระบาดของภาวะแพ้เนื้อสัตว์ ในบางพื้นที่มีผู้ป่วยมากกว่า 700 รายต่อจำนวนประชากร 100,000 คน
แต่มีหลายสมมติฐานที่พออธิบายเหตุผลเหล่านั้นได้ ดร. อเล็กซ์ กอฟตัน ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเห็บ เป็นผู้นำทีมวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับภูมิแพ้ชนิดนี้ ระบุ
สาเหตุหนึ่งมาจากการที่ผู้คนมีโอกาสสัมผัสกับเห็บมากขึ้นในบริเวณนั้น
“จำนวนประชากรของเห็บในพื้นที่ที่มีเห็บชุกชุมมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 20 ถึง 30 ปีที่ผ่านมา” กอฟตันกล่าว
ช่วงปี 2020 ถึง 2023 เป็นช่วงที่มีฝนตกหนักจากปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งเป็นสภาวะที่เห็บสามารถเจริญเติบโตได้ดี และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น การระบาดของโรคโควิด-19 ก็ยิ่งผลักดันให้ผู้คนจำนวนมากย้ายออกจากเมืองไปอยู่ในชนบทมากขึ้น กอฟตันกล่าวเสริม
อัตราการวินิจฉัยที่สูงขึ้น มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 22% ทุกปี นับตั้งแต่ปี 2020 อาจเป็นผลมาจากความตระหนักรู้และการตรวจสอบที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
จากการใช้ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ เขาสรุปได้ว่าผู้ต้องสงสัยมีภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีมากกว่า 5,000 รายในออสเตรเลีย แม้ว่าเขาเชื่อว่าตัวเลขนี้ต่ำกว่าความเป็นจริงก็ตาม

ที่มาของภาพ : Getty
อาการแพ้ “เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง”
ถึงแม้ว่าผู้คนจะตระหนักถึงปัญหานี้มากขึ้น แต่การวินิจฉัยภาวะแพ้เนื้อสัตว์นั้นเป็นเรื่องยาก
อาการมักจะเริ่มปรากฏในเวลากลางคืน หรือหลายชั่วโมงหลังกินอาหารเย็น และสำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืด อาการทั้งสองอย่างนี้อาจทำให้เกิดความสับสนได้
แวน นูนาอธิบายว่ามันเป็น “อาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง”
บางครั้งอาจไม่มีอาการเลย ในขณะที่บางครั้งอาการอาจรุนแรงขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น ชนิดของเนื้อสัตว์ วิธีการปรุงสุก และรสเผ็ดร้อน รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ การออกกำลังกายหลังอาหาร หรือการนอนหลับไม่เพียงพอ
ผู้ที่มีภาวะไวต่อสารก่อภูมิแพ้ อาจถูกกระตุ้นด้วยผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น นม และสิ่งใด ๆ ก็ตามที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ผลิตภัณฑ์ความงามและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีส่วนผสมของลาโนลิน รวมถึงถุงพลาสติกในซูเปอร์มาร์เก็จที่มีกรดสเตียริกด้วย
ควันจากการปิ้งย่าง หรือการลูบคลำแมวหรือสุนัข ก็อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน
เอลิซาเบธ โรว์ลีย์ คุณแม่ลูกสาม อาศัยอยู่ในเมืองแฮนแนม เวล บนชายฝั่งตอนกลางของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ใช้เวลาไปพบแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้มากว่าหลายปี เพื่อหวังว่าพวกเขาจะสามารถวินิจฉัยอาการปริศนาที่รบกวนเธอได้
แต่หลายคนมองข้ามอาการของเธอ ซึ่งเริ่มมีตั้งแต่ปี 2006 มีตั้งแต่การสูญเสียความทรงจำและอาการมึนงง ไปจนถึงอาการเจ็บหน้าอก อาการชาที่แขน ปวดเมื่อยร่างกายและหายใจลำบากจนทำให้เธอหมดสติบ่อยครั้ง
เธอเล่าถึงสิ่งที่คนอื่นพูดกับเธอ “พวกเขาบอกว่า “คุณเริ่มวิตกกังวลเรื่องสุขภาพมากเกินไปแล้วนะ มันไม่ใช้ภาวะแพ้รุนแรง (anaphylaxis) สักหน่อย เลิกคิดมากเถอะ””
ตั้งแต่นั้นมา เธอได้ทำการตั้งกลุ่มในเฟซบุ๊กเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาเดียวกัน
“มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายทางจิตใจมากกว่าอย่างอื่นเลย แค่พยายามหาว่ามันคืออะไรกันแน่ก็แย่มากแล้ว” เธอกล่าว “ฉันคิดว่าตัวเองกำลังบ้าไปแล้ว”
เรมี วิลเลียมส์ นักศึกษาจิตวิทยาวัย 23 ปี อาศัยอยู่ในย่านนอร์เทิร์นบีชส์ของนครซิดนีย์ และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่ยังเด็ก เธอกล่าวว่า การระมัดระวังเรื่องอาหารการกินบ่อย ๆ อย่างต่อเนื่องนำไปสู่พฤติกรรมการกินอาหารผิดปกติ
เธอกล่าวว่า แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบมากกว่านั้น คือการได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่ของเธอ ซึ่งก็มีอาการแพ้เช่นกัน และเคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรงบนเครื่องบินถึงสองครั้ง
“มันน่ากลัวมาก” เรมีกล่าว “แม่เกือบเสียชีวิตต่อหน้าฉันเลย”

ที่มาของภาพ : Equipped: Elizabeth Rowley
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งต่าง ๆ ที่มีสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ การดำเนินชีวิตอาจกลายเป็นเรื่องยาก
โรว์ลีย์ประสบปัญหาในการหางานเป็นเจ้าหน้าที่บันทึกบัญชี เพราะสถานที่ทำงานหลายแห่งทำให้เธอกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้
งานในศูนย์การค้าต่าง ๆ ถูกตัดออกไป เนื่องจากควันจากร้านอาหาร และแม้แต่ในสภาพแวดล้อมที่เล็กกว่านั้น พฤติกรรมการกินของเพื่อนร่วมงานก็อาจส่งผลกระทบต่อเธอได้
พฤติกรรมการปิ้งขนมปังของเจ้านาย กลายเป็นเรื่องที่น่าลำบากในแต่ละวัน เธอกล่าว
“ทันทีที่เขาทาเนยลงบนขนมปัง ฉันแบบว่า..” เธอคร่ำครวญ “แต่คุณจะเดินเข้าไปบอกเจ้านายว่า ขอโทษนะ คุณกินอันนี้ไม่ได้ แบบนี้เรื่อย ๆ ไม่ได้หรอก”
การเข้าสังคมก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน เพราะในหลาย ๆ กิจกรรมหรือการนัดเจอมักต้องมีอาหารมาเกี่ยวข้อง
“คุณไม่สามารถไปปาร์ตี้ปิ้งย่างใด ๆ ได้” โรว์ลีย์กล่าว “ร้านอาหารบางร้านหรือร้านส่วนใหญ่ก็ไปไม่ได้”

ที่มาของภาพ : ABC News: Jak Rowland
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แวน นูเนนกังวลมากที่สุดคือ 85% ของผู้ที่มีอาการแพ้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งก็คือผู้ที่สร้างแอนติบอดีขึ้นมาแล้วแต่ไม่แสดงอาการใด ๆ เลยหลังกินเนื้อสัตว์
เนื่องจากภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด ผู้ป่วยเหล่านี้จึงอาจมีปฏิกิริยาต่อการรักษาทางการแพทย์ได้ ดังที่แวน นูเนนอธิบาย เพราะยาหลายชนิดมีส่วนประกอบที่ได้จากสัตว์ เช่น วัคซีนที่มีเจลาตินเป็นส่วนประกอบ
มีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายหลังจากได้รับยาเซทูซิแมบ (cetuximab) เพื่อรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง
อีกหนึ่งรายเสียชีวิตหลังจากได้รับการถ่ายเลืoด
แวน นูเนนกล่าวว่า “เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว” ว่ามีผู้เสียชีวิตจากภาวะแพ้เนื้อสัตว์มากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีการบันทึกไว้อย่างละเอียดที่สุดคือ กรณีของนักบินสายการบินชาวอเมริกันที่เสียชีวิตไม่กี่ชั่วโมงหลังกินแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2024 และกรณีของเจเรมี
แวน นูเนนกล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ควรเรียนรู้จากการเสียชีวิตของเจเรมี คือ 94.8% ของผู้ที่เสียชีวิตจากภาวะแพ้อาหารรุนแรงนั้น เกิดจากการที่อาหารไปกระตุ้นอาการหอบหืดของพวกเขา

ที่มาของภาพ : Equipped: Myfanwy Webb
“พวกเขาจะเข้าสู่ภาวะหอบหืดเฉียบพลันทันที และหากคุณไม่ใส่ท่อช่วยหายใจภายในเวลาที่กำหนด ถ้าพวกเขามีภาวะหยุดหายใจ คุณมีเวลาเพียงสี่นาที มิเช่นนั้นสมองของพวกเขาจะเสียชีวิต” เธออธิบาย
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เวบบ์เข้มแข็งขึ้นนับตั้งแต่ที่เสียลูกชายไป คือ “การมองชีวิตในแง่บวก” ของเจเรมี “เขาใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ พยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์แม่แต่นาทีเดียว” เธอกล่าว
นั่นทำให้เธอตั้งใจแน่วแน่ที่จะสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะภูมิแพ้ที่คร่าชีวิตเจเรมีไป และพัฒนาแนวทางการรักษา เพื่อไม่ให้ครอบครัวอื่นต้องมาเผชิญกับความเจ็บปวดเหมือนเธอ
นอกจากการออกมาพูดต่อสาธารณะเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเจเรมี เวบบ์ยังให้ความร่วมมือกับโรงพยาบาลที่เจเรมีเข้ารับการรักษาเพื่อช่วยพัฒนาการฝึกอบรมเกี่ยวกับภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
นอกจากนี้ เธอยังกำลังเขียนรายงานร่วมกับแวน นูเนม ซึ่งมีกำหนดจะนำเสนอในการประชุมปลายปีนี้
“ตอนนี้มุมมองเชิงบวกของเจเรมี กำลังช่วยผู้คนอยู่จริง ๆ แม้ว่าเขาจะจากไปแล้วก็ตาม” เธอกล่าว “ฉันคิดว่าเขาคงจะพอใจกับพวกเรามาก”
วิธีหลีกเลี่ยงการถูกเห็บกัด
- เมื่ออยู่ในป่า ควรปกปิดร่างกายให้มิดชิด สอดถุงเท้าเข้าไปในกางเกงและสวมเสื้อผ้าสีอ่อนเพื่อให้มองเห็นเห็บได้ง่าย
- ห้ามนอนราบหรือปิกนิกบนพื้นดินโดยตรง
- ใช้ผลิตภัณฑ์ไล่แมลงที่มีส่วนผสมของ DEET หรือสารพิคาริดิน (picaridin)
- ตรวจสอบตัวเองว่ามีเห็บเกาะอยู่หรือไม่หลังจากเดินในพื้นที่ที่มีเห็บชุกชุม และอย่าลืมตรวจสอบสัตว์เลี้ยงของคุณด้วย
- หากถูกเห็บกัด จำไว้ว่าให้นึกถึงวิธี “นิ่ง อย่าบีบ” – ใช้สเปรย์ฆ่-าเห็บแล้วปล่อยให้มันหลุดมาออกเอง แทนที่จะใช้แหนบ เพราะอาจทำให้เห็บปล่อยสารพิษเข้าสู่กระแสเลืoดได้













