แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/h9lf91 📋 | ดู : 10 ครั้ง
ศาลปคสูงสุดยกฟ้องคดีขออบต.ตัดไม้หวงห้าม-แผ่กิ่งก้านรุกล้ำที่ดินชาวบ้านตลอดแนวเ

‘ศาลปกครองสูงสุด’ พิพากษายืน ‘ยกฟ้อง’ คดีขอสั่ง ‘อบต.บึงกระจับ’ ตัด ‘ต้นไม้หวงห้าม’ ที่ปลูกใน ‘ที่สาธารณะ’ แผ่กิ่งก้านรุกล้ำที่ดิน ‘ชาวบ้าน’ หลังร้องเรียนให้ตัดต้นไม้ ‘ตลอดแนวเขตที่ดิน' แต่ ‘อบต.’ แจ้งตัดเพียง 6 ต้น ชี้เป็นการใช้ ‘ดุลพินิจ' โดยอาศัยข้อเท็จจริง พร้อมแนะ ‘อบต.' ลิด ‘กิ่ง-ก้านใบ-ราก' ต้นไม้ รุกล้ำเข้าไปในที่ดินเอกชน

………………………………………..

สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อผ.192/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อผ. 71/2569 ซึ่งเป็นคดีที่ นาง ท. ชาวบ้านในพื้นที่ ต.บึงกระจับ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ (ผู้ฟ้องคดี) ฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บึงกระจับ (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร

กรณีนาง ท. ร้องเรียนให้ อบต.บึงกระจับ ตัดต้นไม้หวงห้าม ซึ่งปลูกในสาธารณะ แต่ต้นไม้ดังกล่าวแผ่กิ่งก้านรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของ นาง ท. ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการก่อสร้าง รื้อถอน เคลื่อนย้ายวัสดุในการก่อสร้างบ้าน บางต้นขวางประตูเข้าบ้าน ทำให้ไม่สามารถนำรถยนต์เข้ามาจอดในรั้วบ้านได้ รวมทั้งทำให้ไม่สามารถก่อสร้างรั้วกำแพงรอบแปลงที่ดินได้ จึงขอให้ อบต.บึงกระจับ ตัดต้นไม้หลายสิบต้นที่ปลูกในที่สาธารณะ ซึ่งติดกับแนวเขตที่ดินของนาง ท. ความยาว 140 เมตร แต่ อบต.บึงกระจับ แจ้งให้ตัดต้นไม้เพียง 6 ต้นเท่านั้น นาง ท. ไม่เห็นด้วย จึงนำคดีฟ้องศาล

คดีนี้ ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เป็นให้ยกฟ้อง เนื่องจากศาลฯพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าต้นไม้ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิในที่ดินของ นาง ท. (ผู้ฟ้องคดี) มีเพียงไม้สักจำนวน 6 ต้น การที่ อบต.บึงกระจับ ดำเนินการขออนุญาตตัดต้นไม้เฉพาะต้นไม้ดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินการตามผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง

และเป็นการใช้ดุลพินิจโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการตรวจสอบในพื้นที่ กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่า อบต.บึงกระจับ ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร

อย่างไรก็ดี ศาลฯมีความเห็นว่า อบต.บึงกระจับ (ผู้ถูกฟ้องคดี) มีอำนาจหน้าที่ร่วมกับนายอำเภอในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งสิ่งซึ่งเป็นสาธารณประโยชน์อื่นในเขตอำเภอ ตามมาตรา 122 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2557

อบต.บึงกระจับ (ผู้ถูกฟ้องคดี) จึงมีหน้าที่ดูแลรักษาต้นไม้ที่ปลูกหรือขึ้นอยู่ในที่สาธารณะดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย เพื่อมิให้ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน ของประชาชน โดยอาจดำเนินการตัด ราน หรือลิดกิ่ง ก้านใบ หรือรากของต้นไม้ที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของเอกชน หรือดำเนินการกับต้นไม้ที่มีสภาพไม่ปลอดภัยหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ ประชาชนได้ตามสมควรแก่กรณี

หาก อบต.บึงกระจับ (ผู้ถูกฟ้องคดี) มิได้ดำเนินการดูแลรักษาไม้ยืนต้นที่ปลูกหรือขึ้นอยู่ในที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดแก่บุคคลใด รวมถึง นาง ท. (ผู้ฟ้องคดี) ผู้ได้รับความเสียหายย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีเป็นคดีใหม่ เพื่อให้รับผิดในความเสียหายอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือจากการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควรได้

“ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ฟ้องคดี (นาง ท.) เป็นเจ้าของที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ XXXX และโฉนดที่ดินเลขที่ XXXX ตำบลบึงกระจับ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อปี พ.ศ.2559 ผู้ฟ้องคดีได้ขอรังวัดที่ดินเพื่อปลูกบ้านและสร้างรั้วในที่ดินดังกล่าว พบว่ามีไม้ยืนต้นปลูกตลอดสองข้างทางใกล้แนวเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดี ซึ่งต้นไม้ดังกล่าวแผ่กิ่งก้านรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถก่อสร้างรั้วกำแพงรอบแปลงที่ดินได้

ผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือ ลงวันที่ 13 มิ.ย.2560 ร้องเรียนต่อผู้ถูกฟ้องคดี (องค์การบริหารส่วนตำบลบึงกระจับ) ให้ตัดต้นไม้ที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของตน ผู้ถูกฟ้องคดี จึงมีคำสั่งที่ 405/2560 ลงวันที่ 19 ก.ย.2560 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการขอตัดต้นไม้ในที่สาธารณะที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของประชาชน ซึ่งมีความเห็นว่า ไม้สัก 6 ต้น ไม้ประดู่ 1 ต้น ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนจริง

ผู้ถูกฟ้องคดีจึงมีหนังสือ องค์การบริหารส่วนตำบลบึงกระจับ ที่ พช 75801/638 ลงวันที่ 29 ก.ย.2560 ขออนุญาตนายอำเภอวิเชียรบุรีตัดไม้ในที่สาธารณะที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของประชาชนจำนวน 7 ต้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบไม้ จัดทำบัญชีไม้หวงห้าม และแผนที่ พร้อมกับตีตราไม้สักจำนวน 6 ต้น เพื่อรอการตัด ส่วนไม้ประดู่ จำนวน 1 ต้น เนื่องจากสภาพของต้นไม้ประดู่ไม่กีดขวางทางถนนและขอบรั้วของราษฎร ผู้นำตรวจจึงไม่ขอทำไม้ประดู่

และเมื่อวันที่ 2 มี.ค.2561 ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือแจ้งผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ไม้หวงห้ามที่ถูกตีตราจำนวน 6 ต้น เพื่อรอการตัดนั้น ถูกตัดไปแล้วจำนวน 3 ต้น ซึ่งจากการตรวจสอบของผู้ถูกฟ้องคดีพบว่า ไม้สักจำนวน 3 ต้น ถูกลักลอบตัดต้นไม้ ถูกตัดตามที่ผู้ฟ้องคดีแจ้ง แต่ไม่ทราบว่า ผู้ใดเป็นคนตัด และเหลือต้นไม้จำนวน 3 ต้นที่ยังไม่ถูกตัด นั้น

เห็นว่า การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตลอดจนการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีตาม มาตรา 67 (1) และ (7) และมาตรา 68 (4) แห่ง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537

ประกอบมาตรา 16 (2) (17) และ (24) แห่ง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 รวมทั้งมีหน้าที่ร่วมกับนายอำเภอในการดูแลรักษาและคุ้มครองที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 122 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2557

อย่างไรก็ดี การดำเนินการดังกล่าวย่อมต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป

เมื่อขณะเกิดเหตุพิพาทในคดีนี้ ต้นไม้ที่รุกล้ำเข้าไปที่ดินของผู้ฟ้องคดี เป็นไม้สักและไม้ประดู่ โดยไม้สักเป็นไม้หวงห้ามตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ส่วนไม้ประดู่เป็นไม้หวงห้าม ตาม พ.ร.ฎ.กำหนดไม้หวงห้ามพ.ศ.2530

เมื่อปลูกหรือขึ้นอยู่ในที่ปลูกหรือขึ้นริมทางข้างบริเวณสระน้ำสาธารณประโยชน์ภายในที่สาธารณประโยชน์ บึงหวายหรือถึงปีกหวาย ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (ส.ธ.1) เลขที่ พช. 999 ซึ่งเป็นที่ดินอันเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จึงต้องถือว่าเป็นไม้หวงห้ามที่ขึ้นอยู่ในป่า ตามมาตรา 4 (1) แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ดังนั้น การตัด ฟัน หรือทำไม้ ดังกล่าว ย่อมต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน ตามมาตรา 11 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว

เมื่อปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดี (องค์การบริหารส่วนตำบลบึงกระจับ) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และตรวจสอบข้อเท็จจริง จนเป็นที่แน่ชัดตามรายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงลงวันที่ 27 ก.ย.2560 แล้ว

ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือขออนุญาตทำไม้หวงห้ามต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งจัดทำคำขอตามหนังสือ ที่ พช 75801/638 ลงวันที่ 29 ก.ย.2560 ถึงนายอำเภอวิเชียรบุรี เรื่อง ขออนุญาตตัดต้นไม้ในที่สาธารณะที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของประชาชน โดยขอตัดไม้สักจำนวน 6 ต้น และไม้ประดู่จำนวน 1 ต้น เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน ให้แก่ผู้ฟ้องคดี

พร้อมแนบคำขอรับใบอนุญาตทำไม้หวงห้ามในป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 (คำขอ 1) ตามคำขอลงวันที่ 28 ก.ย.2560 หนังสือรับรองว่าองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ พร้อมจัดทำแผนที่แสดงตำแหน่งต้นไม้ ประกอบหนังสือฉบับดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด

จึงถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำไม้หวงห้าม พ.ศ.2560 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 6 และข้อ 7 แล้ว ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ยังต้องมีการตรวจสอบพื้นที่และจัดทำบัญชีไม้หวงห้าม โดยเจ้าหน้าที่ ผู้มีอำนาจก่อนเสนอให้อธิบดีกรมป่าไม้พิจารณาอนุญาตตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484

โดยปรากฏตามบันทึกการตรวจสอบลงวันที่ 12 ก.พ.2561 ซึ่งเป็นบันทึกที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องระบุว่า เป็นการร่วมกันตรวจสอบไม้ ตามคำสั่งสำนักจัดการทรัพยากร ป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก ที่ 50/2561 ลงวันที่ 2 ก.พ.2561 เรื่องให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบไม้ ท้องที่ตำบลบึงกระจับ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบไม้ตามคำขอดังกล่าว

และคณะเจ้าหน้าที่ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ พช.7 (น้ำร้อน) เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 ผลการตรวจสอบปรากฏว่า ไม้ที่ขออนุญาตตัดปลูกอยู่ริมทางบริเวณสระน้ำในที่สาธารณประโยชน์ อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (ส.ธ.1) เลขที่ พช. 999

และคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบไม้สักจำนวน 6 ต้น พร้อมจัดทำบัญชีไม้หวงห้ามและแผนที่สังเขปแสดง ตำแหน่งต้นไม้ดังกล่าว ส่วนไม้ประดู่จำนวน 1 ต้น เนื่องจากไม่กีดขวางทางสัญจรหรือแนวรั้วของราษฎร ผู้นำตรวจจึงไม่ประสงค์ขออนุญาตตัด

เมื่อพิจารณาพฤติการณ์และระยะเวลาในการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนของผู้ฟ้องคดี (นาง ท.) เห็นว่า ภายหลังจากผู้ฟ้องคดี มีหนังสือร้องเรียนลงวันที่ 13 มิ.ย.2560 ผู้ถูกฟ้องคดี (องค์การบริหารส่วนตำบลบึงกระจับ) ได้มีหนังสือประสานไปยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.7 (น้ำร้อน) ลงวันที่ 3 ก.ค.2560

ต่อมาสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีหนังสือลงวันที่ 19 ก.ย.2560 มอบหมายเจ้าหน้าที่ร่วมเป็นกรรมการตรวจสอบ และในวันเดียวกันผู้ถูกฟ้องคดี ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว รวมระยะเวลาประมาณ ninety 9 วัน

ทั้งนี้ เนื่องจากต้นไม้ ที่ผู้ฟ้องคดีร้องขอให้ตัดมีหลายชนิดและบางส่วนเป็นไม้หวงห้ามตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จึงจำเป็นต้องประสานหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในพื้นที่เข้าร่วม ตรวจสอบ ระยะเวลาดังกล่าว จึงถือเป็นระยะเวลาตามปกติของการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ

ส่วนระยะเวลาภายหลังจากผู้ถูกฟ้องคดี มีหนังสือขออนุญาตทำไม้หวงห้ามลงวันที่ 29 ก.ย.2560 จนกระทั่งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ และได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 รวมระยะเวลาประมาณ 137 วัน หรือประมาณสี่เดือนครึ่ง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำไม้หวงห้าม พ.ศ.2560

โดยเฉพาะขั้นตอนการตรวจสอบพื้นที่ การจัดทำบัญชีไม้หวงห้าม และแผนที่แสดงตำแหน่งต้นไม้ เพื่อเสนอให้อธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 พิจารณาอนุญาตต่อไป

เมื่อพิจารณาพฤติการณ์และระยะเวลาในการดำเนินการทั้งหมดประกอบกันแล้ว เห็นว่า การดำเนินการของผู้ถูกฟ้องคดี เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และอยู่ภายในระยะเวลาที่สมควรแก่พฤติการณ์ของเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ผู้ฟ้องคดี (นาง ท.) ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลเมื่อวันที่ 16 ก.พ.2561 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียงสี่วันภายหลังจากที่คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และต้นไม้ตามคำขอ กรณีจึงยังไม่อาจถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ข้ออุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีที่ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการล่าช้า โดยนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีร้องเรียนจนถึงวันที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เป็นระยะเวลาประมาณ 288 วัน จึงฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดี มิได้ดำเนินการตามหน้าที่ตัดต้นไม้ตลอดแนวรั้วบ้านของผู้ฟ้องคดี และขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการตัดต้นไม้ตลอดแนวเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีพร้อมทั้งกำจัดตอไม้ที่ตัดไปแล้วนั้น

เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า แนวรั้วบ้านของผู้ฟ้องคดีมีความยาวประมาณ 153 เมตร และมีต้นไม้ที่ปลูกหรือขึ้นอยู่ในบริเวณบึงหวายหรือบึงปีกหวาย ซึ่งเป็นที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (ส.ธ.1) เลขที่ พช.999 อยู่ใกล้แนวรั้วบ้านของผู้ฟ้องคดีจำนวน 32 ต้น

ต่อมาคณะกรรมการที่ผู้ถูกฟ้องคดีแต่งตั้งขึ้นได้ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงและสรุปผลการตรวจสอบเมื่อวันที่ 27 ก.ย.2560 และผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือ ลงวันที่ 29 ก.ย.2560 ขออนุญาตทำไม้จำนวน 7 ต้น ได้แก่ ไม้สักจำนวน 6 ต้น และไม้ประดู่ จำนวน 1 ต้น

ต่อมา ปรากฏตามบันทึกการตรวจสอบลงวันที่ 12 ก.พ.2561 ว่า คณะเจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.7 (น้ำร้อน) เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันตรวจสอบต้นไม้ตามคำสั่งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก ที่ 50/2561 ลงวันที่ 2 ก.พ.2561

โดยผลการตรวจสอบปรากฏว่า ต้นไม้จำนวน 7 ต้น ตามคำขอปลูก เรียงรายอยู่ริมทางบริเวณสระน้ำสาธารณประโยชน์ภายในที่สาธารณประโยชน์ถึงหวายหรือถึงปีกหวาย ดังกล่าว และจากการตรวจสอบพบว่า มีเพียงไม้สักจำนวน 6 ต้น ที่กีดขวางถนนและแนวรั้วของผู้ฟ้องคดี ส่วนไม้ประดู่จำนวน 1 ต้น ไม่กีดขวางทางสัญจรหรือแนวรั้วของราษฎร ผู้นำตรวจ จึงไม่ประสงค์ขออนุญาตตัดไม้ประดู่ดังกล่าว

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ต้นไม้ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีมีเพียงไม้สักจำนวน 6 ต้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการขออนุญาตตัดต้นไม้เฉพาะต้นไม้ดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินการตามผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง และเป็นการใช้ดุลพินิจโดยอาศัยข้อเท็จจริง ที่ปรากฏจากการตรวจสอบในพื้นที่

กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี ในประเด็นดังกล่าวจึงฟังไม่ขึ้น

แต่อย่างไรก็ดี ผู้ถูกฟ้องคดี (องค์การบริหารส่วนตำบลบึงกระจับ) มีอำนาจหน้าที่ร่วมกับนายอำเภอในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งสิ่งซึ่งเป็นสาธารณประโยชน์อื่นในเขตอำเภอ ตามมาตรา 122 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2557

ผู้ถูกฟ้องคดี จึงมีหน้าที่ดูแลรักษาต้นไม้ที่ปลูกหรือขึ้นอยู่ในที่สาธารณะดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย เพื่อมิให้ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน ของประชาชน โดยอาจดำเนินการตัด ราน หรือลิดกิ่ง ก้านใบ หรือรากของต้นไม้ที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของเอกชน หรือดำเนินการกับต้นไม้ที่มีสภาพไม่ปลอดภัยหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ ประชาชนได้ตามสมควรแก่กรณี

หากผู้ถูกฟ้องคดีมิได้ดำเนินการดูแลรักษาไม้ยืนต้นที่ปลูกหรือขึ้นอยู่ในที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดแก่บุคคลใด รวมถึงผู้ฟ้องคดี ผู้ได้รับความเสียหายย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีเป็นคดีใหม่ เพื่อให้รับผิดในความเสียหายอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือจากการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควรได้

การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน” คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อผ.192/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อผ. 71/2569 ลงวันที่ 30 เม.ย.2569 ระบุ

ที่มา สำนักข่าวอิศรา ( isranews.org )

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/h9lf91 📋 | ดู : 10 ครั้ง
  1. 🔴  เอาให้ชัด 29 กรกฎาคม 2569 | ข่าวช่องวัน | one31 เอาให้ชัด 29 กรกฎาคม 2569 | ข่าวช่องวัน | one31
  2. แผ่นดินไหว-ประเทศเมียนมา-ขนาด-46-วันที่-29-กค-2569-เวลา-21:02-น-|-วันพฤหัสบดีที่-30-กรกฎาคม-พศ.-2569 แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา ขนาด 4.6 วันที่ 29 ก.ค. 2569 เวลา 21:02 น. | วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
  3. จับกุม-คู่รักบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์-พบมีหมายจับติดตัวรว จับกุม คู่รักบัญชีม้า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พบมีหมายจับติดตัวรว
  4. อัปเดตสวัสดิการแห่งรัฐ-สค.2569-วงเงินซื้อสินค้า-1,000-บาท-– อัปเดตสวัสดิการแห่งรัฐ ส.ค.2569 วงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาท –
  5. ด่วน สามีปืนโหดยิvแสกหน้าเมียสาหัส เผยปมทะเลาะจนบานปลาย  29/07/69 ด่วน สามีปืนโหดยิvแสกหน้าเมียสาหัส เผยปมทะเลาะจนบานปลาย 29/07/69
  6. “เมื่อเสือโคร่งยังคงอยู่…-ผืนป่าก็ยังคงสมบูรณ์”-29-กรกฎา “เมื่อเสือโคร่งยังคงอยู่… ผืนป่าก็ยังคงสมบูรณ์” 🐅 29 กรกฎา
  7. -เริ่มเที่ยงคืนนี้-ร้านค้างดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์-48-ชม. ✅ เริ่มเที่ยงคืนนี้ ร้านค้างดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 48 ชม.
  8. จ.จังหวัดภูเก็ต-บูรณาการ-ตรวจเข้มร้านกัญชาในย่านเมืองเก่า-เพิกถอนใบ-|-2026-07-28-16:47:00 จ.จังหวัดภูเก็ต บูรณาการ ตรวจเข้มร้านกัญชาในย่านเมืองเก่า เพิกถอนใบ 2026-07-28 16:47:00
  9. ผู้บริหารบางจากฯ-คว้ารางวัล-girl-of-impact-in-corporate-management ผู้บริหารบางจากฯ คว้ารางวัล Girl of Impact in Corporate Management
  10. จับสัญญาณ มิน ออง ไลง์ ปธน.เมียนมาคนใหม่ เยือนไทย ?  29 ก.ค. 69 จับสัญญาณ มิน ออง ไลง์ ปธน.เมียนมาคนใหม่ เยือนไทย ? 29 ก.ค. 69

      ใส่ความเห็น

      อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


      Share via
      Click to Hide Advanced Floating Content
      ×

      มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

      ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

      ไปกันเล้ยยย
      Send this to a friend
      ล่าสุด
      ×