
.
ภาพจากดาวเทียม THEOS-2 ไม่เพียงเผยให้เห็นความงดงามของภูมิประเทศ แต่ยังสะท้อนบทบาทสำคัญของเขื่อนแห่งนี้ ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การบริหารจัดการน้ำ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน สอดคล้องกับพระราชปณิธานในการดูแลทรัพยากรของประเทศให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน
.
“เขื่อนสิริกิติ์” ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นแม่น้ำน่าน บริเวณใกล้รอยต่อจังหวัดน่าน เดิมมีชื่อว่า “เขื่อนผาซ่อม” ก่อนที่จะได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” มาเป็นชื่อเขื่อน เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำของประเทศ
.
ด้วยความเป็น “เขื่อนดินขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย” เขื่อนสิริกิติ์มีบทบาทสำคัญในการกักเก็บน้ำเพื่อสนับสนุนภาคการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการรักษาสมดุลของระบบนิเวศโดยรอบ ครอบคลุมพื้นที่อ่างเก็บน้ำกว่า 260 ตารางกิโลเมตร สามารถรองรับน้ำได้สูงสุดประมาณ 9,150 ล้านลูกบาศก์เมตร อีกทั้งยังเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญของพื้นที่ และมีศักยภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำถึง 500 เมกะวัตต์ ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตพลังงานสะอาดของประเทศไทย
.
จากมุมมองของดาวเทียม THEOS-2 เผยให้เห็นภาพผืนน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมด้วยแนวเขาผาซ่อมและผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ โดยมีสันเขื่อนทำหน้าที่เป็นแนวแบ่งระหว่างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่กับเส้นทางการไหลของแม่น้ำน่านอีกด้านหนึ่ง ขณะที่บริเวณด้านล่างเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำและจุดส่งกลับน้ำสู่แม่น้ำน่าน ก่อนที่สายน้ำจะเดินทางต่อไปยังพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง
.
เบื้องหลังความงดงามของภาพจากอวกาศ คือภารกิจสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูน้ำหลาก เขื่อนสิริกิติ์มีบทบาทในการช่วยชะลอและควบคุมปริมาณน้ำ ลดผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่ท้ายน้ำ รวมถึงจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ตลอดจนมีส่วนช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำในระบบลุ่มน้ำเจ้าพระยา
.
สำหรับสถานการณ์น้ำในปี 2569 ปริมาณน้ำภายในเขื่อนสิริกิติ์อยู่ในระดับปานกลาง โดยยังต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสำคัญยังคงขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูฝน ว่าจะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มของฤดูกาลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ปัจจุบัน เขื่อนยังคงมีศักยภาพในการรองรับน้ำเพิ่มเติม และสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเหมาะสมต่อความต้องการใช้น้ำในพื้นที่
.
แม้ระดับน้ำจะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติในแต่ละปี แต่ภารกิจของเขื่อนสิริกิติ์ยังคงเดินหน้าต่อไป ทั้งการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร การสนับสนุนการผลิตพลังงานสะอาด การรักษาระบบนิเวศ และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางน้ำ ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนและประเทศ
.
ภาพและข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
RSS) ที่มา : Nationwide Geographic Thailand's












