
เปิด 6 เงื่อนไข ของอิหร่านต่อสหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ที่มาของภาพ : Getty Photos
ทั้งอิหร่านและโอมานต่างระบุว่าการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงใหม่ในการบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์นั้น ‘เป็นไปในเชิงบวก' และอยู่ในขั้นตอนท้าย ๆ แล้ว ซึ่งนำไปสู่ความหวังว่าการเดินเรือจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การเจรจามุ่งเน้นไปที่เส้นทางใหม่ผ่านช่องแคบดังกล่าวที่เป็นไปได้ ซึ่งทั้งอิหร่านและโอมานจะรับผิดชอบร่วมกัน
ทว่า ท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นนี้ อิหร่านได้ประกาศเงื่อนไขหลายข้อต่อสาธารณะ โดยระบุว่าสหรัฐอเมริกาจะต้องทำตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ก่อนที่เส้นทางขนส่งทางน้ำสายสำคัญจะเปิดทำการได้อีกครั้ง ข้อเรียกร้องหลายข้อเกินขอบเขตของบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ลงนามกันไว้เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ขณะที่บางข้อเป็นการเรียกร้องเรื่องเดิม แต่ได้เชื่อมโยงเข้ากับการเปิดช่องแคบในครั้งนี้
เงื่อนไขเหล่านั้นคืออะไร และสหรัฐฯ จะสามารถทำตามได้หรือไม่ ?

ที่มาของภาพ : Getty Photos
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสถานีโทรทัศน์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (Islamic Republic of Iran Broadcasting – IRIB) โมฮัมหมัด บาเกอร์ โซลกาแดร์ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านและที่ปรึกษาคนปัจจุบันของผู้นำสูงสุด ได้เตือนว่าสหรัฐอเมริกาจะต้อง ‘แก้ไข' พฤติกรรมของตนเองและปฏิบัติตามข้อเรียกร้องหลายประการ
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ‘การแก้ไขพฤติกรรม' หมายถึงสิ่งต่อไปนี้:
1. ห้ามข่มขู่อิหร่านไม่ว่าในรูปแบบถ้อยคำใด ๆ และห้ามดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาติอิหร่าน
อิหร่านระบุว่า สหรัฐฯ ต้องยุติการข่มขู่อิหร่าน และต้องให้หลักประกันว่าการข่มขู่ในลักษณะดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอีก นี่เป็นข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองและความมั่นคงเป็นหลัก แม้การหยุดยิvโดยนัยจะสันนิษฐานได้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยับยั้งการใช้ความรุนแรง แต่การเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้มีหลักประกันว่าจะไม่มีการข่มขู่เกิดขึ้นอีกในอนาคต ดูเหมือนจะเป็นเงื่อนไขเชิงยุทธศาสตร์ที่กว้างกว่า และไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในข้อตกลงชั่วคราวที่มีการรายงานก่อนหน้านี้
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and proceed readingได้รับความนิยมสูงสุดWaste of ได้รับความนิยมสูงสุด
2. ยุติสงครามและการรุกรานต่ออิหร่าน รวมถึงต่อพันธมิตรของอิหร่านในเลบานอน ปาเลสไตน์ เยเมน และอิรักอย่างถาวร
อิหร่านยืนกรานให้ยุติปฏิบัติการทางทหาร ไม่เพียงแต่ต่ออิหร่านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงต่อพันธมิตรและกลุ่มที่เป็นหุ้นส่วนของอิหร่านในเลบานอน ปาเลสไตน์ เยเมน และอิรักด้วย บันทึกความเข้าใจในเดือน มิ.ย. กล่าวถึง “ทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน” ข้อเรียกร้องนี้ระบุถึงประเทศอื่น ๆ ด้วยอย่างชัดเจน และในทางปฏิบัติถือเป็นการเรียกร้องหลักประกันด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาคที่กว้างขึ้น
3. ยกเลิกการปิดกั้นทางทะเล และถอนกำลังของตน (ทั้งทางเรือและทางอากาศ) ออกจากบริเวณโดยรอบอิหร่าน
ภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในเดือน มิ.ย. สหรัฐฯ มีข้อตกลงว่าจะยุติการปิดกั้นทางทะเลภายใน 30 วัน แต่ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
4. จ่ายค่าชดเชยเต็มจำนวนสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอิหร่าน จากสงครามที่ทำการรุกรานอิหร่านทั้งสองครั้ง
ข้อนี้หมายถึงสงคราม 12 วันในปี 2025 รวมถึงสงครามครั้งล่าสุดด้วย โดยคาดว่ากลไกการชดเชยจะถูกนำมาหารือกันในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับสุดท้าย หลังจากการลงนามบันทึกความเข้าใจในเดือน มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลกรุงเตหะรานกำลังเชื่อมโยงเรื่องการจ่ายค่าชดเชยเข้ากับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งโดยตรงและอย่างเปิดเผย
5. ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่ “โหดร้ายและผิดกฎหมาย” ต่อชาติอิหร่าน
เดิมคาดว่ากรอบเวลาสำหรับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรจะเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งขั้นสุดท้ายอยู่แล้ว ดังนั้น อิหร่านจึงไม่ได้หยิบยกประเด็นใหม่ขึ้นมาในเรื่องนี้ สิ่งที่เป็นประเด็นใหม่อีกครั้ง คือการที่อิหร่านยืนกรานอย่างเปิดเผยว่า การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรจะต้องเชื่อมโยงโดยตรงกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
6. ปลดอายัดและคืนทรัพย์สินของประชาชนชาวอิหร่านที่ถูกอายัดและยึดไปโดยไม่มีเงื่อนไข
เช่นเดียวกัน ข้อเรียกร้องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ การปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศที่ถูกระงับหรืออายัดไว้ ก่อนหน้านี้เคยมีการหารือกันมาแล้ว

ที่มาของภาพ : Elke Scholiers/Getty Photos
เงื่อนไขทั้ง 6 ข้อนี้ทำให้ขอบเขตของข้อตกลงที่อิหร่านระบุว่าต้องบรรลุให้ได้เสียก่อนจึงจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้งนั้นกว้างขึ้น
เซบาสเตียน อัชเชอร์ นักวิเคราะห์ข่าวตะวันออกกลางของบีบีซี กล่าวว่าเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าอิหร่านมีจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้น “เงื่อนไขเหล่านี้มีอยู่แล้วในกรอบข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ แต่ช่วงเวลาและกลไกในการดำเนินการตามเงื่อนไขเหล่านี้ดูแตกต่างออกไปอย่างมาก” เขากล่าวว่า เตหะรานอาจรู้สึกว่าตนเองอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบกว่า เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ “ยังคงปิดกั้นการเดินเรืออยู่”
อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซีเวิลด์เซอร์วิส ทริตา พาร์ซี รองประธานบริหารของสถาบันควินซี (Quincy Institute) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาเชื่อว่าฝ่ายอิหร่านเองก็รู้ดีว่าจุดยืนเหล่านี้เป็นการเรียกร้องที่เกินจริง และมีแนวโน้มว่าอิหร่านจะยอมลดระดับข้อเรียกร้องเหล่านี้ลงในที่สุด
เขากล่าวว่า “สิ่งที่ถูกนำเสนอออกมาต่อสาธารณะอาจไม่ใช่สิ่งเดียวกับที่ถูกนำไปหารือกันบนโต๊ะเจรจา”

ที่มาของภาพ : US Central Expose / X
พาร์ซียังมองด้วยว่านี่อาจเป็นกลยุทธ์ในการเจรจา โดยกล่าวว่า “เป็นไปได้อย่างมากว่าพวกเขาเพียงกำลังพยายามยืดกระบวนการนี้ออกไป” เขากล่าวว่า ในกลุ่มฝ่ายอนุรักษนิยมหัวแข็งของรัฐบาลอิหร่าน มีความเชื่อว่าอิหร่านตัดสินใจตกลงรับบันทึกความเข้าใจดังกล่าวเร็วเกินไปในเดือน มิ.ย.
จากนั้น ข้อตกลงดังกล่าวก็มีผลอยู่เพียงไม่กี่วันก่อนจะล่มลง โดยการโจมตีตอบโต้กันไปมาระหว่างทั้งสองฝ่ายกลับมาปะทุอีกครั้งเพียงไม่กี่วันหลังจากมีการลงนามในข้อตกลง
พาร์ซีกล่าวว่า มีคนบางส่วนในอิหร่านมองว่า หากอิหร่านยืดการเจรจาเหล่านั้นออกไปให้นานกว่านั้น ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและส่งผลให้เศรษฐกิจโลกได้รับความเสียหายมากขึ้น ประธานาธิบดีทรัมป์อาจไม่ตัดสินใจสั่งโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอย่างรวดเร็วเช่นนั้น ดูเหมือนว่าอิหร่านจะไม่ยอม ‘ทำผิดพลาด' แบบนี้ซ้ำอีก
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเช่นนั้น เขายังคงคาดการณ์ว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซอาจบรรลุได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันข้างหน้านี้
เหล่าผู้คนที่กำลังรออยู่บนเรือ หรือกำลังจับตาดูราคาน้ำมัน ต่างก็หวังว่าเขาจะคาดการณ์ได้ถูกต้อง
ค้นพบเพิ่มเติม
วิดีโอสั้น
สิ้นสุด วิดีโอสั้น

































