
วันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ณ ทำเนียบรัฐบาล ถึงแนวทางการดำเนินโครงการ “ไทยเที่ยวไทย Plus” เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 โดยมุ่งสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยวทั่วประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจะมีจำนวนทั้งสิ้น 1 ล้านสิทธิ์ โดยประชาชน 1 คนสามารถใช้สิทธิ์ได้สูงสุดไม่เกิน 5 สิทธิ์ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พักตามจริงในรูปแบบ Flat Price แต่ไม่เกิน 2,000 บาทต่อคืน เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปอย่างเหมาะสมและป้องกันการปรับขึ้นราคาที่พักเกินจริง ขณะเดียวกันยังมีคูปองท่องเที่ยวในรูปแบบ Co-charge หรือการจ่ายร่วมกันระหว่างภาครัฐกับประชาชน โดยรัฐบาลสนับสนุนวงเงิน 1,500 บาท สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองหลัก และ 2,000 บาท สำหรับเมืองรอง
สำหรับคูปองท่องเที่ยวในโครงการนี้ จะขยายขอบเขตการใช้จ่ายให้ครอบคลุมบริการด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะร้านอาหาร แต่รวมถึงบริการสปา การนวด ตลอดจนแพ็กเกจและกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ อาทิ การดำน้ำและการล่องเรือ เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายในห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง
ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และกำหนดช่วงการใช้สิทธิ์ออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2569 และระยะที่สอง ระหว่างวันที่ 16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2570 โดยเว้นช่วงเทศกาลปีใหม่ประมาณ 1 เดือน เพื่อให้มาตรการสามารถเข้าไปกระตุ้นการเดินทางในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ โครงการใช้งบประมาณจากเงินกู้จำนวน 4,000 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้ประมาณ 20,000 ล้านบาท
นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตและการปั่นราคาที่พัก โดยได้ดำเนินการขึ้นบัญชี Blacklist ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวที่เคยมีพฤติกรรมทุจริตจากโครงการในระยะที่ผ่านมาแล้วกว่า 1,000 ราย รวมถึงกำหนดให้ผู้ประกอบการยื่นเอกสารเพื่อยืนยันราคาห้องพักในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและภาคธุรกิจท่องเที่ยว
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังกล่าวถึงกรณีวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า วัดดังกล่าวเป็นสถานที่สำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และการท่องเที่ยว มีพระนอนอันเป็นที่เคารพสักการะ พระราชานุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ รวมถึงพระปรางค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความงดงาม จึงถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า
ส่วนกรณีประเด็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายในวัดนั้น เห็นว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถแยกแยะระหว่างพฤติกรรมของบุคคลกับคุณค่าทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และความศรัทธาที่มีต่อสถานที่ได้ โดยเชื่อมั่นว่าวัดพุทไธศวรรย์จะยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นสถานที่ที่ประชาชนเดินทางมากราบไหว้และเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง
รมวเอ รมวสุรศักดิ์ AteamMOTS #MinisAmots ไทยเที่ยวไทยPlus
_______________________________________________
ติดตามข่าวสารอื่นๆได้ที่
WEBSITE : https://www.mots.rush.th/home
FACEBOOK : https://www.facebook.com/Mots.legitimate.TH/
INSTAGRAM : https://www.instagram.com/mots_thailand/
X : https://x.com/MOTS_Thai
TIKTOK : https://www.tiktok.com/@pr_mots_thailand
YOUTUBE : https://www.youtube.com/@mots_thailand
RSS) ——— ที่มา : เพจ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ——— www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย 🇹🇭












