“sะเบิดมันเกิดทุกวัน… เราไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่” เรื่องเล่าจากหญิงไทยแม่ลูกสอง ผู้หนีภัยสงครามในอิหร่านกลับสู่ไทย

ที่มาของภาพ : Panisa Aemocha/BBC Thai

สุวรรณา เพียรทอง (หญิงด้านขวามือสุด) และครอบครัว เดินทางจากอิหร่านถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงเย็นวันนี้ (9 ม.ค.) หลังต้องเดินทางกว่า 2 วัน เพื่ออพยพออกจากเมืองหลวงกรุงเตหะรานของอิหร่าน
Article Knowledge
    • Creator, ปณิศา เอมโอชา
    • Role, ผู้สื่อข่าว.
  • เวลาอ่าน: 9 นาที

ณ เวลา 16.05 น. ของวันที่ 9 มี.ค. 2569 กลุ่มคนไทยที่โดยสารมาด้วยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK68 จากนครอิสตันบูลของตุรกีสู่กรุงเทพมหานคร เดินทางมาถึงอาคารผู้โดยสารขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

พวกเขาคือชาวไทยกลุ่มแรกจำนวนทั้งหมด 29 คน ซึ่งอพยพออกมาจากอิหร่านผ่านทางประเทศตุรกี หลังเกิดสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน ตั้งแต่ 28 ก.พ. ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง

ตัวเลขของคนไทยที่ทำงานและพำนักอยู่ในตะวันออกกลางมีมากถึง 110,000 คน ตามการเปิดเผยของกระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยในจำนวนนี้ เป็นแรงงานที่เดินทางไปทำงานตามการรับแจ้งของกระทรวงแรงงานประมาณ 61,396 คน จากข้อมูล ณ วันที่ 5 มี.ค.

สำหรับสถานการณ์ของคนไทยเฉพาะในอิหร่าน ณ วันที่ 5 มี.ค. มีคนไทยลงทะเบียนอพยพแล้ว 117 คน โดยรอบแรกเดินทางในวันที่ 7 มี.ค. ก่อน 68 คน ส่วนรอบที่สองในวันที่ 10 มี.ค. จะเดินทางออกมา 49 คน เนื่องจากมีบางส่วนอยู่ระหว่างการจัดทำวีซ่าขาออก (Exit Visa)

ที่มาของภาพ : Getty Photos

ภาพกลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยขึ้นเหนือกรุงเตหะรานขอิงอิหร่าน หลังมีรายงานเหตุโจมตีในเมืองตลอดช่วงกลางคืนของวันที่ 7 มี.ค.

หนึ่งในผู้ที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ในวันนี้คือครอบครัวของสุวรรณา เพียรทอง ซึ่งประกอบไปด้วยเธอ ลูกชายคนเล็ก ลูกสาวคนโต และสามีชาวอิหร่าน

สุวรรณาใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ทำหน้าที่เป็นแม่ และประกอบอาชีพส่วนตัวที่นั่น

เธอเล่าให้.ฟังว่า ความรุนแรงที่เธอรับรู้ได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. เธอเปิดเผยถึงความใกล้ตัวของสถานการณ์การสู้รบว่า “ความรุนแรง sะเบิดมันเกิดทุกวัน รอบเช้า บ่าย กลางวัน เย็น บางทีรอบดึก ตีสี่ตีห้า เราไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่”

สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 28 ก.พ. หลังจากที่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมายืนยันและอ้างความชอบธรรมของปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ โดยชี้ว่าระบอบการปกครองของอิหร่านเป็นภัยโดยตรงต่อสหรัฐฯ

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุด

End of ได้รับความนิยมสูงสุด

การโจมตีครั้งนี้ซึ่งเกิดขึ้น ณ ใจกลางกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ และผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารในวันแรกของการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่นำโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล

ในวันเดียวกันนั้น ยังมีรายงานว่ามีเสียงsะเบิดในเมืองอื่น ๆ อีกหลายแห่งทั่วประเทศ อาทิ เมืองคาราจ ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงเตหะราน เมืองอิสฟาฮาน และเมืองกอม ทางตอนกลางของประเทศ รวมถึงเมืองเคอร์มานชาห์ ทางตะวันตก

ที่มาของภาพ : Panisa Aemocha/BBC Thai

ภาพครอบครัว เพียรทอง (กลางภาพ) ขณะเดินออกมาพร้อมกับผู้อพยพคนอื่น ๆ และเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ เพื่อร่วมแถลงข่าว ณ วันที่ 9 มี.ค. 2569

นอกจากความยากลำบากในการใช้ชีวิตและการหาซื้อของกินของใช้ สุวรรณาบอกว่าการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากอินเทอร์เน็ตไม่สามารถใช้การได้จากการ “โดนตัดทุกช่องทาง”

ฮิวแมนไรท์วอตช์ ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รายงานว่า ณ วันที่ 28 ก.พ. ทราฟิกอินเทอร์เน็ตในอิหร่านดิ่งลง 98% ตามข้อมูลจากคลาวด์แฟลร์ เรดาร์ (Cloudflare Radar) แพลตฟอร์มวัดผลเครือข่ายที่ให้ข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ ซึ่งการลดลงขนาดนี้ บ่งชี้ว่าเกือบทั้งประเทศอยู่ในภาวะอินเทอร์เน็ตดับ

ล่าสุด ณ วันที่ 9 มี.ค. เว็บไซต์ เน็ตบล็อกส์ (NetBlocks) องค์กรอิสระด้านการตรวจสอบอินเทอร์เน็ตและสิทธิดิจิทัลที่ไม่แสวงหากำไรในกรุงลอนดอนชี้ว่าอิหร่านเข้าสู่ภาวะอินเทอร์เน็ตดับเข้าเป็นวันที่ 10 แล้ว

“หลังผ่านไป 216 ชั่วโมง การเชื่อมต่อเหลือเพียง 1% ของระดับปกติ… ท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรง ชาวอิหร่านราว 90 ล้านคนถูกปิดเสียงและตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตโลก ภายใต้มาตรการปิดกั้นที่รัฐเป็นผู้สั่งการ” เว็บไซต์เน็ตบล็อกส์ระบุ

ที่มาของภาพ : NetBlocks

อิหร่านเข้าสู่ภาวะอินเทอร์เน็ตดับเข้าเป็นวันที่ 10 แล้ว ตามการรายงานขององค์กรอิสระ

ในวันที่สุวรรณาสามารถติดต่อกับกลุ่มช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน รวมไปถึงกระทรวงต่างประเทศซึ่งมีการประสานงานช่วยเหลือคนไทยที่ต้องการอพยพ คุณแม่ลูกสองรายนี้เริ่มเล่าถึงเส้นทางอันทรหดยาวนาน ที่กินเวลากว่าสองวันเต็มกว่าที่เธอจะเดินทางมาถึงไทย

เธอเดินทางจากเตหะราน มาจนถึงชายแดนอิหร่านด้วยรถตู้ซึ่งใช้เวลายาวนานราว 12 ชั่วโมง ก่อนจะต่อรถอีกครั้งหนึ่งเพื่อเดินทางไปยังโรงแรมที่ทางการจัดหาไว้ให้ ซึ่งกินเวลาอีกราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

“ก็คือไม่ไหว แล้วก็นอนพักอยู่คืนหนึ่ง แล้วก็นั่งรถบัสมามาลงที่สนามบินวานเมืองในประเทศตุรกี ประมาณไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แล้วก็นั่งจากเมืองวาน มาอีกเกือบสามชั่วโมงเพื่อไปที่เมืองอิสตัลบูล” สุวรรณาเล่า อย่างเหนื่อยล้า

เที่ยวบิน TK68 ที่เธอเดินทางมาใช้เวลาราว 9 ชั่วโมง 20 นาที ก่อนที่จะเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ณ เวลา ราว 15.16 น. ของวันที่ 9 มี.ค.

เธอบอกว่าตลอดเวลาที่สงครามเกิดขึ้น ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว ในฐานะคนเป็นแม่ก็เป็นห่วงลูก ๆ ทั้งสองคนอยู่ตลอด

สุวรรณาบอกว่าว่ากรณีที่มีsะเบิดไปลงไกล ๆ บริเวณที่พัก เด็ก ๆ ก็จะพออยู่ได้ โดยไม่กลัวเท่าไร “แต่ถ้าใกล้บ้าน เขาก็กลัว”

สุวรรณาเกิดความกังวลอย่างมากเพราะไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้กลับไทย เนื่องจากสนามบินบางแห่งก็ปิดทำการ หลายคนที่เธอรู้จักซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วก็ยังกลับไม่ได้

ที่มาของภาพ : Getty Photos

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบินซีเรียม (Cirium) ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ถึงวันที่ 4 มี.ค. 2569 มีเที่ยวบินในภูมิภาคนี้มากกว่า 20,000 เที่ยวที่ถูกยกเลิก โดยตัวเลขดังกล่าวเทียบเท่ากับที่นั่งบนสายการบินถึง 4.4 ล้านที่นั่ง อ่านเพิ่มเติมที่นี่

ตั้งแต่ที่สงครามเปิดฉากขึ้น เว็บไซต์ไฟลท์เรดาร์ (flightradar24) รายงาน ณ เวลา 6.forty five น. ตามเวลามาตรฐานเวลาสากล (UTC) ซึ่งเร็วกว่าไทยราว 7 ชั่วโมงว่า อิหร่านได้ปิดน่านฟ้าทั้งหมดอย่างสิ้นเชิงอย่างน้อยจนถึงเวลา 12.00 น. ตามเวลา UTC ของวันที่ 28 ก.พ. และเที่ยวบินที่อยู่ระหว่างการบินอยู่แล้วกำลังทยอยออกจากประเทศ

การปิดน่านฟ้าโดยหลักแล้วหมายถึง การที่รัฐบาลหรือหน่วยงานการบินพลเรือนของประเทศหนึ่ง ออกประกาศ ห้ามเครื่องบินพลเรือนทุกลำบินเข้า -ออก หรือบินผ่านน่านฟ้าของประเทศตัวเองในช่วงเวลาที่กำหนด

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือไอเคโอ (ICAO) ออกแถลงการณ์ซึ่งมีใจความท่อนหนึ่งระบุว่า “กรอบการทำงานของไอเคโอคุ้มครองผู้โดยสารและลูกเรือ โดยกำหนดให้ต้องปิดน่านฟ้าเมื่อความปลอดภัยถูกคุกคาม”

นับจนถึงเวลาราว 18.30 น. ของวันที่ 9 มี.ค. เว็บไซต์เซฟ แอร์สเปซ (Safe Airspace) ซึ่งเป็น องค์กรเครือข่ายการบินที่สมาชิกอิสระที่มีสมาชิกกว่า 7,000 ราย ประกอบด้วยสายการบิน แผนกการบินขององค์กรธุรกิจ ผู้ให้บริการเครื่องบินส่วนตัว ผู้ให้บริการเช่าเหมาลำ หน่วยงานทหาร และหน่วยงานภาครัฐ ยังขึ้นเตือนว่า “ห้ามบิน” ผ่านน่านฟ้าอิหร่าน

“ความเสี่ยงหลักในน่านฟ้าอิหร่านคือ การที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศอาจระบุอากาศยานพลเรือนผิดพลาดในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทวีความรุนแรง” เว็บไซต์ดังกล่าวระบุ

ที่มาของภาพ : Panisa Aemocha/BBC Thai

ภาพครอบครัว เพียรทอง ขณะเดินออกมาพร้อมกับผู้อพยพคนอื่น ๆ และเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ เพื่อร่วมงานแถลงข่าว ณ วันที่ 9 มี.ค. 2569

เมื่อถามว่าสถานการณ์ครั้งนี้รุนแรงกว่า “สงคราม 12 วัน” ระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้วหรือไม่ เธอตอบทันทีว่ารอบนี้รุนแรงกว่ามาก เพราะรอบที่แล้วเธอไม่ได้ยินเสียงsะเบิดหรือการโจมตีแต่อย่างใด

ทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่างเป็นปรปักษ์คู่สำคัญของอิหร่านมาตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 โดยผู้นำอิหร่านเรียกร้องมาโดยตลอดให้ทำลายล้างอิสราเอล และประณามสหรัฐฯ ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุด

ทั้งสองประเทศเป็นแกนนำฝ่ายตะวันตกในการคัดค้านโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยอ้างว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านปฏิเสธอย่างแข็งขันมาโดยตลอดและชี้ว่ามีเป้าหมายเพื่อสันติภาพเท่านั้น

ทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีสถานที่ด้านนิวเคลียร์และฐานทัพของอิหร่านในเดือน มิ.ย. 2568 ในสงครามที่กินเวลานาน 12 วัน หรือที่เรียกว่า “สงคราม 12 วัน”

จากความเหนื่อยล้าของการเดินทาง .มีโอกาสได้สัมภาษณ์ครอบครัวนี้เพียงสั้น ๆ เท่านั้น ก่อนที่พวกเขาจะขอตัวเพื่อเดินทางต่อไปยังที่พัก

สำหรับสุวรรณา พื้นเพของเธอเป็นคน จ.อุบลราชธานี และเธอกับครอบครัวอาจกลับไปพักพิงกันที่บ้านเกิดของเธอก่อน

เมื่อถามคำถามสุดท้ายว่า เธอวางแผนจะกลับอิหร่านเมื่อใด เธอตอบเราว่า “ยังไม่รู้ และยังไม่ทราบสถานการณ์ต่อไป”

ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวที่สนามบินสุวรรณภูมิว่าหลังจากกลุ่มคนไทยกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงแล้วในวันนี้ จะยังมีกลุ่มที่สองตามมาในวันที่ 10 มี.ค. นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าก็จะยังมีกลุ่มคนไทยอีกราว 75 คน ที่แสดงความประสงค์เดินทางกลับประเทศ

สำหรับการอพยพคนไทยทั้งในอิหร่าน รวมถึงประเทศที่ได้รับผลกระทบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายสีหศักดิ์ ย้ำว่าทั้งหมดตั้งอยู่บนความปลอดภัยของประชาชน แต่สุดท้ายล้วนเป็นการตัดสินใจของแต่ละบุคคลมิใช่การบังคับ