
โสมาภา ไอที ฉลองครบรอบ 30 ปี ภายใต้แนวคิด “Breaking Thru the Global” ประกาศก้าวใหม่เทคโนโลยีไทยสู่ตลาดโลก ต่อยอดประสบการณ์ระบบบริหารจัดการชายแดนและตรวจคนเข้าเมือง พัฒนา AI Threat Scoring วิเคราะห์ความเสี่ยงผู้เดินทางเข้า-ออกประเทศ พร้อมเปิดตัว InfoSurf ช่วยเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลและรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่โรงแรมดุสิตธานี นายนำโชค โสมาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีการดำเนินธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “Breaking Thru the Global” พร้อมประกาศก้าวใหม่ขององค์กรเทคโนโลยีไทยในการพัฒนานวัตกรรมด้านการบริหารจัดการความมั่นคงผ่านแดนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ภายในงานมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายทักษิณ ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ตลอดจนพันธมิตรจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมแสดงความยินดี
นายนำโชคกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจุดเริ่มต้นของโสมาภา ไอที มาจากความตั้งใจที่จะพัฒนาเทคโนโลยีโดยคนไทย เพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะระบบบริหารจัดการการผ่านแดนและระบบตรวจคนเข้าเมือง
นายนำโชคกล่าวอีกว่า แนวคิด “Breaking Thru the Global” ไม่ได้หมายถึงเพียงการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ แต่ยังหมายถึงการยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมของไทยให้ได้รับความเชื่อมั่นในระดับสากล โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสามารถสร้างคุณค่าให้กับประเทศ ประชาชน และสังคม

บริษัทได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านระบบบริหารจัดการชายแดนที่สั่งสมมากว่า 30 ปี มาต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยี AI โดยหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญคือ AI Threat Scoring ซึ่งใช้สนับสนุนการวิเคราะห์ความเสี่ยงของบุคคลที่เดินทางเข้าและออกประเทศ รวมถึงแอปพลิเคชัน InfoSurf ที่ช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจและการบริหารทรัพยากร ตลอดจนเตรียมรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
นายนำโชคกล่าวด้วยว่า จุดแข็งสำคัญของบริษัทคือองค์ความรู้และประสบการณ์ที่พัฒนาขึ้นจากการทำงานกับข้อมูลจริงจำนวนมาก โดยระบบ AI สามารถเรียนรู้จากข้อมูลธุรกรรมในระดับพันล้านรายการ ซึ่งเป็นฐานความรู้และประสบการณ์ที่บริษัทสั่งสมมาตลอดระยะเวลา 30 ปี และนำมาต่อยอดในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ในโอกาสครบรอบ 30 ปี บริษัทยังจัดโครงการ “30 ปี 30 ทุน” มอบทุนการศึกษาแก่โรงเรียนพระดาบส เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและมีส่วนร่วมในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ
นายนำโชคกล่าวว่า บริษัทจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี ความมั่นคง และเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศ และมีส่วนสนับสนุนการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาค














