ภาวะแพ้สัตว์เนื้อแดงอย่างรุนแรงหลังจากถูกเห็บกัดคืออะไร อาการเป็นอย่างไร

ที่มาของภาพ : Equipped: Myfanwy Webb

เจเรมี เวบบ์ เด็กชายวัย 15 ปี เสียชีวิตด้วยภาวะแพ้รุนแรงเฉียบพลันอันมีสาเหตุมาจากโรคภูมิแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เกิดจากการถูกเห็บกัด
Article Recordsdata
    • Creator, เฮเลน ลิฟวิงสโตน
    • Reporting from, รายงานจากนครซิดนีย์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 9 นาที

มาฟานวี เวบบ์ ผู้เป็นแม่ ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ในงานวันเกิดของเธอที่จัดขึ้นเมื่อห้าปีที่แล้ว เธอจมอยู่กับความรู้สึกเสียใจ เมื่อนึกได้ว่าเธอพลาดโอกาสที่จะช่วยชีวิตลูกชายเอาไว้

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หลังการฉลองมื้อกลางวันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เจเรมีเริ่มมีอาการหายใจลำบาก พ่อแม่ของเขาจึงโทรเรียกรถพยาบาล หลังจากนั้นเด็กชายวัย 15 ปีคนนี้ก็เริ่มอาเจียนออกมา

หลังรับการรักษาที่โรงพยาบาล แพทย์สันนิษฐานว่าเจเรมีอาจมีอาการแพ้เนื้อสัตว์ แต่ท้ายที่สุดแล้วแพทย์กลับสรุปว่าอาการนี้เป็นผลมาจากโรคหอบหืดที่เจเรมีเริ่มเป็นมาตั้งแต่เป็นเด็ก วันต่อมาเจเรมีจึงถูกส่งกลับบ้านตามปกติ

“ฉันคิดผิด” เวบบ์กล่าว เธอเสียดายที่ตอนนั้นเธอน่าจะขอให้แพทย์ตรวจละเอียดกว่านี้

ถ้าเธอขอให้ตรวจเพิ่มอีกสักนิด แพทย์คงวินิจฉัยได้ว่าแท้จริงแล้ว เจเรมีกำลังตกอยู่ภายใต้ภาวะแพ้รุนแรงเฉียบพลัน และพาเขากลับบ้านพร้อมกับปากกาฉีดอะดรีนาลีน (Epipen)

หลังจากนั้นประมาณหนึ่งปี ในเดือน มิ.ย. ปี 2022 เจเรมีเสียชีวิตลงหลังจากกินไส้กรอกเนื้อวัวในทริปตั้งแคมป์กับเพื่อน ๆ ที่ชายหาดทางตอนเหนือของนครซิดนีย์

ในตอนแรก สาเหตุการเสียชีวิตถูกระบุไว้ว่าเป็นเพียงแค่โรคหอบหืด แต่ต่อมาในเดือน ก.พ. หลังจากที่พ่อแม่ของเขาทำการเร่งดำเนินการสอบสวนการเสียชีวิตของลูกชาย เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศwระบุว่า อาการหอบหืดกำเริบและภาวะแพ้รุนแรงถึงแก่ชีวิตในครั้งนี้ มีสาเหตุที่แท้จริงมาจากภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (mammalian meat allergy หรือ MMA ) หลังจากที่ถูกเห็บกัด

การเสียชีวิตของเจเรมีนับเป็นครั้งแรกในโลกที่ทำให้รู้ว่าสาเหตุของการจากไปมาจากภาวะ MMA หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรคแพ้เนื้อสัตว์ที่เกิดจากการแพ้สารอัลฟา-กัล หรือ อัลฟา-กัล ซินโดรม (alpha-gal syndrome)

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุด

Discontinuance of ได้รับความนิยมสูงสุด

จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคแพ้เนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2007 เมื่อแพทย์ชาวออสเตรเลียคนหนึ่งได้ค้นพบเป็นครั้งแรกว่าอาการแพ้ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการถูกเห็บกัด

ปัจจุบันนี้ นักวิทยาศาสตร์และนักรณรงค์ทั้งหลายกำลังเตือนว่าอาการแพ้เหล่านี้ แม้จะสามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงได้ง่าย แต่เหตุที่ไม่คาดคิดก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน และอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ที่มาของภาพ : Equipped: Myfanwy Webb

เจเรมี เวบบ์ อยู่ทางด้านซ้าย และครอบครัว รวมถึงคุณแม่ของเขา มาฟานวี เวบบ์

เวบบ์สงสัยมานานแล้วว่าลูกชายของเธอน่าจะแพ้เนื้อสัตว์ แต่ยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ และทางครอบครัวก็ไม่รู้มาก่อนเลยว่าอาการแพ้นี้สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

“ณ ตอนนั้น ที่ฉันศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ บ่งชี้เลยว่ามันเป็นมากกว่าแค่การแพ้อาหาร”

เมื่อมองย้อนกลับไป เธอบอกว่า มันหมือน “การsะเบิดเวลาแบบนับถอยหลัง”

อาการแพ้มีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรง ประกอบไปด้วยอาการผื่นขึ้นบนผิวหนัง อาการบวม ปวดเกร็งบริเวณท้อง อาเจียน และภาวะภูมิแพ้ขั้นรุนแรง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

เมื่อเจเรมีอายุประมาณ 10 ปี เขาเคยมีอาการคลื่นไส้หลังจากที่กินเนื้อสัตว์เข้าไป หรือในบางครั้งก็รู้สึกแบบเดียวกันหลังจากสูดควันของเนื้อย่าง ซึ่งแม่ของเขาเชื่อว่า อาการดังกล่าวอาจจะเพิ่งเริ่มเกิดขึ้นหลังจากงานฉลองวันเกิดของเธอ

มีอีกครั้งหนึ่ง เขาต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะกินมาร์ชเมลโลว์เข้าไป ซึ่งมีส่วนผสมของเจลาตินที่สกัดมาจากชิ้นส่วนของสัตว์

อะไรที่เป็นสาเหตุของการเกิดจุดแพร่ระบาดของโรคแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ศาสตราจารย์เชอรีล แวน นูเนน เป็นผู้ค้นพบความเชื่อมโยงกันระหว่างโรคแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กับเห็บ หลังพบความเชื่อมโยงบางอย่างในผู้ป่วยจากคลินิกโรคภูมิแพ้ของเธอในนครซิดนีย์

ในขณะที่กำลังทำงานอยู่ที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย เธอพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในหนึ่งในสองเขตพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสูงที่สุดในโลกโดยไม่ได้ตั้งใจ

อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะมีการพบผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ลักษณะนี้ในทั้ง 6 ทวีปที่มีเห็บอาศัยอยู่ก็ตาม

ในออสเตรเลีย ภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเกิดขึ้นจากการถูกเห็บที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการอัมพาตกัด แวน นูนาอธิบายว่า หลังจากถูกกัดสองครั้ง 50% ของผู้ป่วยจะสร้างแอนติบอดีที่ต้านสารอัลฟา-กัล ซึ่งเป็นโมเลกุลน้ำตาลที่พบในน้ำลายของเห็บ

หลังจากนั้น พวกเขามีโอกาส 15 ถึง 20% ที่จะมีภาวะแพ้เนื้อสัตว์

“ถ้าเพียงแต่ผู้คนจะรู้ว่าเห็บตัวหนึ่งทำอะไรได้บ้าง” เธอกล่าว

เจเรมี ซึ่งเติบโตมาในบ้านท่ามกลางป่าทึบที่อยู่ทางตอนเหนือของนครซิดนีย์ เขาถูกเห็บกัดมาตั้งแต่ยังเด็ก

ที่มาของภาพ : Getty

วิวจากแหลมบาร์เรนโจอีในเขตชายหาดทางตอนเหนือของนครซิดนีย์ ซึ่งเป็นแหล่งแพร่ระบาดของภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลียงลูกด้วยนม

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเพราะเหตุใดชายฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือของนครซิดนีย์ จึงเป็นแหล่งแพร่ระบาดของภาวะแพ้เนื้อสัตว์ ในบางพื้นที่มีผู้ป่วยมากกว่า 700 รายต่อจำนวนประชากร 100,000 คน

แต่มีหลายสมมติฐานที่พออธิบายเหตุผลเหล่านั้นได้ ดร. อเล็กซ์ กอฟตัน ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเห็บ เป็นผู้นำทีมวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับภูมิแพ้ชนิดนี้ ระบุ

สาเหตุหนึ่งมาจากการที่ผู้คนมีโอกาสสัมผัสกับเห็บมากขึ้นในบริเวณนั้น

“จำนวนประชากรของเห็บในพื้นที่ที่มีเห็บชุกชุมมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 20 ถึง 30 ปีที่ผ่านมา” กอฟตันกล่าว

ช่วงปี 2020 ถึง 2023 เป็นช่วงที่มีฝนตกหนักจากปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งเป็นสภาวะที่เห็บสามารถเจริญเติบโตได้ดี และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น การระบาดของโรคโควิด-19 ก็ยิ่งผลักดันให้ผู้คนจำนวนมากย้ายออกจากเมืองไปอยู่ในชนบทมากขึ้น กอฟตันกล่าวเสริม

อัตราการวินิจฉัยที่สูงขึ้น มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 22% ทุกปี นับตั้งแต่ปี 2020 อาจเป็นผลมาจากความตระหนักรู้และการตรวจสอบที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

จากการใช้ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ เขาสรุปได้ว่าผู้ต้องสงสัยมีภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีมากกว่า 5,000 รายในออสเตรเลีย แม้ว่าเขาเชื่อว่าตัวเลขนี้ต่ำกว่าความเป็นจริงก็ตาม

ที่มาของภาพ : Getty

เห็บที่ทำให้เกิดอาการอัมพาต (Ixodes holocyclus) พบได้ตามแนวชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย ตั้งแต่ทางเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ ผ่านรัฐนิวเซาท์เวลส์ ไปจนถึงทางเหนือของรัฐวิกตอเรีย

อาการแพ้ “เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง”

ถึงแม้ว่าผู้คนจะตระหนักถึงปัญหานี้มากขึ้น แต่การวินิจฉัยภาวะแพ้เนื้อสัตว์นั้นเป็นเรื่องยาก

อาการมักจะเริ่มปรากฏในเวลากลางคืน หรือหลายชั่วโมงหลังกินอาหารเย็น และสำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืด อาการทั้งสองอย่างนี้อาจทำให้เกิดความสับสนได้

แวน นูนาอธิบายว่ามันเป็น “อาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง”

บางครั้งอาจไม่มีอาการเลย ในขณะที่บางครั้งอาการอาจรุนแรงขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น ชนิดของเนื้อสัตว์ วิธีการปรุงสุก และรสเผ็ดร้อน รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ การออกกำลังกายหลังอาหาร หรือการนอนหลับไม่เพียงพอ

ผู้ที่มีภาวะไวต่อสารก่อภูมิแพ้ อาจถูกกระตุ้นด้วยผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น นม และสิ่งใด ๆ ก็ตามที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ผลิตภัณฑ์ความงามและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีส่วนผสมของลาโนลิน รวมถึงถุงพลาสติกในซูเปอร์มาร์เก็จที่มีกรดสเตียริกด้วย

ควันจากการปิ้งย่าง หรือการลูบคลำแมวหรือสุนัข ก็อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน

เอลิซาเบธ โรว์ลีย์ คุณแม่ลูกสาม อาศัยอยู่ในเมืองแฮนแนม เวล บนชายฝั่งตอนกลางของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ใช้เวลาไปพบแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้มากว่าหลายปี เพื่อหวังว่าพวกเขาจะสามารถวินิจฉัยอาการปริศนาที่รบกวนเธอได้

แต่หลายคนมองข้ามอาการของเธอ ซึ่งเริ่มมีตั้งแต่ปี 2006 มีตั้งแต่การสูญเสียความทรงจำและอาการมึนงง ไปจนถึงอาการเจ็บหน้าอก อาการชาที่แขน ปวดเมื่อยร่างกายและหายใจลำบากจนทำให้เธอหมดสติบ่อยครั้ง

เธอเล่าถึงสิ่งที่คนอื่นพูดกับเธอ “พวกเขาบอกว่า “คุณเริ่มวิตกกังวลเรื่องสุขภาพมากเกินไปแล้วนะ มันไม่ใช้ภาวะแพ้รุนแรง (anaphylaxis) สักหน่อย เลิกคิดมากเถอะ””

ตั้งแต่นั้นมา เธอได้ทำการตั้งกลุ่มในเฟซบุ๊กเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาเดียวกัน

“มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายทางจิตใจมากกว่าอย่างอื่นเลย แค่พยายามหาว่ามันคืออะไรกันแน่ก็แย่มากแล้ว” เธอกล่าว “ฉันคิดว่าตัวเองกำลังบ้าไปแล้ว”

เรมี วิลเลียมส์ นักศึกษาจิตวิทยาวัย 23 ปี อาศัยอยู่ในย่านนอร์เทิร์นบีชส์ของนครซิดนีย์ และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่ยังเด็ก เธอกล่าวว่า การระมัดระวังเรื่องอาหารการกินบ่อย ๆ อย่างต่อเนื่องนำไปสู่พฤติกรรมการกินอาหารผิดปกติ

เธอกล่าวว่า แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบมากกว่านั้น คือการได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่ของเธอ ซึ่งก็มีอาการแพ้เช่นกัน และเคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรงบนเครื่องบินถึงสองครั้ง

“มันน่ากลัวมาก” เรมีกล่าว “แม่เกือบเสียชีวิตต่อหน้าฉันเลย”

ที่มาของภาพ : Equipped: Elizabeth Rowley

เอลิซาเบธ โรว์ลีย์ ใช้เวลาหลายปีในการพยายามหาสาเหตุของอาการปริศนาที่เธอกำลังเผชิญ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งต่าง ๆ ที่มีสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ การดำเนินชีวิตอาจกลายเป็นเรื่องยาก

โรว์ลีย์ประสบปัญหาในการหางานเป็นเจ้าหน้าที่บันทึกบัญชี เพราะสถานที่ทำงานหลายแห่งทำให้เธอกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้

งานในศูนย์การค้าต่าง ๆ ถูกตัดออกไป เนื่องจากควันจากร้านอาหาร และแม้แต่ในสภาพแวดล้อมที่เล็กกว่านั้น พฤติกรรมการกินของเพื่อนร่วมงานก็อาจส่งผลกระทบต่อเธอได้

พฤติกรรมการปิ้งขนมปังของเจ้านาย กลายเป็นเรื่องที่น่าลำบากในแต่ละวัน เธอกล่าว

“ทันทีที่เขาทาเนยลงบนขนมปัง ฉันแบบว่า..” เธอคร่ำครวญ “แต่คุณจะเดินเข้าไปบอกเจ้านายว่า ขอโทษนะ คุณกินอันนี้ไม่ได้ แบบนี้เรื่อย ๆ ไม่ได้หรอก”

การเข้าสังคมก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน เพราะในหลาย ๆ กิจกรรมหรือการนัดเจอมักต้องมีอาหารมาเกี่ยวข้อง

“คุณไม่สามารถไปปาร์ตี้ปิ้งย่างใด ๆ ได้” โรว์ลีย์กล่าว “ร้านอาหารบางร้านหรือร้านส่วนใหญ่ก็ไปไม่ได้”

ที่มาของภาพ : ABC News: Jak Rowland

เชอริล แวน นูเนน ค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างเห็บกับอาการแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นครั้งแรกในปี 2007

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แวน นูเนนกังวลมากที่สุดคือ 85% ของผู้ที่มีอาการแพ้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งก็คือผู้ที่สร้างแอนติบอดีขึ้นมาแล้วแต่ไม่แสดงอาการใด ๆ เลยหลังกินเนื้อสัตว์

เนื่องจากภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด ผู้ป่วยเหล่านี้จึงอาจมีปฏิกิริยาต่อการรักษาทางการแพทย์ได้ ดังที่แวน นูเนนอธิบาย เพราะยาหลายชนิดมีส่วนประกอบที่ได้จากสัตว์ เช่น วัคซีนที่มีเจลาตินเป็นส่วนประกอบ

มีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายหลังจากได้รับยาเซทูซิแมบ (cetuximab) เพื่อรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง

อีกหนึ่งรายเสียชีวิตหลังจากได้รับการถ่ายเลืoด

แวน นูเนนกล่าวว่า “เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว” ว่ามีผู้เสียชีวิตจากภาวะแพ้เนื้อสัตว์มากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีการบันทึกไว้อย่างละเอียดที่สุดคือ กรณีของนักบินสายการบินชาวอเมริกันที่เสียชีวิตไม่กี่ชั่วโมงหลังกินแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2024 และกรณีของเจเรมี

แวน นูเนนกล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ควรเรียนรู้จากการเสียชีวิตของเจเรมี คือ 94.8% ของผู้ที่เสียชีวิตจากภาวะแพ้อาหารรุนแรงนั้น เกิดจากการที่อาหารไปกระตุ้นอาการหอบหืดของพวกเขา

ที่มาของภาพ : Equipped: Myfanwy Webb

ขณะที่หนึ่งในสิ่งที่เจเรมหลงใหลคือ การซ่อมเครื่องยนต์เก่า

“พวกเขาจะเข้าสู่ภาวะหอบหืดเฉียบพลันทันที และหากคุณไม่ใส่ท่อช่วยหายใจภายในเวลาที่กำหนด ถ้าพวกเขามีภาวะหยุดหายใจ คุณมีเวลาเพียงสี่นาที มิเช่นนั้นสมองของพวกเขาจะเสียชีวิต” เธออธิบาย

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เวบบ์เข้มแข็งขึ้นนับตั้งแต่ที่เสียลูกชายไป คือ “การมองชีวิตในแง่บวก” ของเจเรมี “เขาใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ พยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์แม่แต่นาทีเดียว” เธอกล่าว

นั่นทำให้เธอตั้งใจแน่วแน่ที่จะสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะภูมิแพ้ที่คร่าชีวิตเจเรมีไป และพัฒนาแนวทางการรักษา เพื่อไม่ให้ครอบครัวอื่นต้องมาเผชิญกับความเจ็บปวดเหมือนเธอ

นอกจากการออกมาพูดต่อสาธารณะเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเจเรมี เวบบ์ยังให้ความร่วมมือกับโรงพยาบาลที่เจเรมีเข้ารับการรักษาเพื่อช่วยพัฒนาการฝึกอบรมเกี่ยวกับภาวะแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

นอกจากนี้ เธอยังกำลังเขียนรายงานร่วมกับแวน นูเนม ซึ่งมีกำหนดจะนำเสนอในการประชุมปลายปีนี้

“ตอนนี้มุมมองเชิงบวกของเจเรมี กำลังช่วยผู้คนอยู่จริง ๆ แม้ว่าเขาจะจากไปแล้วก็ตาม” เธอกล่าว “ฉันคิดว่าเขาคงจะพอใจกับพวกเรามาก”

วิธีหลีกเลี่ยงการถูกเห็บกัด

  • เมื่ออยู่ในป่า ควรปกปิดร่างกายให้มิดชิด สอดถุงเท้าเข้าไปในกางเกงและสวมเสื้อผ้าสีอ่อนเพื่อให้มองเห็นเห็บได้ง่าย
  • ห้ามนอนราบหรือปิกนิกบนพื้นดินโดยตรง
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ไล่แมลงที่มีส่วนผสมของ DEET หรือสารพิคาริดิน (picaridin)
  • ตรวจสอบตัวเองว่ามีเห็บเกาะอยู่หรือไม่หลังจากเดินในพื้นที่ที่มีเห็บชุกชุม และอย่าลืมตรวจสอบสัตว์เลี้ยงของคุณด้วย
  • หากถูกเห็บกัด จำไว้ว่าให้นึกถึงวิธี “นิ่ง อย่าบีบ” – ใช้สเปรย์ฆ่-าเห็บแล้วปล่อยให้มันหลุดมาออกเอง แทนที่จะใช้แหนบ เพราะอาจทำให้เห็บปล่อยสารพิษเข้าสู่กระแสเลืoดได้