
“จุดยืนของผมในการทำงานด้านสิทธิมนุษยน เราไม่เคยเดินนอกกรอบ เราเล่นในเกมส์ ตามกฎหมาย การแบ่งแยกดินแดน ไม่ใช่จุดยืน คำพูดของเค้าแบบนี้ เป็นเรื่องจริง และเจาะจงถึงผม ก็ต้องดูว่า เค้าได้ข้อมูลมากจากไหน จากงานด้านการข่าวส่วนไหน ทำไมถึงถูกฝังชิบด้วยความคิดแบบนี้ มันน่ากลัวมาก” นายกมลศักดิ์ กล่าว
ส่วนการออกมาให้สัมภาษณ์ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ หน่วยงานด้านความมั่นคง แต่ไม่พอใจส่วนตัวที่นายกมลศักดิ์ ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เป็นการรับสารภาพเพื่อตัดจบเรื่องนี้ นายกมลศักดิ์ เห็นว่า ก็อาจเป็นไปได้ เพราะตลอดการให้ปากคำ เรือเอกวิโรจน์ ก็พยายามตัดประเด็นกองทัพออกไป แต่ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าข้ออ้างของเรือวิโรจน์จะฟังขึ้นหรือไม่ และสังคมจะคิดอย่างไร แต่ก็เห็นว่า มีความพยายามจะกันคนที่ให้ยืมรถ กอ.รมน.ออกไป ซึ่งคำให้การก็ขัดกับคนอื่น โดยเฉพาะนาวาเอกมนตรีที่ให้วิโรจน์ยืมรถ ก็ยืนยันในการสอบสวนทางวินัยว่า ให้ยืมรถเอง มันจึงย้อนแย้งกัน
ส่วนประเด็นที่เรือเอกวิโรจน์ให้การว่า เกิดความลังเลระหว่างก่อเหตุจึงยิvพลาดเป้า ในเรื่องนี้เห็นว่า อาจจงใจทำให้ความผิดเบาลง
“ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ ซึ่งการพูดว่า ลังเลไม่ได้ตั้งใจยิv อาจเพราะจะทำให้ข้อหาเบาลง พนักงานสอบสวนก็ต้องหาหลักฐานถึงเจตนาฆ่-า แต่ฆ่-าไม่สำเร็จ ก็ต้องกลับไปดูพฤติการการก่อเหตุ การตระเตรียมการ การจัดหาอาวุธปืน ที่เข้าข่ายไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งอัตราโทษจะสูงกว่า แต่เราก็พอมองว่า การให้การแบบนี้กำลังคิดแนวทางที่จะต่อสู้คดีในอนาคต” นายกมลศักดิ์กล่าว
นายกมลศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีการเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน เพราะมีหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ ที่อาจสาวไปจนถึงตัวผู้บงการ แต่ทราบว่าเมื่อวานนี้พนักงานสอบสวนติดภาระกิจในการรับตัวเรือเอกวิโรจน์ จึงไม่ได้สอบสวนเพิ่มเติมในเรือนจำ และอาจมีการแต่งตั้งพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมจากตำรวจภูธรภาค 9 มาร่วมด้วย แต่ก็อยากให้เร่งรัดเรื่องนี้ เพราะพยานบางอย่าง หากเวลาล่วงเลยไปก็อาจทำให้เปลี่ยนแปลงได้
ข่าวใต้แลได้ที่เรา ThaiPBS
( RSS) 2026-04-24 06:51:00———ข่าวอัพเดทจาก : เฟซบุ๊ค Thai PBS ศูนย์ข่าวภาคใต้ ———www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย












