
ขอบคุณที่ติดตาม.
.ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามการรายงานสดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มาตลอดทั้งวัน พบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ
กกต.กรุงเทพมหานคร แถลงผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ-คนใช้สิทธิไม่ถึง 50%
นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร แถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร อย่างไม่เป็นทางการ เวลาราว 21.30 น.
นายณรงค์ ระบุว่ากระบวนการประมวลผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ใน 50 เขต ได้ถูกส่งเข้าสู่ระบบแล้วประมาณ 90% ณ เวลาที่มีการแถลง ในนามของผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร
ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการ
- ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดอันดับ 1 ได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หมายเลข 9 ได้คะแนน 1,444,914 คิดเป็นร้อยละ 65.6%
- ผู้สมัครที่ได้คะแนนอันดับ 2 คือ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข หมายเลข 14 ได้คะแนน 288,171 คะแนน คิดเป็น 13.1%
- ผู้สมัครที่ได้คะแนนอันดับ 3 คือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หมายเลข 10 ได้คะแนน 176,934 คะแนน คิดเป็น 8%
สำหรับสถิติข้อมูลในการเลือกตั้งครั้งนี้ กล่าวโดยสรุป ดังนี้
การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร
- มีจำนวนผู้มีสิทธิ์ 4,428,644 คน จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ 2,201,739 คน คิดเป็น 49.7%
การเลือกตั้ง ส.ก.
- มีจำนวนผู้มีสิทธิ์ 4,384,693 คน มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ 2,077,921 คน คิดเป็น 47.4% ซึ่งข้อมูลสถิติแยกรายเขตและรายหน่วยเลือกตั้ง ได้ถูกบันทึกและแสดงไว้อย่างโปร่งใสบนเว็บไซต์ เลือกตั้งกรุงเทพ69.com
ในการนี้นายณรงค์ยังกล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่และทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี หากประชาชนมีข้อสงสัยใด ๆ สามารถติดต่อได้ด้วยการโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1444 ได้
ส่วนประเด็นมีผู้ใช้สิทธิน้อยนั้นต้องมีการตรวจสอบถึงสาเหตุต่อไป อย่างไรก็ดี ปลัดกรุงเทพมหานครยืนยันว่า ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างเต็มที่
ในการแถลงเดียวกันนี้ ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผู้อำนวยการกกต.กรุงเทพมหานคร) ระบุว่าผลคะแนนขณะนี้ยังเป็นผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หลังจากนี้จะต้องมีการตรวจสอบและรับรองผลอย่างเป็นทางการตามกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลาง โดยหากไม่มีการร้องเรียนจะประกาศผลภายใน 30 วัน แต่หากมีข้อคัดค้านอาจใช้เวลาถึง 60 วัน โดยวันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพมหานครจะมีการ “รับรองผลคะแนนไปก่อน” ส่วนการประกาศการรับรองผลการเลือกตั้งจะเป็นหน้าที่ของ กกต.ต่อไป

ที่มาของภาพ : กรุงเทพมหานคร
“ชัชชาติ” ทุบสถิติตนเองเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร สมัยที่สอง
สรุปผลการนับคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่า ฯ กรุงเทพมหานคร และ ส.ก. เวลา 22.04 น. โดยนับคะแนนไปแล้ว 95% จากข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
- อันดับที่ 1 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ 1,444,914 คะแนน
- อันดับที่ 2 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ 288,171 คะแนน
- อันดับที่ 3 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน 176,934 คะแนน
- อันดับที่ 4 นายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ 101,819 คะแนน
- อันดับที่ 5 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครอิสระ 45,598 คะแนน
ส่วนผลเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต ซึ่งนับคะแนนไปแล้ว 94.54% พรรคและกลุ่มการเมืองที่ได้ที่นั่ง ส.ก. ประกอบด้วย
- พรรคประชาชน 22 ที่นั่ง
- กลุ่มคนทำงาน 11 ที่นั่ง
- พรรคประชาธิปัตย์ 8 ที่นั่ง
- กลุ่มเพื่อไทย Existence ลงตัว 4 ที่นั่ง
- กลุ่ม Greater Bangkok 2 ที่นั่ง
- ผู้สมัครอื่น ๆ ที่ลงในนามอิสระ 3 ที่นั่ง


แชมป์เก่าประกาศชัยชนะเลือกตั้ง เป็นนายกฯ เมืองพัทยาอีกสมัย – พรรคประชาชนพ่ายอีกสนาม
“ขอบคุณคะแนนที่พี่น้องประชาชนชาวพัทยาทุกท่านที่ได้ให้ความไว้วางใจให้พวกเราได้กลับเข้าไปทำงาน” นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีตนายกเมืองพัทยา และผู้สมัครนายกฯ จากกลุ่มเรารักพัทยา แถลงชัยชนะ เมื่อเวลาประมาณ 20.40 น.
เขาย้ำด้วยว่าหลังเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สอง ตนและทีมงานจะเดินหน้านโยบายที่ได้ทำมาตลอดสี่ปีที่แล้ว พร้อมยืนยันร่วมมือกับทุกฝ่ายสร้างพัทยาเป็นเมืองเศรษฐกิจและเมืองน่าอยู่
“เมื่อวันนี้ประชาชนตัดสินแล้ว เราก็เป็นตัวแทนในการทำงาน ซึ่งเราสามารถประสานงานให้กับทุกกลุ่มได้” นายปรเมศวร์กล่าว
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา จากพรรคประชาชน มีภาพเสียน้ำตาก่อนแถลงการณ์แสดงความยินดีกับ “ผู้ชนะ” และขอเคารพน้อมรับฉันทามติของโหวตเตอร์
“เราก็พยายามทำดีที่สุดและเสนอนโยบาย เพราะพี่น้องประชาชนอาจจะยังไม่ได้เห็นการกระทำของเรา เห็นแต่นโยบาย เราก็เชื่อว่ามันเป็นการบ้านใหญ่ที่เราอาจจะต้องไปทำต่อ” นายอิทธิวัฒน์กล่าว
“อนุทิน” โพสต์แสดงความยินดี “ชัชชาติ”
ภายหลังผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเริ่มชัดเจนว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง ทิ้งห่างผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร คนอื่น ๆ
เมื่อเวลา 21.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุสั้น ๆ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ยินดีกับอาจารย์ชัชชาติ พร้อมให้ความร่วมมือในการทำงานเพื่อ กรุงเทพมหานคร ครับ”
“ชัชชาติ” ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ย้ำเป็น “คำสั่งจากประชาชน” มากกว่าชัยชนะ
เวลาราว 20.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร แถลงต่อสื่อมวลชนและประชาชนที่มาให้กำลังใจที่สเตเดียม วัน (Stadium One) หลังคะแนนผลการเลือกตั้งสามารถนำเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ณ เวลาดังกล่าว
นายชัชชาติกล่าวขอบคุณผู้มาใช้สิทธิทุกคน ทั้งผู้ที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน พร้อมย้ำว่าไม่มองสถานการณ์นี้เป็น “ชัยชนะ” แต่เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องรับผิดชอบต่อไป โดยชี้ว่าการทำงานใน 4 ปีข้างหน้าจะมีความท้าทายมากขึ้นจากความคาดหวังของประชาชนและการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ประชาชนผิดหวัง และมองว่าการออกมาใช้สิทธิของประชาชนคือ ความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย
นายชัชชาติยังกล่าวว่า หากได้รับการรับรองผลเลือกตั้ง เขาจะเร่งจัดทำยุทธศาสตร์จากนโยบายทั้งหมด 260 แผนโดยจัดลำดับความสำคัญและเริ่มจากเรื่องที่ยากก่อน พร้อมย้ำว่าประเด็นความโปร่งใสและการต่อต้านคอร์รัปชันต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง รวมทั้งเปิดรับแนวนโยบายจากผู้สมัครรายอื่นเพื่อนำมาปรับใช้
“สิ่งที่ดีใจก็คือ… ไม่แน่ใจว่าสุดท้ายคะแนนจะเป็นยังไงเพราะไม่แน่ใจว่าคนมาออกเสียงเยอะแค่ไหน แต่ดูเปอร์เซ็นต์คือเยอะกว่าหนที่แล้ว 51 กว่า% แต่ในครั้งนี้ 64% ก็แปลว่าแนวโน้มเราดีขึ้น”
เขายังย้ำว่าการได้รับคะแนนเสียงครั้งนี้เป็น “คำสั่งจากประชาชน” มากกว่าชัยชนะ พร้อมระบุว่าจะเร่งเริ่มทำงานทันที ไม่เน้นการเฉลิมฉลอง และให้ความสำคัญกับการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ตั้งแต่วันแรก เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ใน กรุงเทพมหานคร สามารถเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันได้
“สี่ปีจะทำให้ดูว่ากรุงเทพจะต้องเป็นเมืองที่ขึ้นมาอยู่ชั้นนำ แล้วก็สามารถแข่งขันได้กับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก” เขาระบุ
ในประเด็นคำถามจากสื่อเกี่ยวกับการถูกโจมตีระหว่างการหาเสียง นายชัชชาติระบุว่าเป็นเรื่องปกติของการเมือง พร้อมขอบคุณประชาชนที่ยังให้ความไว้วางใจ และย้ำว่าต้องปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันยังเน้นว่าการพัฒนาเมืองในระยะต่อไปต้องมุ่งทั้งคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพของเมืองควบคู่กัน
ต่อคำถามเกี่ยวกับ “ระบบอากง” นายชัชชาติยืนยันว่า ไม่มีอยู่จริง และมองว่าเป็นวาทกรรมทางการเมือง พร้อมระบุว่าหากยังมีข้อสงสัย ก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
ท้ายที่สุด เขากล่าวถึงการทำงานร่วมกับสภากรุงเทพมหานครว่า แม้ผู้ว่าฯ จะไม่จำเป็นต้องมีเสียงข้างมาก แต่จำเป็นต้องทำงานร่วมกับทุกฝ่าย และดูแลประชาชนทุกเขตอย่างเท่าเทียม พร้อมย้ำว่าความสำเร็จของเมืองขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกคน

ที่มาของภาพ : ฺBBC Thai
ชัชชาติ คว้าคะแนนทะลุ 1.33 ล้านเสียง
สรุปผลการนับคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่า ฯ กรุงเทพมหานคร และ ส.ก. เวลา 20.45 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระยังคงมีคะแนนนำผู้สมัครรายอื่น ๆ อย่างขาดลอย โดยมีคะแนนอยู่ที่ 1,334,829 คะแนน ตามมาด้วย นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ ที่มีคะแนนอยู่ที่ 267,225 คะแนน และ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน รั้งอันดับที่สาม ด้วย 163,701 คะแนน, อันดับที่ 4 คือ นายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ 94,251 คะแนน และอันดับที่ 5 คือ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี 41,773 คะแนน
ส่วนผลเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต พรรคและกลุ่มการเมืองที่ได้จำนวนที่นั่งมากที่สุดประกอบด้วย
- พรรคประชาชน 22 ที่นั่ง
- กลุ่มคนทำงาน 11 ที่นั่ง
- พรรคประชาธิปัตย์ 8 ที่นั่ง
- ผู้สมัคร ส.ก. อิสระกลุ่มอื่น ๆ รวม 5 ที่นั่ง
- กลุ่มเพื่อไทย Existence ลง ตัว 4 ที่นั่ง


ปชน. แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ทั้งสองสนามเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร – พัทยา
“ในสนามของกรุงเทพมหานคร ทางการเลือกตั้งผู้ว่าฯ เองก็ค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดแล้วว่ายังไงอาจารย์ชัชชาติก็น่าจะเป็นผู้ว่าฯ คนต่อไปค่อนข้างแน่นอน 100%” นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทน (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเปิดแถลงยอมรับความพ่ายแพ้ โดยเชื่อว่า ทุกการพ่ายแพ้จะทำให้พรรคเข้มแข็งขึ้น กล้านำเสนอประเด็นที่ก้าวหน้ามากขึ้นต่อไป
ด้านนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ขอพรรคประชาชน (ปชน.) ก็ขอขอบคุณผู้ที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งทุกท่าน ทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ตน ทีมงาน และแสดงความยินดีต่อนายชัชชาติในฐานะ “ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ในสมัยที่สอง”
“ส่วนตัวผมเองก็ยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานทั้งเรื่องของการพัฒนากรุงเทพมหานคร อย่างที่เราได้นำเสนอนโยบาย พัฒนาเพื่อเป้าหมายที่จะทำให้คุณภาพของคนกรุงเทพฯ ดีขึ้น และเป้าหมายใหญ่คือ สร้างความเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยให้ก้าวหน้า” นายชัยวัฒน์ระบุ
ขณะที่ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาฯ ของพรรคกล่าวเชื่อมั่นว่า จำนวน ส.ก. ของพรรคที่ชนะจะ “ใกล้เคียงหรือมากกว่า” ที่พรรคเคยได้ในการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร 2565
ส่วนเรื่องการพ่ายแพ้ผู้สมัครอิสระอย่าง นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ในสนาม กรุงเทพมหานคร พรรคก็เข้าใจว่าดีว่าพรรคไม่ได้ครองเสียงคนกรุงเทพฯ อย่างเบ็ดเสร็จในทุกสนามเลือกตั้ง ฉะนั้น “ทุกผลการเลือกตั้งก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น”
“พรรคส้มเราตั้งแต่ก้าวไกลมาเป็นพรรคประชาชนได้รับความนิยมจากพี่น้องประชาชน ได้รับโอกาสจากคนกรุงเทพฯ ที่แลนสไลด์ในกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้แปลว่าเราครองทุกเสียงของพี่น้องคนกรุงเทพ” นายพิจารณ์กล่าว

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
พรรคประชาชนแถลงยอมรับความพ่ายแพ้ทั้งสองสนาม กรุงเทพมหานคร – พัทยา “มัลลิกา” ขอบคุณ “พลังบริสุทธิ์” ยอมรับผลออกมาต่ำกว่าที่ตั้งใจเล็กน้อย
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามอิสระ กล่าวขอบคุณประชาชนชาวกรุงเทพฯ และผู้สนับสนุนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังคะแนนเสียง ณ เวลาราว 19.40 น. แสดงว่าเธอได้รับเสียงโหวตมากเป็นอันดับสอง รองจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ที่ได้คะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง
นางมัลลิการะบุว่า ทุกคะแนนเสียงที่ได้รับถือเป็น “พลังบริสุทธิ์” ที่สะท้อนความต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพฯ พร้อมย้ำว่าแม้การนับคะแนนยังไม่สิ้นสุด แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ก็พร้อมยอมรับและขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะในฐานะผลลัพธ์ของกระบวนการประชาธิปไตยไม่ว่าจะเป็นนายชัชชาติ หรือใครก็ตาม
ผู้สมัครฯ อิสระรายนี้ยังกล่าวถึงการทำงานหาเสียงตลอดระยะเวลา 30 วัน ว่าได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ทั้งด้านนโยบาย การประชาสัมพันธ์ และการดีเบต โดยทุกอย่างเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้
เมื่อถูกถามถึงอนาคตทางการเมือง เธอยืนยันว่าการตัดสินใจได้ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นว่าการลงสมัครครั้งนี้เป็นการอุทิศตัวเพื่อทำงานทันที หากไม่ได้รับเลือกตั้งก็จะกลับไปดำเนินธุรกิจส่วนตัว พร้อมฝากถึงผู้ชนะให้นำแนวนโยบายของผู้สมัครคนอื่นไปต่อยอดเพื่อพัฒนาเมือง
“ได้มีการประกาศตั้งแต่ต้นแล้วว่าถ้าใครจะใช้มัลลิกาตั้งใช้วันนี้ ไม่ใช่รออนาคตหรือชาติหน้า เพราะฉะนั้นก็แปลว่า ถ้าใครจะใช้มัลลิกาก็ต้องใช้วันนี้ ขออนุญาตกราบเรียนนะคะว่าดิฉันมีธุรกิจที่ดิฉันต้องไปรันต่อและทำหน้าที่ของตนเอง” เธอระบุ
เธอกล่าวต่อว่าหากไม่ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ก็อยากฝากผู้ชนะว่านโยบายใดที่เห็นว่าลืมคิดไป เช่น นโยบาย พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ของเธอ ก็อยากให้ได้มีการหยิบยกนโยบายนั้นไปผลักดัน “เพื่อให้มหานครแห่งนี้เกิดความศิวิไลซ์อย่างแท้จริง”
ในประเด็นความคาดหวังต่อคะแนนเสียง ยอมรับว่าผลที่ออกมาต่ำกว่าที่ตั้งใจไว้เล็กน้อย แต่ย้ำว่าเป้าหมายของการลงสมัครคือการชนะ ไม่ใช่เพียงการได้อันดับรองลงมา พร้อมยืนยันว่าจะยอมรับผลการเลือกตั้ง และในอนาคตจะทำหน้าที่เป็นพลเมืองในการติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าฯ
ท้ายที่สุด นางมัลลิกาย้ำจุดยืนว่า ไม่ได้ลงสมัครเพื่อสร้างฐานทางการเมืองระยะยาวหรือพัฒนาต่อยอดเป็นพรรคการเมือง พร้อมตอบโต้การวิเคราะห์ของสื่อบางส่วนที่คาดการณ์อนาคต โดยขอให้ยึดข้อเท็จจริงและสอบถามโดยตรง

ที่มาของภาพ : Thai Knowledge Pix
สรุปผลการนับคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่า ฯ กรุงเทพมหานคร และ ส.ก. เวลา 20.00 น.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระยังคงมีคะแนนนำผู้สมัครรายอื่น ๆ อย่างขาดลอย โดยมีคะแนนอยู่ที่ 753,057 คะแนน ตามมาด้วย นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ ที่มีคะแนนอยู่ที่ 153,401 คะแนน และ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน รั้งอันดับที่สาม ด้วย 91,823คะแนน, อันดับที่ 4 คือ นายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ 53,576คะแนน และอันดับที่ 5 คือ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี 23,938 คะแนน
ส่วนผลเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต พรรคและกลุ่มการเมืองที่ได้จำนวนที่นั่งมากที่สุดประกอบด้วย
- พรรคประชาชน 17ที่นั่ง
- กลุ่มคนทำงาน 11 ที่นั่ง
- พรรคประชาธิปัตย์ 9 ที่นั่ง
- ผู้สมัคร ส.ก. อิสระกลุ่มอื่น ๆ รวม 7 ที่นั่ง
- กลุ่มเพื่อไทย Existence ลง ตัว 6 ที่นั่ง


กกต. แถลงข่าวปิดหีบ กรุงเทพมหานคร-พัทยา ดำเนินไปเรียบร้อยแม้จะเผชิญกับฝนที่ตกหนัก
เวลา 17.30 น. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว “ภาพรวมการปิดสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา และขอบคุณผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รายงานว่าหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร 6,628 หน่วย ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นเมืองพัทยา 113 หน่วยได้ปิดการลงคะแนนเรียบร้อย และภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมสรุปสถานการณ์ตลอดทั้งวัน ซึ่งมีเหตุการณ์บางประการ เช่น เหตุเพลิงไหม้ย่านแจ้งวัฒนะที่ไม่กระทบหน่วยเลือกตั้ง และอุบัติเหตุป้ายล้มใส่ผู้มาใช้สิทธิในเขตบางกะปิซึ่งมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย รวมถึงฝนตกในช่วงบ่ายที่กระทบบางหน่วยในเขตลาดกระบัง แต่ยังคงดำเนินการลงคะแนนจนเสร็จสิ้นตาม
กกต. ยังชี้แจงประเด็นเรื่องคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยอ้างอิงตามกฎหมายว่าผู้มีสิทธิต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี จึงจะมีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งผู้ว่าฯ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) หากย้ายทะเบียนบ้านไม่ครบกำหนดจะเลือกได้เฉพาะผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เท่านั้น เว้นแต่มีการดำเนินการแจ้งนายทะเบียนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วันก่อนวันเลือกตั้งจึงจะสามารถเลือกตั้ง ส.ก. ในเขตการเลือกตั้งเดิมที่ตนเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปีได้
สำหรับ ประชาชนที่อยากติดตามกระบวนการนับคะแนนเสียงสามารถช่องทางการติดตามผลคะแนนทั้งผ่านการสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งซึ่งสามารถทักท้วงกรรมการประจำหน่วยได้หากเห็นพฤติกรรมผิดปกติ ขณะเดียวกันประชาชนที่ไม่สะดวกติดตามการนับคะแนนที่หน่วยได้สามารถติดตามได้ผ่านเว็บไซต์ เลือกตั้งกรุงเทพ69.com และของเมืองพัทยา ติดตามได้ที่เว็บไซต์ vote.pattaya.lunge.th
นอกจากนี้ ยังแจ้งเตือนให้ประชาชนแจ้งเหตุจำเป็นหากไม่ได้ไปใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด ภายในวันที่ 23 – 29 ก.ค. 2569 ผ่านเว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยการไปแจ้งกับนายทะเบียนในพื้นที่หรือจัดส่งไปรษณีย์ให้กับนายทะเบียนในพื้นที่ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง 2 ปี
ส่วนกระบวนการหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร สภากรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยาและสภาเมืองพัทยา กกต. ระบุว่าหากไม่มีเรื่องร้องเรียน สามารถประกาศผลได้ภายใน 30 วัน แต่หากมีข้อร้องเรียนหรือความผิดปกติ อาจต้องมีการเลือกตั้งใหม่หรือการนับคะแนนใหม่ โดยต้องประกาศผลไม่เกิน 60 วัน พร้อมขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย
ต่อข้อกังวลของผู้สื่อข่าวในประเด็นว่าจะมีความผิดพลาดในกรณีการแจกบัตรผิด โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ใช้สิทธิมีสิทธิเลือกเพียงผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร อย่างเดียวหรือไม่ กกต. ชี้แจงว่าได้มีการซักซ้อมขั้นตอนอย่างรัดกุม โดยผู้มีสิทธิการเลือกตั้งเช่นนั้นจะได้รับบัตรเพียงประเภทเดียว โอกาสเกิดความผิดพลาดจึงน้อยมาก อย่างไรก็ตาม หากพบความคลาดเคลื่อนจนจำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้ใช้สิทธิ อาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่ พร้อมเน้นการเปิดให้ประชาชนร่วมสังเกตการณ์และทักท้วงได้ทันที
นอกจากนี้ หากมีฝนตกหรือบัตรเลือกตั้งมีความเสียหายของบัตรเลือกตั้ง กกต. ระบุว่าเบื้องต้นเท่าที่มีการตรวจสอบ บัตรเลือกตั้งมีความเรียบร้อย แต่หากไม่สามารถนับคะแนนได้จนจบ จะมีคำสั่งให้งดการนับและจัดให้มีการนับใหม่ภายใน 15 วัน

ที่มาของภาพ : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง “ชัชชาติ” ยังคงมีคะแนนนำทะลุ 3.5 แสนคะแนน
ผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 19.27 น.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (ผู้สมัครอิสระ) ได้คะแนนนำอยู่ที่ 352,925 คะแนน ทิ้งห่างนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (ผู้สมัครอิสระ) ที่ตามมาเป็นอันดับสอง ด้วย 73,200 คะแนน ส่วนนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ยังคงตามมาเป็นอันดับสามด้วยคะแนน 43,003 คะแนน

“ต่อศักดิ์”ยืนยันไม่มีระบบอากง มีแต่ระบบชัชชาติ เผยยังไม่ได้คุยเรื่องรองผู้ว่าฯ
เวลาราว 18.00 น. นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่สเตเดียม วัน (Stadium One) ต่อความคาดหวังหลังปิดหีบว่าคาดหวังจะได้คะแนนมากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน (2565) ยืนยันว่า “ทีมกรุงเทพทำงาน” พร้อมดำเนินงานหากได้รับตำแหน่งแต่ยังไม่มีการพูดคุยในรายละเอียดโครงสร้างผู้บริหารกรุงเทพมหานครภายใต้สมัย “ชัชชาติ 2” และปฏิเสธว่า ไม่มีสิ่งที่ถูกหลายคนกล่าวหาว่าเป็น “ระบบอากง” มีเพียง “ระบบชัชชาติ” เท่านั้น
ประเด็นแรกเขาประเมินสถานการณ์เลือกตั้งและบรรยากาศการออกมาใช้สิทธิซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีแนวโน้มต่ำกว่าครั้งก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากสภาพอากาศ อย่างไรก็ดี หลายโพลชี้แนวโน้มคะแนนของนายชัชชาติอาจเพิ่มขึ้น ทีมงานระบุว่าเป็นความคาดหวัง เพราะหากได้คะแนนเท่าเดิมย่อมสะท้อนว่าการทำงานด้อยลง
ด้านนโยบายและการบริหาร นายต่อศักดิ์กล่าวว่าหากได้รับตำแหน่งต่อ มีการเตรียมแผนงาน 100 วันแรกไว้แล้วมากกว่า 200 ข้อ ซึ่งครอบคลุมระยะสั้น กลาง และยาว และสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที ขณะที่จำนวนรองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ยังคงมีจำนวนเท่าเดิม และยังไม่ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการว่าใครจะมาดำรงตำแหน่ง โดยเชื่อว่าทุกคนทำงานได้หมดแล้ว แต่ต้องการให้มีสัดส่วนคนรุ่นใหม่มากขึ้น
ส่วนประเด็นที่ก่อนหน้านี้ นายต่อศักดิ์ถูกนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ วิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้บทบาทในฐานะที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ในสมัยของนายชัชชาติ สร้าง “ระบบอากง” เพื่อเอื้อประโยชน์โดยมิชอบ
เขาชี้แจงว่า “ระบบที่ทำอยู่ปัจจุบันนี้คือ ‘ระบบชัชชาติ' นะ คือท่านผู้ว่าฯ เนี่ยเป็นกองหน้า เดินตลอด … ตอน พ.ร.บ. ใหม่เนี่ยเราก็เพิ่มขึ้นไปเยอะนะ แต่เพียงแต่ว่าการกระจายอำนาจต่าง ๆ มันจะเกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่ามีระบบอากง มันคือระบบที่ท่านผู้ว่าฯ วางไว้ เป็นระบบใหม่ แล้วผมไม่เชื่อว่าระบบที่ไหนเคยทำ”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เขาจะดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ดังเดิมหรือไม่ นายต่อศักดิ์ตอบว่า “ต้องถามผู้ว่าฯ ผู้ว่าฯ เป็นคนตั้ง”
ย้อนอ่าน “เปิดใจ ต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อยู่ท่ามกลางข้อครหา “ระบบอากง” ในทีมผู้ว่าฯ ชัชชาติ”

ที่มาของภาพ : HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI
นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำพรรคประชาชนอาจพลาดเป้าลำดับสอง ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิเคราะห์การเมือง ระบุในรายการ “เลือกผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร อีกสักตั้ง: ไทยรัฐ เลือกตั้ง 69” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวีว่า มีสองสาเหตุที่ทำให้ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน (ปชน.) อาจพลาดเป้าไม่ได้อันดับสองในการเลือกตั้งครั้งนี้
- สาเหตุแรก คือ การเปิดตัวช้า การจัดการของพรรคที่ช้าไม่สามารถหาคนมาลงสมัครได้ ขณะที่กระแสของผู้สมัครรายอื่นที่มาแรง
- สาเหตุที่สอง คือ ประสบการณ์การทำงานในฐานะ สส. ที่มีอยู่อย่างจำกัดของตัวแคนดิเดตพรรคอย่าง นายชัยวัฒน์ ซึ่งการอภิปรายส่วนใหญ่เป็นแนววิชาการทำให้ไม่มีความโดดเด่น โหวตเตอร์ชาว กรุงเทพมหานคร อาจเข้าไม่ถึง
“โจ นายชัยวัฒน์ เป็นคนเรียนเก่ง โปรไฟล์เรื่องการศึกษาดี แต่สำหรับชาวบ้าน ถ้าไม่มีชื่อพรรคประชาชนไปเกี่ยวข้อง ต้องยอมรับความจริงว่าชื่อของเขาคนไม่รู้จัก…พูดตรง ๆ แกไม่ แมส (มีชื่อเสียงในหมู่มาก)” นายศิโรตม์ กล่าว
“ชัชชาติ” หวังได้ ส.ก. ที่ “สะอาด สุจริต ทำงานเพื่อประชาชน”
เวลา 18.15 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ปรากฏตัวในห้องส่งของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 (ช่อง 33) ซึ่งกำลังออกอากาศสดรายการ “ศึกชิงผู้ว่าฯ ชี้ชะตามหานคร” โดยใช้เวลาราว 3 นาที
นายชัชชาติกล่าวขอบคุณประชาชนชาว กรุงเทพมหานคร ทั้งที่เลือกและไม่เลือกเขา โดยระบุว่า ผู้ว่าฯ ต้องรับใช้ทุกคนเท่าเทียมกัน “สมัยสองก็เป็นอะไรที่หนักหนา คนที่ชนะก็ไม่ได้ดีใจ มีภารกิจหนักหน่วงรออยู่ข้างหน้า”
ผู้ดำเนินรายการถามว่า กลับมารอบนี้การตรวจสอบต้องเข้มข้นมาก นายชัชชาติตอบว่า “ดีเลยครับ เราก็พร้อม” ที่ผ่านมาประชาชนให้ความสำคัญมาก ไม่เฉพาะ กรุงเทพมหานคร ถ้าไม่ทำเรื่องนี้ก็อยู่ไม่ได้ ส่วนจะใช้ทีมงานเก่าหรือไม่ เขาบอกว่ายังมาได้คุยกัน
อย่างไรก็ตาม ว่าที่ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2 พูดถึง ส.ก. ที่คาดหวังว่า ขอให้สะอาด สุจริต ทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ให้เกียรติข้าราชการและประชาชนในการทำงาน

ที่มาของภาพ : Thai Knowledge Pix
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร กกต.แถลงโต้ คริส โปตระนันทน์ ปมการใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. กรณีย้ายทะเบียนบ้าน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข่าวชี้แจงหลักเกณฑ์การใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร) และ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) หลังนายคริส โปตระนันทน์ สส.พรรคเศรษฐกิจ ระบุว่าไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ได้ เนื่องจากเหตุย้ายทะเบียนบ้านไม่ถึง 1 ปี
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เวลา 11.30 น. นายคริส ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเรียกร้อง กกต. ให้เร่งแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งท้องถิ่น หลังเขาเข้าลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร แต่ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก.ในเขตเดียวกันได้เนื่องจากได้ย้ายทะเบียนบ้านจากเขตพญาไทมายังเขตบางกอกใหญ่
เขาชี้ว่าตนเองและประชาชน “หลายพันคน” ต้อง “ถูกตัดสิทธิโดยไม่ตั้งใจเพราะความไม่ชัดเจนของระเบียบและการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึง” จาก พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ที่อนุญาตให้กลับไปใช้สิทธิในเขตเดิมได้ แต่ขณะเดียวกันกลับมีข้อกำหนดที่ระบุให้ผู้ย้ายทะเบียนบ้านไม่ถึง 1 ปี ต้องลงทะเบียนล่วงหน้ากับนายทะเบียนท้องถิ่นในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า10 วัน
หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ข่าวเลขที่341/2569 ชี้แจงต่อ ข้อร้องเรียนของนายคริสโดยแบ่งออกเป็นสองกรณี
- กรณีแรก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งย้ายทะเบียนบ้าน สามารถไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือก ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้บริหารท้องถิ่น) ในหน่วยเลือกตั้งที่เขตใหม่ ตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านปัจจุบันได้เลย
- ส่วนกรณีสิทธิการเลือกตั้ง ส.ก. (สมาชิกสภาท้องถิ่น) นั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส.ก. จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจนถึงวันเลือกตั้งจึงจะมีสิทธิเลือกตั้งส.ก.ได้ หรือหากย้ายมาจากเขตการเลือกตั้งอื่น สิทธิการเลือกตั้งส.ก.จะยังคงอยู่ในเขตเดิมที่เคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นครั้งสุดท้ายติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี (ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 แก้ที่แก้ไขเพิ่มเติม ม. 38)
ทั้งนี้ กกต. อธิบายเพิ่มเติมว่า หากต้องการให้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ในเขตที่เคยมีชื่อในทะเบียนบ้านอยู่เดิมนั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องยื่นคำขอเพิ่มชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งตาม แบบ ส.ถ./ผ.ถ. 1/7 ต่อ “นายทะเบียนท้องถิ่นในเขตเลือกตั้ง” ก่อนถึงวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน
ปลัด กรุงเทพมหานคร ระบุหน่วยเลือกตั้งแก้ไขสถานการณ์ฝนตกได้เรียบร้อยจนปิดหีบ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร รักษาการผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร แถลงข่าวสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ (28 มิ.ย.) ตั้งแต่ช่วงเช้าจนปิดหีบในเวลา 17.00 น.
ส่วนหนึ่งในการแถลงข่าว เขาระบุถึงเหตุการณ์ฝนตก-พายุลมแรงในหลายพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย เช่น ป้ายประชาสัมพันธ์ หรือ การต้องขยับอย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า การนับคะแนนคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเวลา 22.00 น. ตามที่เคยให้ข่าวก่อนหน้านี้

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
เกิดเหตุฝนตก-ลมแรงในหลายพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง “อนุชา” ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้เป็นคนแรก พร้อมขอบคุณทุกคะแนนเสียง
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ในเวลาราว 17.45 น. ยอมรับผลการเลือกตั้ง หลังคะแนนโพลหลังปิดหีบเวลา 17.00 น. ระบุว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์จะได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร อย่างท่วมท้น
นายอนุชาระบุว่า ตนยังคาดหวังว่านโยบายที่ตนและพรรคประชาธิปัตย์ทำขึ้นควรถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อ ไม่ควรจบลงเพียงผลการเลือกตั้ง ทั้งยังเปิดกว้างให้มีการต่อยอดหรือเสริมเข้ากับแนวทางของผู้นำคนอื่น เช่น นายชัชชาติ โดยพร้อมให้การสนับสนุน
ในขณะเดียวกันเขาขอบคุณประชาชน สื่อมวลชน ผู้สนับสนุน และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังคงให้ความเชื่อมั่น รวมถึงผู้ที่ให้กำลังใจเขาและพรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนแสดงความขอบคุณต่อผู้บริหารพรรคและผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต ที่ร่วมลงพื้นที่พบปะประชาชน และช่วยสะท้อนปัญหาจากหลากหลายกลุ่ม
“ขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจกับ ปชป. ที่ผ่านมา แม้ไม่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม และหากครั้งนี้เป็นการเลือกครั้งแรกก็ขอให้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย”
เขายังระบุอีกว่า เขาไม่ได้คิดว่า 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการขอคะแนนเสียง แต่เป็นโอกาสในการพบปะประชาชน นำเสนอนโยบายและให้เข้าใจพี่น้อง และยืนยันว่าแม้ไม่ได้รับการเลือกตั้งแต่ก็จะยังเป็นผู้ประสานงานที่ดีในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประชาชนในทุกปัญหาที่เกิดขึ้น

ที่มาของภาพ : Thai Knowledge Pix
นายอนุชา บูรพชัยศรี เสียงสะท้อนจากโหวตเตอร์หลังปิดหีบ
Article Knowledge- Creator, ปณิศา เอมโอชา
- Role, ผู้สื่อข่าว.
ประภา ชุมพลรักษ์ อายุ 53 ปี ผู้มีสิทธิเลือกตั้งฯ ที่อาศัยอยู่เขตคลองเตยบอกกับ. ณ บริเวณสเตเดียม วัน ว่าเธอลงคะแนนเสียงให้กับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว และพึงพอใจกับผลงานของเขาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
“รอบแรกโหวตให้มาแล้ว เห็นอาจารย์จะทำอะไรเยอะมาก เราก็เลยอยากลองดูว่าอาจารย์จะทำได้จริงไหม แล้วพอผ่านมา 4 ปี เราก็เห็นการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถนน ต้นไม้สีเขียว ทางเท้า”
เมื่อถามต่อว่าหากนายชัชชาติชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ มีอะไรที่เธออยากให้เขาปรับปรุงหรือพัฒนาเพิ่มเติมหรือไม่ เธอบอกว่า ปัญหาในการดำเนินงานของเขตไม่เป็นระบบมากนัก “ระบบทำงานไม่มี คือ มันต้องทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง นึกออกไหมคะ รับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช่ว่าเป็นเด็กใคร… คิดว่าถ้าอาจารย์ ได้อีก 4 ปี น่าจะดีขึ้น”
ด้านวิฑูรย์ สุทธศิริ ชาวกรุงเทพมหานครที่ไม่ประสงค์ระบุว่าตัวเองสนับสนุนผู้สมัครชิงตำแหน่งเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ผู้ใด บอกกับ.ว่า เขาคาดหวังให้ผู้ว่าฯ คนใหม่เข้ามาจัดการกับประเด็นเรื่องการจราจรเป็นอันดับแรก เนื่องจากเขามองว่าการจราจรของ กรุงเทพมหานครติดขัดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ในฐานะเจ้าของสัตว์เลี้ยงเขาเสริมว่าอยากให้ กรุงเทพมหานครมีสถานที่หรือสวนสาธารณะที่รองรับสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น
“อยากให้มีสวนสาธารณะที่สามารถนำสุนัขไปวิ่งได้ แต่ดูในกรุงเทพฯ แล้วมัยไม่ค่อยจะมี มันน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเอกชนเป็นส่วนใหญ่” วิฑูรย์ กล่าว
เมื่อสอบถามให้เขาวิจารณ์การทำงานของนายชัชชาติ ชาว กรุงเทพมหานครผู้นี้บอกว่า ประเด็นเรื่องฟุตบาท รวมไปถึงการจัดการหาบเร่แผงลอยนับว่าทำได้ดีขึ้น

ที่มาของภาพ : Wasawat Lukharang / BBC Thai
ประภา ชุมพลรักษ์ 
ที่มาของภาพ : Wasawat Lukharang / BBC Thai
วิฑูรย์ สุทธศิริ ชาว กรุงเทพมหานคร อยากให้ผู้ว่าฯ คนต่อไปแก้ปัญหาอะไร แล้วปัญหานั้นอยู่ในอำนาจผู้ว่าฯ จริงหรือ
ก่อนหน้านี้ .สัมภาษณ์ชาวกรุงเทพฯ โดยชวนจัดลำดับปัญหาที่ต้องการให้ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร คนต่อไปช่วยจัดการ โดยปัญหาที่คนส่วนใหญ่ที่.พูดคุยด้วยบอกว่าอยากให้ “ทำทันที” ก็อย่างเช่น ปัญหารถติด, ทางเดินฟุตบาทเป็นหลุมเป็นบ่อ, การจัดการขยะ, และการระบายน้ำ
แต่ปัญหาเหล่านี้อยู่ในอำนาจของผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร แค่ไหน
รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร บอกกับ.ว่าอำนาจของผู้ว่าฯ “ครอบคลุมในฟังก์ชัน (function) ของกรุงเทพฯ ที่ให้บริการประชาชน แต่มันไม่เบ็ดเสร็จ”
เขาบอกด้วยว่าการจัดการขยะและการระบายน้ำเป็นหน้าที่ กรุงเทพมหานคร แต่ปัญหาทางเท้าในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ก็ไม่ได้อยู่ในความดูแลของ กรุงเทพมหานคร ทั้งหมด
เขายกตัวอย่างถนนที่อยู่ในพื้นที่ กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้อยู่ในการดูแลของ กรุงเทพฯ เช่น ถนนพระรามสอง, ถนนวิภาวดี, และถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งล้วนอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวง
“ถึงแม้อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็จริง แต่ทางเท้า ระบายน้ำ ไฟแสงสว่างไม่พอในถนนเส้นเหล่านี้จะอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่น….เรามีข้อจำกัดว่าเราไม่สามารถเอางบประมาณเราไปลงพื้นที่ที่ไม่ใช่ของ กรุงเทพมหานคร หรือไม่ใช่พื้นที่สาธารณะได้” รศ.ดร.วิศณุ อธิบาย

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
ชาวกรุงเทพฯ จัดลำดับปัญหาที่ต้องการให้ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร คนต่อไปช่วยจัดการ โดยปัญหาที่คนส่วนใหญ่ที่.พูดคุยด้วยบอกว่าอยากให้ผู้ว่าฯ แก้ คือ ปัญหารถติด และ ทางเดินฟุตบาทเป็นหลุมเป็นบ่อ คำบรรยายวิดีโอ, ฟัง Gen Z จัดเทียร์ลิสต์แก้ปัญหาใน กรุงเทพมหานคร ตอนที่.2

































