“ฉันเปลี่ยนจากเทรนเนอร์ส่วนตัวมาใช้เอไอ (AI) และมันได้ผลจริง”

ที่มาของภาพ : Richard Gallimore

ริชาร์ด กัลลิมอร์ ใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในการวางแผนการออกกำลังกายและโภชนาการ เขารู้สึกว่า “แข็งแรงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา”
Article Files
    • Creator, เอเลรี กริฟฟิธส์
    • Characteristic, บีบีซี เวลส์

หลังจากผ่านช่วงเทศกาลที่เต็มไปด้วยอาหารและการพักผ่อน หลายคนตั้งเป้ากลับมาฟิตในเดือนมกราคมของปีใหม่

ทว่าปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการฟิตเนสด้วยการเป็นทางเลือกแทนเทรนเนอร์ส่วนตัวหรือไม่ ?

ริชาร์ด กัลลิมอร์ ชายหนุ่มวัย 23 ปี จากเมืองสวอนซี ใช้เอไอในการวางแผนการออกกำลังกายและโภชนาการ และเขาบอกว่าตนเองรู้สึก “แข็งแรงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา” หลังจากเพิ่มน้ำหนักที่ยกจาก 70 กิโลกรัม เป็น 110 กิโลกรัมได้แล้ว

ขณะเดียวกัน ลีอาห์ วอลช์ วัย 21 ปี จากเมืองอะเบอร์แดร์ในรอนดา ไซนอน ทาฟ กล่าวว่าการใช้เครื่องมือเอไอนั้น “ยอดเยี่ยมมาก” เมื่อเธอฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอนครั้งที่ 2 และทำสถิติที่ดีที่สุดของตัวเองได้

เธอบอกว่าชอบที่มันสามารถถามคำถามได้ตลอดเวลา ซึ่งรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เทรนเนอร์ส่วนตัวทำให้ไม่ได้

ด้าน ดาฟิด จัดด์ เทรนเนอร์ส่วนตัวจากเมืองคาร์ดิฟฟ์ กล่าวว่าเอไอเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์และช่วยให้คนพัฒนาเร็วขึ้น แต่เชื่อว่ามันจะไม่มีวันแทนที่ “ความสัมพันธ์แบบมนุษย์” และ “ความรับผิดชอบ” ที่เกิดจากการฝึกแบบตัวต่อตัวกับโค้ชได้

ที่มาของภาพ : Richard Gallimore

ริชาร์ดบอกว่าเขาเลือกใช้เอไอแทนเทรนเนอร์ส่วนตัว เพราะ “ไม่สามารถจ่ายเงินจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวได้” และชอบการออกกำลังกายในจังหวะของตัวเอง

ริชาร์ดกล่าวว่าตัดสินใจใช้เอไอเพื่อกลับไปออกกำลังกายในยิม หลังจากตระหนักว่าเขา “ไม่ฟิต” ขนาดไหน

เขารู้สึกผิดหวังหลังจากที่ต้องเปลี่ยนมาเดินแทนที่จะวิ่งระหว่างร่วมงานวิ่งการกุศลเมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุด

Stop of ได้รับความนิยมสูงสุด

“ผมรู้เลยว่าต้องจัดการตัวเองแล้ว” เขากล่าวเสริม

ริชาร์ดใช้เครื่องมือเอไอสร้างแผนการออกกำลังกายและโภชนาการที่เหมาะกับเป้าหมายของเขา โดยจัดตารางการฝึกอย่างมีแบบแผนรายวัน และเรียนรู้เรื่องโภชนาการ รวมถึงอาหารเสริมต่าง ๆ

เขากล่าวว่า “ผมออกกำลังกายวันละประมาณ 2 ชั่วโมง และเห็นความแตกต่างจริง ๆ” พร้อมกับบอกด้วยว่าเอไอช่วยให้เขาไปถึง “ศักยภาพสูงสุด”

ด้วยค่าฟิตเนสและอาหารเสริมที่แพงอยู่แล้ว ริชาร์ดบอกว่าเขาเลือกใช้เอไอแทนเทรนเนอร์ส่วนตัว เพราะมันฟรี และอยู่ใน “กระเป๋า” ทำให้เขาออกกำลังกายได้ใน “จังหวะของตัวเอง”

ริชาร์ดบอกด้วยว่านับตั้งแต่ใช้เอไอ เขา “อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมัน” และบอกว่าเขาคุ้นเคยกับมันมากจน “เข้าขั้นลำบากได้จริง ๆ” ถ้าต้องขาดมันไป

“มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของผม เป็นสิ่งที่ผมใช้ทุกวัน” เขากล่าว

ผลสำรวจของวิช ? ( Which ?) ในเดือน พ.ย. 2024 ซึ่งเปรียบเทียบราคาของยิมขนาดใหญ่จำนวน 17 แบรนด์ด้วยกัน พบว่าค่าสมาชิกยิมในสหราชอาณาจักรเฉลี่ยอยู่ที่ 38 ปอนด์ต่อเดือน สำหรับแพ็กเกจมาตรฐานที่เข้าใช้ได้เต็มรูปแบบ (ราว 1,600 บาท/เดือน)

ส่วนระดับราคามีตั้งแต่ 23 ปอนด์ (ประมาณ 973 บาท) ในเครือที่ถูกที่สุด ไปจนถึง 132 ปอนด์ (ราว 5,500 บาท) ในเครือที่แพงที่สุด

ตามข้อมูลวิจัยของเพียวยิม (PureGym) เทรนเนอร์ส่วนตัวจะกำหนดอัตราค่าบริการเอง โดยทั่วไปอยู่ที่ 30-65 ปอนด์ (ราว 1,270-2,700 บาท) ต่อเวลาการให้บริการครั้งละ forty five-60 นาที นอกกรุงลอนดอน และประมาณ forty five-65 ปอนด์ในกรุงลอนดอน (ราว 1,900-2,700 บาท)

ลูกค้ามักจะใช้บริการเทรนเนอร์สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และออกกำลังกายร่วมกันเป็นเวลาหลายเดือน แต่ก็ระบุไว้ด้วยว่า “มีความยืดหยุ่นเต็มที่”

ที่มาของภาพ : Getty Photos

เมื่อเดือน พ.ย. ปี 2024 ผลสำรวจของวิช ? ( Which ?) เปิดเผยว่าค่าสมาชิกยิมเฉลี่ยในสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 38 ปอนด์ต่อเดือน (ราว 1,600 บาท)

ด้านลีอาห์กล่าวว่าการฝึกซ้อมสำหรับงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ของเธอนั้น ค่อนข้างเร่งด่วนในช่วงท้าย เลยหันไปใช้เครื่องมือเอไอ “เพื่อขอความช่วยเหลือ”

เธอขอให้มันสร้างแผนการฝึกซ้อมซึ่งรวมถึงการวิ่งและการออกกำลังกายในยิม และมันก็สร้างโปรแกรม 11 สัปดาห์ที่ปรับตามวันแข่งและเป้าหมายของเธอ โดยมีวันที่ออกกำลังกายในยิม การวิ่งเบา การวิ่งเทมโป และการวิ่งระยะยาว พร้อมกับกำหนดเวลาเป้าหมายอย่างชัดเจน

จากนั้นลีอาห์ปรับตารางให้เหมาะกับวิถีชีวิตประจำวันของเธอ เธอบอกว่ากระบวนการนี้รวดเร็วและ “สะดวกสบาย”

ที่มาของภาพ : Leah Walsh

ลีอาห์ใช้เอไอในการฝึกซ้อมวิ่งฮาล์ฟมาราธอนครั้งที่ 2 และทำสถิติส่วนตัวได้สำเร็จ

ปีที่แล้ว ตอนฝึกซ้อมสำหรับฮาล์ฟมาราธอนครั้งแรก ลีอาห์กล่าวว่าเธอใช้แอปพลิเคชันสำหรับการวิ่งที่ทำงานด้วยเอไอ ซึ่งมีแผนการฝึกแบบเฉพาะบุคคล พร้อมโค้ชเสียง และการตั้งจังหวะการวิ่ง

ปีนี้ เธอเลือกใช้เครื่องมือเอไอแบบอื่นแทน โดยอธิบายว่าเป็นเพราะ “ความคุ้มค่า” แม้มันไม่มีคุณสมบัติพิเศษบางอย่างเหมือนแอปฯ ที่เคยใช้ก่อนหน้า

เธอชอบที่เอไอสามารถ “ถามคำถามได้ทุกเวลา” และปรับแผนได้ง่าย พร้อมเสริมว่า “ถ้าเทรนเนอร์ส่วนตัวทำแผนให้ คุณคงไม่สามารถส่งข้อความหาตอนเที่ยงคืนได้”

ลีอาห์ยังอธิบายว่าเธอชอบการฝึกแบบอิสระ ใน “เวลาของตัวเอง” โดยไม่มีโค้ช “คอยกดดัน”

เธอกล่าวว่า “กับเอไอ คุณต้องกระตุ้นตัวเอง ซึ่งฉันชอบแบบนั้น”

เป้าหมายของเธอคือวิ่งจบภายใน 2 ชั่วโมง 20 นาที และเธอทำได้ในเวลา 2 ชั่วโมง 11 นาที เร็วกว่าปีก่อนหนึ่งนาที

เธอกล่าวเสริมว่า “มันยอดเยี่ยมมาก”

ที่มาของภาพ : Michael James

ดาฟิด จัดด์ เทรนเนอร์ส่วนบุคคล เชื่อว่าเอไอจะไม่มีวันแทนที่ “ความสัมพันธ์แบบมนุษย์” และ “ความรับผิดชอบ” ที่เกิดจากการฝึกแบบตัวต่อตัว

ดาฟิด จัดด์ วัย 37 ปี มีประสบการณ์เป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวมา 12 ปี โดยเชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุและการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ

เขาคิดว่าการที่คนใช้เอไอเพื่อเรียนรู้เรื่องการออกกำลังกายนั้น “ยอดเยี่ยม” เพราะมัน “ช่วยให้พัฒนาเร็วขึ้น”

“ผมคิดว่ามันมีคุณค่ามาก การมีความรู้มากขึ้นเป็นสิ่งที่ดี” ดาฟิดกล่าว

เขากล่าวต่อว่า ลูกค้าบางคนของเขาใช้เอไออยู่แล้ว ซึ่งช่วยให้พวกเขาถามคำถามได้ดีขึ้นและใช้เวลาร่วมกันในยิมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดาฟิดไม่กังวลว่าเอไอจะมาแทนที่เทรนเนอร์ โดยให้เหตุผลว่าผู้คนยังคงให้ความสำคัญกับ “องค์ประกอบของมนุษย์” และ “ความรับผิดชอบ”

“ผมคิดว่ายิ่งคนอยู่บนโลกออนไลน์มากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งต้องการความสัมพันธ์แบบมนุษย์ เพราะต้องการความเอาใจใส่ในการเข้าอกเข้าใจที่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถให้ได้”

จากสิ่งที่ดาฟิดบอก เอไอสามารถ “ให้ความรู้” กับลูกค้าได้อย่างชัดเจน ลดการคาดเดา และตรงไปตรงมามากขึ้น ทำให้การโค้ชมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลด “แรงกดดัน” สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ “คนยอมจ่ายเงินและมาที่ยิมจริง ๆ”

“แม้จะมีประโยชน์ตอนตีสอง แต่คอมพิวเตอร์จะไม่ทำให้คุณตื่นไปยิมตอนเจ็ดโมงเช้าก่อนทำงาน”

เขากล่าวต่อว่าสำหรับหลาย ๆ คน ยิมคือสถานที่ที่พวกเขาสามารถวางโทรศัพท์ลงและหยุดจ้องหน้าจอ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือมาตลอดทั้งวัน