
‘สุรพงษ์ อินทรถาวร' เลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประสาน ‘ตำรวจสากล' เครือข่ายระหว่างประเทศ เร่งติดตามผู้ถูกกล่าวหา ‘คดีทุจริตหนีข้ามแดน' ชี้ อายุความสะดุดหยุด-หลบหนีไม่พ้น
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 28 มกราคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แถลงว่า ในขณะนี้สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีภารกิจสำคัญประการหนึ่งในการติดตามผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตที่หลบหนีไปยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะหลบหนีในระหว่างการไต่สวนหรือการยื่นฟ้องคดีต่อศาล เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหากลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย
ในการติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหาที่หลบหนีไปยังต่างประเทศนั้น สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีสถานะเป็นสำนักงานกลางแห่งชาติ (National Central Bureau หรือ N.C.B.) ขององค์การตำรวจสากล (INTERPOL) การประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศ และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านการทุจริตที่สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีการพัฒนาความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้า – ออกประเทศ และระบุถิ่นพำนักของบุคคลดังกล่าวในต่างประเทศ นำไปสู่การติดตามตัว รวมถึงการดำเนินการร่วมกับอัยการสูงสุด ผู้ประสานงานกลาง ในการดำเนินการตามกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาที่หลบหนีกลับมายังประเทศไทยและดำเนินคดีต่อไป
จากการมุ่งมั่นและให้ความสำคัญต่อการติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหาที่หลบหนี ในปีที่ผ่านมา สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สามารถติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตสำคัญที่หลบหนีไปยังต่างประเทศกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้สำเร็จ ด้วยความร่วมมือจากสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีกระบวนการ ช่องทาง และการประสานความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพในการติดตามตัวผู้กระทำความผิดที่หลบหนีไปยังต่างประเทศกลับมาดำเนินคดีได้ และขอย้ำว่าสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะเร่งดำเนินการติดตามผู้ถูกกล่าวหาที่ยังคงหลบหนีกลับมาดำเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มีหลักการที่กำหนดให้อายุความในคดีทุจริตสะดุดหยุดอยู่ระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหาหลบหนี
ดังนั้น แม้ผู้กระทำความผิดจะมีการหลบหนีไปต่างประเทศก็ไม่อาจหนีพ้นการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้













