
5 กรกฎาคม 2569 ทางการสหรัฐอเมริกาเร่งอพยพประชาชนในเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเข้าสู่ศูนย์พักพิงฉุกเฉิน หลัง ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ เคลื่อนตัวเข้าใกล้ดินแดนสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยคาดว่าจะพัดขึ้นฝั่งตั้งแต่ช่วงเช้าวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ด้วยความรุนแรงเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (Nationwide Weather Provider: NWS) ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่มีความเร็วลมสูงสุด 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกแรงอาจแตะ 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมเตือนว่าเป็นพายุที่อันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายรุนแรงบริเวณใกล้ศูนย์กลางพายุ
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นซัดฝั่ง โดยคลื่นทะเลอาจสูงถึง 10.7 เมตร หรือเทียบเท่าความสูงของอาคาร 10 ชั้น ทำให้การเดินเรือและกิจกรรมทางทะเลอยู่ในภาวะอันตรายอย่างยิ่ง โดยประชาชนต่างรีบซื้อวัสดุป้องกันบ้านเรือนและกักตุนสิ่งของจำเป็น ขณะที่หลายครอบครัวตัดสินใจอพยพไปยังโรงแรมหรือศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย
ข้อมูลจากทางการระบุว่า หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนามีประชากรราว 40,000 คน ส่วนเกาะกวมมีประชากรราว 170,000 คน โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวเพิ่งได้รับผลกระทบจาก ซูเปอร์ไต้ฝุ่นซินลากู ซึ่งทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้นไม้หักโค่น อาคารได้รับความเสียหาย และเรือบรรทุกสินค้า เอ็มวี มาเรียนา พลิกคว่ำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายราย
ล่าสุด สำนักงานจัดการเหตุฉุกเฉินกลางของสหรัฐฯ (FEMA) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ พร้อมเตรียมน้ำดื่มกว่า 1.1 ล้านลิตร อาหารพร้อมรับประทาน 1.2 ล้านมื้อ เตียงสนาม 6,700 เตียง และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 90 เครื่อง เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ขณะที่ทางการเกาะกวมได้เปิดศูนย์อพยพในโรงเรียนจำนวน 5 แห่ง รองรับประชาชนได้ประมาณ 1,900 คน พร้อมเตือนว่าช่วงเวลาสำหรับการอพยพกำลังจะสิ้นสุดลง และขอให้ประชาชนรีบเข้าที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ความรุนแรงของซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่อาจได้รับอิทธิพลจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ประกอบกับการก่อตัวของปรากฏการณ์ เอลนีโญ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการทวีกำลังของพายุหมุนเขตร้อน ทำให้หลายพื้นที่ทั่วโลกมีความเสี่ยงเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วมากขึ้นในปีนี้.











