
‘ครม.' รับทราบรายงานผู้สอบบัญชี ‘สตง.' 30 ก.ย.67 พบ ‘กองทุนกปถ.' เงินขาดบัญชี 2.34 ล้าน เหตุ ส่วนภูมิภาคทุจริต-ออกใบเสร็จรับเงินค่าหมายเลขทะเบียนรถ แต่ไม่ได้รับเงินจริง ระบุ ประเมินผลการใช้จ่ายและทรัพย์สิน พบข้อสังเกต-ข้อตรวจพบ จ้างจัดทำเสื้อตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติฯ 3 หมื่นตัว-ตุ๊กตามาสคอตครอบครัวขับขี่ปลอดภัย 4 หมื่นตัว-ชุดนิทรรศการ 76 ชุด 58.94 ล้าน ไม่นำส่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่ส่วนกลาง-ตรวจรับหลังใช้งานแล้ว ชี้ ไม่เป็นไปตามระเบียบฯบริหารพัสดุภาครัฐ
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 ประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงิน งบแสดงผลการดำเนินกาทางการเงิน และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบ เห็นว่ารายงานการเงินดังกล่าวถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้เสนอรัฐสภาทราบต่อไป ทั้งนี้ ให้กระทรวงคมนาคมนำรายงานในเรื่องนี้ไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อรัฐสภาได้รับทราบรายงานดังกล่าวแล้ว
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า อย่างก็ตาม สตง. ได้ให้ข้อและเหตุการณ์ที่เน้นตาม 1. หมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 7 ลูกหนี้อื่น ณ วันที่ 30 ก.ย.67 มียอดเงินคงเหลือ 491.61 ล้านบท กองทุนมีลูกหนี้ตามคำพิพากษา 208.20 ล้านบาท ซึ่งมีลูกหนี้ค่าหมายเลขทะเบียนรถซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายก่อนการประมูลครั้งใหม่ และกองทุนยื่นคำขอรับชำระไม่ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายล้มละลายกำหนดรวมอยู่ด้วยเป็นเงิน 9.66 ล้านบาท และยังมีลูกหนี้อีกส่วนหนึ่งที่ขาดอายุความ กองทุนไม่สามารถเรียกร้องบังคับชำระหนี้ได้อีก 7.02 ล้านบาท อยู่ระหว่างกองทุนสอบสวนความผิดละเมิด เพื่อหาผู้รับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหาย
2. หมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 8 สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ณ วันที่ 30 ก.ย.67 มียอดคงเหลือ 28.88 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีเงินรับระหว่างทางจำนวน 7.02 ล้านบาท ซึ่งกองทุนส่วนภูมิภาคจังหวัดพิษณุโลกได้โอนยอดเงินรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถกลับใก้ส่วนกลางเมื่อวันที่ 16 ม.ค.66 ตามที่ได้รับแจ้งจากกองทุนส่วนกลางเกี่ยวกับผลการตรวจสอบข้อมูลการออกใบเสร็จรับเงินที่มีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง และจากกรณีเจ้าหน้าที่กองทุนส่วนภูมิภาคจังหวัดพิษณุโลกทุจริตในช่วงระหว่างปี 2562-2564 ซึ่งขณะนี้ ส่วนกลางยังตรวจสอบรายงานการเงินรับระหว่างทางไม่แล้วเสร็จ
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.67 ของ สตง. หมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 8 ระบุข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีเงินขาดบัญชีจำนวน 2.34 ล้านบาท เกิดจากลูกจ้างกองทุนส่วนภูมิภาคทุจริตและปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ได้แก่
– จังหวัดพิษณุโลก ทุจริต จำนวน 1.81 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินคดี
– จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทุจริต จำนวน 0.46 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินคดี
– จังหวัดอำนาจเจริญ ออกใบเสร็จรับเงินค่าหมายเลขทะเบียนรถ แต่ไม่ได้รับเงินจริง จำนวน 0.02 ล้านบาท
– จังหวัดนราธิวาส ไม่ได้บันทึกบัญชีรับเงินในระบบให้เป็นปัจจุบัน จำนวน 0.05 ล้านบาท
@ พบ ไม่ตรวจรับงานที่ส่วนกลาง-ตรวจรับหลังใช้แล้ว
รายงานข่าวอีกว่า ขณะที่รายงานการประเมินผลการใช้จ่ายและทรัพย์สิน กองทุนฯ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.67 เกี่ยวกับผลการตรวจสอบประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ข้อ 7.4 การตรวจสอบโครงการที่ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ระบุว่า กองทุนฯ ได้ดำเนินโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รวม 300 โครงการ ประกอบด้วย โครงการที่ได้รับอนุมัติในปีงบประมาณ 2567 จำนวน 185 โครงการ และโครงการปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 – 2566 ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จและต้องดำเนินการต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 อีก 115 โครงการ
ทั้งนี้ สตง. ได้คัดเลือกโครงการเพื่อตรวจสอบ จำนวน 20 โครงการ รวมวงเงินที่ได้รับจัดสรร 812.80 ล้านบาท เป็นโครงการที่ได้รับจัดสรรปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และดำเนินการต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 3 โครงการ เป็นเงิน 53.43 ล้านบาท และโครงการที่ได้รับจัดสรรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 17 โครงการ 759.37 ล้านบาท โดยโครงการปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ได้รับคัดเลือกตรวจสอบคิดเป็นร้อยละ 39.19 ของวงเงินที่ได้รับจัดสรรในปี พบข้อสังเกต อาทิ
พันธกิจที่ 1 เงินช่วยเหลือ เงินอุดหนุน หรือค่าใช้จ่ายเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนตามโครงการหรือแผนงานของ ขบ. โครงการเสริมสร้างทักษะและประสบการณ์ด้านความปลอดภัยทางถนนแก่เด็กและเยาชน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค.2567 (รหัสโครงการ 671150) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงินจัดสรร 58.94 ล้านบาท เพื่อดำเนินการการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจ จัดนิทรรศการและกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทักษะและประสบการณ์ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้แก่เด็กและเยาวชน ณ กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศทั้งหมด 76 จังหวัด
ข้อตรวจพบ ระบุว่า กองทุนดำเนินการจ้างจัดทำเสื้อตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 30,000 ตัว และตุ๊กตามาสคอตครอบครัวขับขี่ปลอดภัย จำนวน 40,000 ตัว และชุดนิทรรศการ จำนวน 76 ชุด กำหนดส่งมอบงานแบ่งเป็น 2 งวด มีข้อตรวจพบ ว่า
1. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในส่วนกลางแต่เมื่อมีการส่งมอบพัสดุผู้ว่าจ้างได้ดำเนินการจัดส่งพัสดุไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ โดยไม่ได้นำส่ง ณ ส่วนกลาง เพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบว่าพัสดุที่ได้รับถูกต้อง ครบถ้วน ตรงตามที่กำหนดในสัญญาหรือไม่
2. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ดำเนินการตรวจรับพัสดุภายหลังจากที่มีการนำพัสดุไปใช้งานแล้ว และจัดทำรายงานตรวจรับพัสดุเพียงฉบับเดียวเมื่อมีการส่งมอบพัสดุครบถ้วนในงวดสุดท้าย โดยได้จัดทำรายงานตรวจรับพัสดุแยกตามงวดการส่งมอบตามที่ระบุไว้ในสัญญา
สาเหตุ ระบุว่า คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับแนวทางการตรวจรับพัสดุตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยเข้าใจว่าสามารถดำเนินการตรวจรับพัสดุแบบรวมครั้งเดียวได้ภายหลังจากที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานทั้งหมดครบถ้วนเมื่อสิ้นสุดสัญญา ประกอบกับไม่ได้ตรวจสอบพัสดุ ณ จุดส่งมอบด้วยตนเองก่อนการกระจายไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ
ผลกระทบของข้อตรวจพบ ระบุว่า คณะกรรมการตรวจรับพัสดุไม่ได้ดำเนินการตรวจรับพัสดุเป็นงวดงานตามที่กำหนดไว้ในสัญญา และไม่ได้ทำการตรวจสอบพัสดุด้วยตนเองก่องก่อนการจัดส่งไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลให้ไม่อาจยืนยันได้ว่าพัสดุที่จัดส่งมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามขอบเขตของงานและเงื่อนไขในสัญญาอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ รวมถึงเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงว่าด้วยการจัดชื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ข้อเสนอแนะ ระบุว่า 1.กองทุนควรกำชับให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับตามงวดที่ระบุไว้ในสัญญาอย่างเคร่งครัด โดยตรวจสอบพัสดุในแต่ละงวดให้ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นไปตามเงื่อนไขในขอบเขตของงานก่อนลงนามรับรองผลการตรวจรับ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
2. ในกรณีที่ไม่สามารถนำพัสดุทั้งหมดมาส่งมอบ ณ จุดเดียวกัน เพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับดำเนินการตรวจสอบได้ ควรพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับในระดับพื้นที่ เช่น แต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานขนส่งจังหวัดเป็นคณะกรรมการตรวจรับ เพื่อนำมาประกอบการตรวจรับภาพรวมโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในส่วนกลาง














