แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/ka0l04 📋 | ดู : 10 ครั้ง
‘กกต’-พร้อมจัด-‘เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น’-ใหม่-ภายใน-60-วัน-แทน-‘วัฒนา-ช่างเหลา’

‘กกต.' พร้อมจัดเลือกตั้ง ‘นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น' ใหม่ ภายใน 60 วัน หลังศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษา ‘วัฒนา ช่างเหลา' ฝ่าฝืน พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (1) ให้เงินผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 3 คน คนละ 100 บาท


สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 7 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ชี้แจงกรณีศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (องค์การบริหารส่วนจังหวัด) ขอนแก่น ใหม่ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 คดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต อบจ 1/2569 หมายเลข คดีแดงที่ 3248/2569 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง กับนายวัฒนา ช่างเหลา ผู้คัดค้าน กรณีขอให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นใหม่ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดีดังกล่าวแล้วมีคำพิพากษาให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นใหม่ แทนนายวัฒนา ช่างเหลา ผู้คัดค้าน

สำนักงาน กกต. ยืนยันพร้อมดำเนินการตามคำพิพากษาและขั้นตอนของกฎหมาย โดยจะดำเนินการจัดการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง สำหรับวันวันรับสมัครและวันเลือกตั้ง จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

@ เปิดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ฟัน ‘วัฒนา' จูงใจลงคะแนน

รายงานข่าเพิ่มเติมว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 สรุปโดยย่อได้ว่า นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ ในฐานะ พยาน กกต. และเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น หมายเลข 2 และเป็นผู้ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ว่า นายสมศักดิ์ ทองจันทร์ฮาด นำเงินไปมอบให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 3 คน ได้แก่ นางคำเบา คุณมาศ น.ส.บัวแก้ว กล้าหาญ และน.ส.มะลิวัน หารสงคาม คนละ 100 บาท โดยแจ้งแก่บุคคลทั้งสามว่า “เงินเบอร์ 1 เด้อ” แต่นายสมศักดิ์บอกกับนายพงษ์ศักดิ์ว่า เป็นการหยอกล้อไม่ใช่เงินซื้อเสียงเลือกตั้ง

นายวัฒนาเบิกความว่า ไม่ได้เป็นผู้ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้นายสมศักดิ์เป็นตัวแทน (หัวคะแนน) ของนายวัฒนาให้เงินแก่ น.ส.บัวแก้ว น.ส.มะลิวัน และนางคำเบาเพื่อจูงใจให้บุคคลทั้งสามลงคะแนนให้แก่นายวัฒนา

ต่อมาพยานทั้งสามไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเปือยน้อย และไปแจ้งเหตุที่สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดขอนแก่น แต่ภายหลังน.ส.มะลิวัน และนางคำเบาได้ตัดสินใจขอถอนแจ้งความเนื่องจากเห็นว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่เงินซื้อเสียง (ให้ถ้อยคำว่า เป็นเงินค่าผ้าอ้อมสำเร็จรูป ค่าลูกปลาช่อน ค่าตัดหญ้าเลี้ยงวัว) และนับถือนายสมศักดิ์เสมือนบิดา

อย่างไรก็ตาม นางคำเบา น.ส.บัวแก้ว และน.ส.มะลิวัน ให้ถ้อยคำและเบิกความไม่มีความน่าเชื่อถือ การอ้างว่าเพิ่งมารู้ถึงมูลหนี้ที่นายสมศักดิ์ค้างชำระในภายหลังย่อมเป็นเรื่องที่ผิดปกติวิสัย รวมถึงคำเบิกความของพยานอาจถูกแต่งเติมขึ้นในภายหลังเป็นทำนองช่วยนายสมศักดิ์และนายวัฒนา ซึ่งไม่ควรค่าแก่การรับฟัง

ส่วนที่นายวัฒนาอ้างว่า คำพูดว่า “ของเบอร์ 1 เด้อ” หรือ “เงินเบอร์ 1 เด้อ” เป็นเพียงการหยอกล้อนั้น เมื่อพิจารณาจากวัยวุฒิของนายสมศักดิ์ที่มีอายุถึง 68 ปี ย่อมต้องผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง และน่าจะรู้ว่าการกระทำและคำพูดใดที่ควรและไม่ควรปฏิบัติในวันที่มีการเลือกตั้ง และการที่น.ส.บัวแก้ว น.ส.มะลิวัน และนางคำเบาเข้าแจ้งความแสดงให้เห็นว่า พยานทั้งสามไม่ได้รับรู้ว่าคำพูดของนายสมศักดิ์เป็นการหยอกล้อ พยาน (นายสมศัดิ์) ของนายวัฒนาที่นำสืบมาสนับสนุนข้ออ้างนี้ไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

กรณีที่น.ส.บัวแก้ว เป็นผู้ช่วยหาเสียงของนายพงษ์ศักดิ์ แต่มีเนื้อหาเช่นเดียวกับเรื่องราวของน.ส.มะลิวัน และนางคำเบา จึงไม่ทำให้น้ำหนักในการรับฟังคำเบิกความเสียไป ส่วนที่พยานทั้งสามเบิกความว่า ได้รับซองเป็นเงิน 3,000 บาทนั้น ตามบันทึกถ้อยคำของพยานทั้งสามและบันทึกถ้อยคำ ไม่ปรากฎว่าได้ให้ถ้อยคำเรื่องดังกล่าวไว้ คำเบิกความของพยานทั้งสามจึงไม่น่าเชื่อถือ จึงฟังไม่ได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจากการร้องเรียน จัดฉาก ลวงลวง หรือใส่ร้ายนายวัฒนา

ในทางตรงกันข้าม พยานหลักฐานของกกต. มีน้ำหนักเพียงพอเชื่อได้ว่า การที่นายสมศักดิ์มอบเงินให้แก่น.ส.บัวแก้ว น.ส.มะลิวัน และนางคำเบา เป็นการจูงใจให้บุคคลทั้งสามลงคะแนนให้แก่นายวัฒนา โดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (1)

พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 ระบุว่า ห้ามไม่ให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้

(1) จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือ ผลประโยชน์อื่นใดอาจคำนวณเป็นเงินได้แก้ผู้ใด

ที่มา สำนักข่าวอิศรา ( isranews.org )

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/ka0l04 📋 | ดู : 10 ครั้ง

      ใส่ความเห็น

      อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


      Share via
      Click to Hide Advanced Floating Content
      ×

      มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

      ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

      ไปกันเล้ยยย
      Send this to a friend
      ล่าสุด
      ×