
เหตุยิv รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เสียชีวิตรวม 8 ราย รวมปู่ย่าของ นร.ผู้ก่อเหตุ – บาดเจ็บ 22 ราย

ที่มาของภาพ : thai news pix
คืบหน้าเหตุยิvภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้รวม 8 ราย ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บล่าสุดมี 22 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กนักเรียนที่บาดเจ็บสาหัส 7 ราย
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ได้แก่ ครูที่โรงเรียน 5 ราย นักเรียนผู้ก่อเหตุ 1 ราย และปู่ย่าของนักเรียนที่ก่อเหตุ 2 รายซึ่งตำรวจไปพบว่าเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน
หนึ่งในครูที่เสียชีวิตเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียน ส่วนนักเรียนผู้ก่อเหตุเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล หลังจากก่อเหตุยิvตัวเองขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมเหตุ
ส่วนผู้บาดเจ็บ 22 ราย ส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 7 แห่งใน จ.นนทบุรี ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 9 ราย ซึ่งเป็นนักเรียน 7 ราย อีก 2 รายเป็นครู โดยผู้บาดเจ็บสาหัสได้ส่งต่อไปยัง รพ.พระมงกุฎเกล้า และ รพ.พระนั่งเกล้า
เหตุสะเทือนขวัญไม่เพียงแต่เกิดที่โรงเรียนเท่านั้น แต่จากการตรวจสอบที่บ้านของนักเรียนชายที่ก่อเหตุยิv เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าผู้ปกครองของเด็กซึ่งเป็นปู่และย่า พบว่าเสียชีวิตที่บ้านด้วย ตามการเปิดเผยของนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย

ที่มาของภาพ : Reuters
โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้ประกาศ “หยุดเรียนเป็นกรณีพิเศษ” ระหว่างวันที่ 10-14 ส.ค. สืบเนื่องจากเกิดเหตุการณ์สถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นภายในโรงเรียน และให้นักเรียนทุกระดับชั้นกลับมาเรียนที่โรงเรียนตามปกติ ในวันจันทร์ที่ 17 ส.ค.
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันศุกร์ที่มีการเรียน-การสอนตามปกติ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพครูและนักเรียนไปยังพื้นที่ปลอดภัย ท่ามกลางความหวาดกลัวและตื่นตระหนกของเด็ก ๆ โดยหลายคนร้องไห้ขณะวิ่งหนีออกมา ไม่ต่างจากครูและบุคลากรของโรงเรียนที่ถึงกับกอดคอกันร่ำไห้ ขณะที่ผู้ปกครองบางส่วนได้รุดไปยังโรงเรียนเพื่อรับตัวบุตรหลานกลับบ้านหลังข่าวจากสื่อ
จากภาพถ่ายจำนวนมากที่เผยแพร่โดยเจ้าหน้ากู้ภัย นักเรียนต่างพากันทยอยกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากโรงเรียนขณะที่เจ้าหน้าที่บนรถพยาบาลกำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และมีผู้ป่วยนอนอยู่บนเปลหิ้วด้านนอกรถพยาบาล
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and proceed readingได้รับความนิยมสูงสุดDiscontinuance of ได้รับความนิยมสูงสุด
พบปู่ย่าของนักเรียนผู้ก่อเหตุเสียชีวิตที่บ้าน – อาวุธปืนมีทะเบียนชื่อปู่
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่บ้านพักของนักเรียนชายผู้ก่อเหตุวัย 14 ปีพบว่าผู้ปกครอง 2 คนซึ่งเป็นปู่และย่าเสียชีวิตที่บ้าน
“เชื่อว่าน่าจะมีการก่อเหตุที่บ้านก่อนและมาที่โรงเรียน” นายพลพีร์กล่าว พร้อมให้ข้อมูลว่าเด็กชายอาศัยอยู่กับปู่ย่า โดยไม่ได้อยู่กับพ่อแม่
ส่วนอาวุธปืนที่นักเรียนชายวัย 14 ปีใช้ก่อเหตุ รมช.มหาดไทย ระบุว่าเป็นปืนเล็กคอมแพค จากการตรวจสอบพบว่าชื่อทะเบียนปืนเป็นของปู่ซึ่งปู่เป็นอดีตข้าราชการครู ส่วนเหตุจูงใจว่าทำไมก่อเหตุกับปู่และย่า รวมถึงการก่อเหตุที่โรงเรียนอยู่ระหว่างการสืบสวนของตำรวจ

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
เจ้าหน้าที่รู้อะไรเกี่ยวกับข้อมูลผู้ก่อเหตุบ้าง
มีรายงานว่านักเรียนชายผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุ 14 ปี
นายพลพีร์ระบุว่า เขาได้รับข้อมูลเบื้องต้นจากครูแนะแนวว่าเด็กชายคนนี้ “เป็นเด็กที่เรียนดี ร่วมกิจกรรม มีเพื่อน ไม่ใช่เด็กก้าวร้าว”
รมช.มหาดไทย ให้ข้อมูลด้วยว่าจากการตรวจสอบที่บ้านพักของเด็กชาย พบอุปกรณ์เล่นเกม เขาจึงเชื่อว่านักเรียนผู้นี้ชอบเล่นเกม แต่ข้อมูลจากครูระบุว่าขณะอยู่ในห้องเรียนเมื่อครูตักเตือนให้หยุดเล่นก็เชื่อฟัง
ส่วนสาเหตุและมูลเหตุจูงใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวน
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเชิญตัวพ่อและแม่ของนักเรียนชายวัย 14 ปี มาสอบปากคำอย่างละเอียด โดยได้เดินทางเข้ามาพูดคุยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่และผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า พ่อและแม่ของผู้ก่อเหตุแยกทางกันตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่กับปู่และย่า
ข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
จากการเปิดเผยของนายพัฒนา รมว.สาธารณสุข นายพลพีร์ รมช.มหาดไทย ข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมีดังนี้
- เสียชีวิต 8 ราย ได้แก่ ครู 5 ราย, นักเรียนผู้ก่อเหตุ 1 ราย (ยิvตัวเอง เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล) และปู่ย่าของผู้ก่อเหตุ 2 ราย (เสียชีวิตที่บ้าน)
- ข้อมูลของผู้บาดเจ็บ ศูนย์สั่งการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข รายงานความคืบหน้า ณ เวลา 15.30 น. ว่ามีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 23 ราย เป็นผู้บาดเจ็บสาหัสวิกฤต 10 ราย โดยก่อนหน้านี้ รมว.สาธารณสุขระบุว่า ในผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นเด็กนักเรียน 7 ราย
สำหรับรายชื่อของครูในโรงเรียนที่เสียชีวิต ตามรายงานของสื่อไทยหลายสำนัก มีข้อมูลดังนี้
1. รอง ผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง – นายกิตติพงศ์ สมรัตน์
2. เลขาหน้าห้อง – น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร
3. ครูแนะแนว – น.ส.ทิวาพร วานิช
4. ครูภาษาไทย – ว่าที่ร้อยตรีหญิงนันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง
5. ครูคณิตศาสตร์ – น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา

ลำดับเหตุการณ์และมูลเหตุจูงใจ เรารู้อะไรบ้าง
- ลำดับเหตุการณ์
จากการให้สัมภาษณ์ของนายพลพีร์ รมช.มหาดไทย ระบุเมื่อ 13.30 น. ว่า รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 3 คนได้นำการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ โดยได้โทรศัพท์มือถือมา 1 เครื่องในอาคารเรียนที่เกิดเหตุจุดแรก อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ของนักเรียนผู้ก่อเหตุ และยังพบว่ามีลูกกระสุนปืนเหลืออยู่ในกระเป๋าของนักเรียนผู้นี้ด้วย
ตำรวจได้ไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อระบุลำดับเวลาเหตุการณ์ โดยข้อมูลเบื้องต้น นายพลพีร์ระบุว่า มีผู้โทรแจ้งเหตุกับตำรวจในท้องที่ตอนเวลา 10.00 น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงก่อนเวลา 10.15 น. ซึ่งถือว่าเข้าที่ก่อเหตุโดยรวดเร็ว
จุดเกิดเหตุจุดหลักคือบริเวณชั้น 4 ของอาคารเรียน 5
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตํารวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตำรวจ) เปิดเผยเมื่อ 16.00 น.ว่าระบุสอดคล้องกับข้อมูลของ รมช.มหาดไทยว่า เชื่อว่ามีการก่อเหตุยิvที่บ้านก่อนแล้วมาก่อเหตุที่โรงเรียน
โฆษก ตำรวจ ระบุว่า “ตำรวจได้รับแจ้งเหตุตอนเวลา 10.00 น. บวกลบ ก็ได้รับการแจ้งเหตุหลังจากหมดคาบเรียนที่หนึ่งแล้ว เริ่มคาบเรียนที่สองแล้ว… การไล่ยิvเริ่มจากห้องเรียนของผู้ก่อเหตุก่อน ก่อนเดินมาอีกอาคารหนึ่งซึ่งเป็นอาคารสุดท้ายที่น้องผู้ก่อเหตุมาถึงตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกั้นพื้นที่” ก่อนก่อเหตุยิvตัวเองและเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
- มูลเหตุจูงใจ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่าเบื้องต้นได้ซักถามปากคำทั้งพยานที่เกิดเหตุ และบิดาของนักเรียนผู้ก่อเหตุแล้ว ทราบเบื้องต้นผู้ก่อเหตุเคยบ่นกับเพื่อนเรื่องที่ผู้ปกครองเข้มงวดเรื่องการเรียน และที่โรงเรียนก็มีความกังวลเรื่องการเรียนเช่นกัน
“สาเหตุของความเครียดขอพูดโดยรวม คือมีการบ่นกับเพื่อนสนิทฟังว่ามีความเครียดทั้งจากครอบครัวที่บ้าน และที่โรงเรียน มูลเหตุจากเรื่องการศึกษาเป็นหลัก เรื่องคุณครูอย่าเพิ่งลงลึกถึงขนาดนั้นโดยรวมมันเป็นสาเหตุของตัวผู้ก่อเหตุหรือเปล่าต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกอีกที”
ส่วนของคอมพิวเตอร์ที่บ้านของผู้ก่อเหตุ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่าต้องมีการตรวจสอบทั้งหมดเพื่อหามูลเหตุจูงใจ เบื้องต้นพบข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับเกมที่ผู้ก่อเหตุเล่น “เป็นเกมลักษณะใช้อาวุธปืนส่วนหนึ่ง และพบการค้นหา การเสิร์ชเกี่ยวกับเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ครั้งนี้”
สำหรับประเด็นการกลั่นแกล้งหรือบูลลี่ โฆษก ตำรวจ กล่าวว่าต้องมีการสืบสวนโดยละเอียด ขณะที่เรื่องอาวุธปืนต้องตรวจสอบว่ามีการฝึกหรือไม่อย่างไร แต่พบว่าผู้ก่อเหตุมีการเล่นเกมเกี่ยวกับการใช้อาวุปืนซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจ การศึกษาวิธีการด้วยตนเองก็มีโอกาสประกอบกับมีข้อมูลการสืบค้นในระบบคอมพิวเตอร์ด้วย

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
- อาวุธปืน
อาวุธที่เด็กชายใช้ก่อเหตุเป็นปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ มีชื่อของปู่เป็นผู้ครอบครอง ในที่เกิดเหตุยังพบเครื่องกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ใช้งานอีกจำนวน 34 นัด พร้อมด้วยแมกกาซีน 2 อัน
นายกฯ เผยเด็กผู้ก่อเหตุเตรียมการมา พบถูกกดดันด้านการเรียนจากที่บ้าน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ รร.ที่เกิดเหตุพร้อมรับฟังรายงานเหตุยิvว่า เป็นเหตุการณ์ที่น่าเสียใจแต่ทุกอย่างยุติก่อนที่เรื่องจะบานปลาย เพราะในตัวเด็กผู้ก่อเหตุยังมีกระสุนอยู่กับตัวอีกกว่า 30 นัด “ถ้าเขาไม่จบชีวิตตัวเองไปก็อาจเกิดเหตุที่จะไปทำร้ายคนอื่น ๆ เพิ่มอีก”
นายอนุทินเปิดเผยว่าสาเหตุหลักของการก่อเหตุ ทราบว่าเกิดจากความเครียดทางด้านศึกษาและความกดดันจากทางบ้าน เนื่องจากคุณปู่คุณย่าที่ผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่ด้วยค่อนข้างเข้มงวดให้เรื่องการเรียน
“ทราบมาว่าทางคุณปู่คุณย่า คุณย่าท่านก็เป็นครู อยากจะให้น้องเขาเรียนได้ดี ๆ ก็ค่อนข้างเข้มงวดกวดขัน และจากที่ตำรวจสอบปากคำเพื่อนสนิทก็รับทราบมาว่าเขามีความเครียดด้านนี้อยู่ แล้วก็มีบ่น ๆ อยู่” นายกฯ ระบุ
นายกฯ กล่าวต่อไปว่าผู้ก่อเหตุมีการเตรียมการมาอย่างดี หากพิจารณาจากวิธีการทำแผน ดูมีลำดับขั้นตอนและเป้าหมายชัดเจน นอกจากนี้ยังเคยโพสต์ภาพลงแพลตฟอร์มอินสตาแกรม เป็นรูปอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุในช่วงวันหยุดสงกรานต์ด้วย แต่ไม่ได้รับรายงานเรื่องว่าผู้ก่อเหตุได้ไปฝึกซ้อมปืนมาก่อนหรือไม่ โดยคาดว่าอาจเรียนรู้การใช้ปืนจากโซเชียลมีเดีย

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
ระหว่างการแถลงให้ข้อมูลเมื่อประมาณ 15.30 น. นายกฯ ยังยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตว่ามีทั้งหมด 8 ราย รวมผู้ก่อเหตุ 1 ราย, ครู 5 ราย และคุณปู่คุณย่าอีก 2 คน แต่รับทราบมาว่ามีผู้บาดเจ็บมากกว่า 30 ราย โดยมีอาการสาหัส 9 ราย ปัจจุบันถูกส่งไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า ต่อไปนี้จะมีการตรวจเรื่องการครอบครองอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น แม้จะมีกฎหมายระบุชัดเจนอยู่แล้วว่า “ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้มีหน้าที่ในราชการไม่สามารถพกพาปืนได้” ดังนั้น ต่อไปหากมีการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็อาจมีการตรวจอาวุธปืนเพิ่มขึ้นมาด้วย
ทั้งนี้ นายกฯ ย้ำว่าเหตุได้จบลงโดยที่ผู้ก่อเหตุจบชีวิตตัวเองไม่ได้มีการปะทะหรือถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขั้นตอนต่อไปจะเป็นการเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย พร้อมยืนยันว่าเร่งตำรวจให้สอบสวนปิดคดีโดยเร็วที่สุด แต่คาดว่าจะไม่มีการจับตัวผู้ต้องหาใด ๆ มาลงโทษเพิ่มเติม
“ยืนยันน้องเขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ไม่มีการกดดันใด ๆ จากเจ้าหน้าที่” นายอนุทินระบุและว่า “เอาบทเรียนนี้มาก่อน และพยายามอย่างสุดความสามารถในการที่จะสร้างบรรยากาศและสร้างมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน ในมหาลัย ในพื้นที่สาธารณะให้ได้มากที่สุด”
ทั้งนี้ นายอนุทินตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่างชาติเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายควบคุมการครอบครองอาวุธปืนของไทยด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการครอบครองปืนโดยผิดกฎหมายเพราะปืนถูกลงทะเบียน เพียงแต่ไม่มีทางทราบได้ว่าปืนไปอยู่ในมือของผู้ก่อเหตุได้อย่างไร จึงอยากให้แยกกรณีโดยยืนยันว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่อาชญากรหรือโจรปล้น แต่เป็น “บุคคลหนึ่งที่แบกรับความกดกันและความเครียดไว้มาก”
ทั้งนี้ นายกฯ ระบุว่าคงจะไม่มีมาตรการติดตั้งเครื่องเอ็กซ์เรย์บริเวณทางเข้า-ออกของทุกโรงเรียน เพราะนั่น “ไม่ใช่เรื่องปกติ”
คำบอกเล่าจากคนอยู่ในเหตุการณ์
นักเรียนวัย 18 ปีบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าในตอนแรกเขาคิดว่าเสียงที่ดังขึ้นเป็นเสียงประทัด หรือเป็นเสียงที่มีคนกำลังทุบวัตถุบางอย่าง
“ตอนแรกผมไม่คิดว่าเป็นเสียงปืน… มันดังหลายนัดมาก ปัง ปัง ปัง หลังจากนั้นก็เงียบไป และดังขึ้นมาอีก”
ผู้สื่อข่าวช่อง 3 และอมรินทร์ทีวี สัมภาษณ์ผู้อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในโรงเรียน บอกว่า ขณะที่ตัวเองอยู่ด้านล่างของอาคาร ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมาจากชั้น 6 ของอาคารเรียนชั้นมัธยมต้นเป็นระยะ ๆ จากนั้นเขาเห็นนักเรียนผู้ต้องสงสัยก่อเหตุได้ลงจากตึก เมื่อตำรวจเดินทางมาถึงจึงเดินหลบขึ้นไปยังอีกอาคารหนึ่งซึ่งเป็นอาคารเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมปลาย และมีเสียงปืนดังขึ้นอีก 1-2 ครั้งก่อนที่เหตุการณ์จะสงบลง
ครูวัย 31 ปี ในโรงเรียนที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อบอกกับบีบีซีว่า ได้ยินเสียงปืนจากทางอาคารที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโรงเรียนซึ่งเป็นอาคารเรียน 6 ชั้นของนักเรียนชั้น ม.1-3 จากนั้นเธอก็เห็นเด็ก ๆ วิ่งออกมาพร้อมกับกรีดร้อง จึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อนักเรียนบอกว่าเกิดเหตุยิvจึงรีบโทรแจ้งครูคนอื่น ๆ ในโรงเรียน และบอกให้นักเรียนอยู่แต่ฝั่งทางด้านที่ห่างบริเวณเกิดเสียงปืน
ครูรายนี้เล่าต่อไปว่า หนึ่งในครูที่เสียชีวิตเป็นครูวิชาภาษาไทย ซึ่งเป็นเพื่อนของเธอที่อายุเท่ากัน เคยเป็นนักเรียนของโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี มาด้วยกัน

ที่มาของภาพ : Reuters
สธ. ส่ง 7 ทีมดูแลสุขภาพจิตผู้ได้รับผลกระทบ
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มอบหมายให้กรมสุขภาพจิตส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (Psychological Properly being Crisis Overview and Treatment Personnel – MCATT) ไปดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ และสื่อสารทำความเข้าใจกับสังคม เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างบาดแผลทางจิตใจหรือเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ทั้งนี้มีทีม MCATT จากโรงพยาบาลต่าง ๆ ลงพื้นที่แล้ว 7 ทีม รวมเจ้าหน้าที่ 35 คน
ในการดูแลจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. กล่าวว่า จะแบ่งกลุ่มจากความใกล้ชิดของการเผชิญเหตุ ได้แก่ กลุ่ม A ผู้บาดเจ็บ ญาติผู้เสียชีวิต, กลุ่ม B ญาติผู้ได้รับบาดเจ็บ นักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์, กลุ่ม C ผู้ปกครอง นักเรียน เจ้าหน้าที่โรงเรียน และกลุ่ม D ประชาชนทั่วไปที่รับรู้เหตุการณ์และสังคม
รัฐมนตรีทยอยลงพื้นที่ ยศชนันขอสื่อ – ประชาชนระวังการเผยแพร่ภาพ
ระหว่างลงพื้นที่ติดตามเหตุโศกนาฏกรรมที่ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวกับสื่อมวลชนว่าประเด็นที่ต้องการสื่อสารเร่งด่วนคือไม่ต้องการให้มีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์เพื่อเป็นการควบคุมสถานการณ์ และห่วงถึงเรื่องของสิทธิมนุษยชนด้วย
“รูปถ่ายกับภาพต่าง ๆ ถ้าคนที่อยู่ทางบ้านมีภาพตรงนี้ก็ไม่อยากให้เผยแพร่ต่อไปก็จะทำให้สามารถควบคุมในเรื่องนี้ได้” เขาบอก
นายยศชนันย้ำว่าจากที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุยิvครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ครูหรือไม่นั้น ในตอนนี้ “ข้อมูลยังไม่ครบ ยังไม่สามารถที่จะสรุปตรงนี้ได้” พร้อมกล่าวขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ทำหน้าที่อย่างดีจนสถานการณ์สงบ
“เราต้องยอมรับหัวใจของคุณครู หลายคนกำลังส่งเด็กกลับบ้านทำหน้าที่เต็มที่ เรื่องมาตรการดูแล เราจะเยียวยาทั้งคุณครูและนักเรียน ถือเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะการเยียวยาทางจิตใจ” นายยศชนัน กล่าว

ที่มาของภาพ : Reuters
รัฐบาลเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ เสียชีวิต 1 ล้าน สาหัส 200,000
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเกี่ยวกับการพิจารณาเงินเยียวยาช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยว่าจะใช้หลักเกณฑ์จากเหตุการณ์ 4 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งเหตุยิvที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จ. นครราชสีมา กรณียิvที่ศูนย์เด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู กรณียิvในศูนย์การค้าสยามพารากอน และกรณียิvในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกัน
นายภราดรกล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ มีมติจ่ายเงินเยียวยาโดยจำแนกการช่วยเหลือแบ่งเป็นกรณีเสียชีวิต 1 ล้านบาท ทุพพลภาพ 700,000 บาท บาดเจ็บสาหัส 200,000 บาท และบาดเจ็บเล็กน้อย 100,000 บาท
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุสะเทือนขวัญเกิดขึ้นในโรงเรียน จึงร่วมกันพิจารณางบประมาณอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม โดยคาดว่าการจ่ายเงินเยียวยาจะสามารถจ่ายเงินได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า













